ส่อง Little Red Book แอปฯ จีนยอดฮิตที่มาแรงไม่แพ้ TikTok

อย่างที่นักการตลาดหลายคนทราบกันดีว่า ประเทศจีนถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีโอกาสมากมายให้ธุรกิจได้เติบโต อย่างไรก็ดี สำหรับการทำการตลาดออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น เนื่องจากในประเทศจีนมีนโยบายการจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียที่ค่อนข้างเข้มข้น โซเชียลมีเดียต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Youtube หรือแม้แต่ Twitter จะไม่สามารถใช้งานได้ สิ่งนี้เองทำให้ผู้ประกอบการหลาย ๆ คนไม่สามารถใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวสื่อสารและทำการตลาดดิจิทัลกับลูกค้าได้เหมือนประเทศอื่น ๆ 

ทว่า แม้จะไม่มีแพลตฟอร์มโซเชียลใช้กันเหมือนที่อื่น ๆ แต่ประเทศจีนก็ผลิตแอปพลิเคชันยอดฮิตของตัวเองออกมาเช่นกัน ซึ่งนอกจากแอปฯ Douyin หรือ TikTok ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับคนทั้งโลกแล้ว ในประเทศจีนยังมีอีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า Little Red Book ที่กำลังได้รับความนิยมและมาแรงสุด ๆ ในขณะนี้ด้วยเช่นกัน!

Little Red Book คืออะไร แล้วทำไมถึงกลายเป็นแอปพลิเคชันยอดฮิตที่สุดของชาวจีนในเวลานี้ เรามาหาคำตอบพร้อมกันได้เลย!

แอป Little Red Book คืออะไร


Little Red Book
คืออะไร? แอปฯ ยอดฮิตที่มาแรงไม่แพ้ Tiktok

Little Red Book หรือที่รู้จักกันในชื่อจีนว่า Xiaohongshu คือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดฮิตของจีน ที่เริ่มต้นจากการเป็นแอปฯ รีวิวไลฟ์สไตล์ในแง่มุมต่าง ๆ พร้อมยังเป็นที่แบ่งปันประสบการณ์ความสวยงาม แฟชัน รวมไปถึงการท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนจีนที่เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ติดตามได้ดูรีวิวและตามรอยสถานที่ต่าง ๆ ตามที่ผู้ใช้ได้แบ่งปันประสบการณ์เอาไว้ 

โดยจุดเด่นอย่างหนึ่งที่ทำให้ Little Red Book ก้าวขึ้นมาเป็นแพลตฟอร์มยอดฮิตไม่แพ้ Tiktok ก็คือ แพลตฟอร์มตัวนี้ผสมผสานจุดเด่นและความสนุกสนานแบบ Instagram และ Lemon8 เอาไว้ด้วยกัน กล่าวคือ ผู้ใช้แอปฯ จะสามารถโพสต์ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันได้เหมือนกับแอปฯ Instagram และยังสามารถแชร์รีวิวสวย ๆ เช่น การท่องเที่ยวต่างประเทศ และสินค้าที่ได้รับความนิยมผ่านอัลบั้มโพสต์ รูป หรือแม้แต่วิดีโอ เช่นเดียวกับแอปฯ Lemon8 

แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นก็คือ Little Red Book ไม่ได้จำกัดตัวเองแค่การเป็นแอปฯ แชร์ไลฟ์สไตล์สวย ๆ แต่ยังเพิ่มกิมมิคตามเทรนด์ยอดฮิตอย่างการเป็น Social Commerce ไปด้วยพร้อมกัน โดยนอกจากผู้ใช้แอปฯ จะสามารถดูภาพหรือวิดีโอรีสวย ๆ ของผู้ใช้รายอื่นแล้ว หากอยากจะซื้อของที่มีคนรีวิวไว้ ก็สามารถคลิกซื้อสินค้าเพื่อลิงก์ไปยังหน้าชอปปิงได้ทันที เรียกได้ว่าผู้ใช้สามารถเป็นได้ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้สร้างคอนเทนต์ในแอปพลิเคชันนี้ในเวลาเดียวกัน

 

แอปฯ Little Red Book มีที่มาอย่างไร?

แล้วแอปฯ Little Red Book มีต้นกำเนิดอย่างไร?

แอปพลิเคชัน Little Red Book (Xiaohongshu) หรือที่หลาย ๆ คนเรียกกันว่าแอปฯ แดง เป็นผลงานการคิดค้นของ Mao Wenchao และ Qu Fang ที่สร้างสรรค์ออกมาตั้งแต่ปี 2013 โดยแอปพลิเคชันสัญชาติจีนตัวนี้ นับว่าเป็นหนึ่งในบริษัทสตาร์อัพที่เติบโตแบบก้าวกระโดด ดังจะเห็นได้จากการขึ้นเป็นบริษัทยูนิคอร์น อีกทั้งยังสามารถดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง “Alibaba” และ “Tencent” ให้มาเข้าร่วมลงทุนได้ถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

สำหรับวัตถุประสงค์ของการสร้างแอปฯ นี้ ทางผู้ก่อตั้งได้วางแผนตั้งแต่แรกว่าจะให้ Little Red Book ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มแชร์ไลฟ์สไตล์ อย่างไรก็ดี ด้วยความที่แอปฯ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงและความต้องการพัฒนาแอปฯ ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่นิยมชอปปิงออนไลน์มากที่สุด ทางผู้พัฒนาแอปฯ จึงได้พัฒนา Business Model รวมเข้ากับ Shopping Platform จนในที่สุด กลายเป็นแอปฯ ที่มีแบรนด์เข้าไปวางขายสินค้ามากกว่า 140,000 แบรนด์ (ข้อมูลเดือนมกราคม ปี 2023) เลยทีเดียว 

 

ผู้ใช้ Little Red Book คือใคร?

ด้วยความที่ Little Red Book ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ในแง่การเป็นช่องทางให้ผู้ใช้แชร์ไลฟ์สไตล์และสามารถสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านผู้บริโภคด้วยกันในแอปฯ เดียว ทำให้ Little Red Book เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เติบโตมากที่สุดของจีน ดังจะเห็นได้จากข้อมูลสถิติที่ระบุไว้ว่า แอปพลิเคชั่นนี้มาแรงถึงขั้นมีผู้ใช้งานที่ Active มากกว่า 300 ล้านคนต่อเดือน!

แล้วด้วยความที่ Little Red Book ยังเป็นชุมชนออนไลน์ที่ผู้ใช้ชาวจีนสามารถแบ่งปันรูปภาพ ข้อความ วิดีโอ และสตรีมมิงร่วมกัน จึงทำให้ผู้ใช้ส่วนมากจะอยู่ในเจเนอเรชันของ Millennials และ Gen Z โดยในจำนวนกลุ่มผู้ใช้ทั้งหมด จะมีทั้งคนทั่วไป เหล่า KOLs รวมไปถึง Influencer ชื่อดัง โดยสถิติกล่าวว่าผู้ใช้มากกว่า 80% มักเป็นกลุ่มผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงของจีนอย่างเซี่ยงไฮ้ นอกจากนี้ผู้ใช้กลุ่มใหญ่ยังเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่อยู่ในช่วงอายุ 25-35 ปี

 

Little Red Book สำคัญอย่างไรสำหรับนักการตลาด?

ในเมื่อเป็นแพลตฟอร์มของชาวจีน หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วแอปฯ นี้จะสำคัญอย่างไรสำหรับนำมาต่อยอดธุรกิจของไทย?

ด้วยความที่เป็นแพลตฟอร์มที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ชาวจีน ทำให้เป็นโอกาสสำคัญของแบรนด์ไทยที่อยากเจาะตลาดชาวจีนอย่างมาก โดยแบรนด์อาจสร้าง Account เพื่อโปรโมตสินค้าของตนเอง และหากมีผู้บริโภคชาวจีนซื้อไปใช้และนำไปรีวิวต่อ ก็จะเพิ่มโอกาสขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น นอกจากนี้ แบรนด์ยังสามารถใช้วิธีโปรโมตผ่านคนดัง ไม่ว่าจะเป็นเหล่า Influencer หรือ KOLs ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้สินค้าเป็นที่รู้จักและเพิ่มยอดขายให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

 

นอกจากนี้ Little Red Book ยังมีส่วนเพิ่มโอกาสการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวในไทยอีกด้วย เนื่องจากปัจจุบันนี้ นักท่องเที่ยวชาวจีนหลายคนมักใช้แอปพลิเคชัน Little Red Book เป็นหมุดหมายสำคัญในการเซิร์ชหาสถานที่ท่องเที่ยวหรือแม้แต่ร้านอร่อยในไทยจากโพสต์ของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เคยมาเที่ยวและเขียนรีวิวเอาไว้ โดยชาวจีนนิยมใช้แอปฯ นี้หาข้อมูลมากกว่าแอปฯ อื่น ๆ เนื่องจากให้รายละเอียดที่เยอะกว่า อีกทั้งยังเป็นการแชร์ประสบการณ์จากชาวจีนที่มาเที่ยวจริง ๆ ทำให้ดูน่าเชื่อถือมากกว่าด้วย

ดังนั้น หากคุณต้องการโปรโมตธุรกิจให้กับกลุ่มลูกค้าชาวจีน แอปฯ Little Red Book ถือว่าตอบโจทย์ และอาจเป็นอีกหนึ่งช่องทางการสร้างรายได้และกำไร พร้อมกับช่วยให้ฐานลูกค้าออนไลน์ของคุณเติบโตมากขึ้นอีกด้วย

กลยุทธ์การตลาดใน Little Red Book มีอะไรบ้าง?

อย่างที่ได้กล่าวไปว่า Little Red Book คือโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเจาะกลุ่มลูกค้าชาวจีน โดยการทำการตลาดในแอปฯ นี้ก็สามารถทำได้หลัก ๆ ประมาณ 3 รูปแบบ คือ 

  • ใช้กลยุทธ์ Influencer Marketing

เนื่องจากกลุ่มลูกค้าชาวจีนมักใช้ Little Red Book เป็นแอปฯ สำหรับดูรีวิวก่อนเดินทางไปเที่ยวหรือชอปปิง ดังนั้น การใช้กลยุทธ์ Influencer Marketing จึงเป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลอย่างมากในแอปพลิเคชันนี้ โดยแบรนด์อาจเลือกอินฟลูฯ หรือคนดังชาวจีนที่มียอดผู้ติดตามจำนวนมากช่วยโปรโมตสินค้า เพียงเท่านี้ก็จะเป็นการสร้างการรับรู้ (Awareness) ไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ได้แล้ว

  • ซื้อโฆษณาในแอปฯ

นอกจากการใช้อินฟลูฯ การซื้อโฆษณาในแอปฯ ก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยให้ผู้บริโภคชาวจีนเข้าถึงธุรกิจของคุณได้เช่นเดียวกัน โดยนอกจากการซื้อโฆษณาจะทำให้แบรนด์สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำแล้ว กลยุทธ์นี้ยังสามารถทำให้สินค้าไปปรากฎในกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะอยู่ในไทยหรือจีนอีกด้วย อย่างไรก็ดี กลยุทธ์นี้อาจตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นแบรนด์จึงควรวางงบประมาณให้เหมาะสม ก็จะช่วยให้ผลลัพธ์ทางการตลาดคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

  • ใช้กลยุทธ์ User Generated Content (UGC) 

แน่นอนว่ายุคนี้ลูกค้ามักเชื่อการรีวิวที่มาจากผู้บริโภคจริง ๆ มากกว่าเชื่อคำโฆษณาจากแบรนด์ ทำให้ UGC หรือการรีวิวสินค้าที่สร้างขึ้นโดยผู้บริโภคตัวจริงกลายเป็นกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ในแอปฯ Little Red Book ไม่แพ้วิธีอื่น

โดยธรรมชาติของแพลตฟอร์ม Little Red Book ก็จะคล้ายคลึงกับ Instagram กล่าวคือ โพสต์รีวิวที่รูปสวยและน่าดึงดูดมักจะมียอดการมีส่วนร่วมที่มากกว่า ดังนั้น หากแบรนด์จะใช้กลยุทธ์ UGC ก็ควรให้ผู้รีวิวใช้ภาพที่สวย ๆ เพื่อสร้างจุดสนใจ พร้อมกับใส่คีย์เวิร์ดที่กลุ่มเป้าหมายมักเซิร์ชในแคปชัน ยิ่งถ้าคุณเป็นธุรกิจร้านอาหาร ที่พัก รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวก็อย่าลืม Tag โลเคชันเอาไว้ด้วย และที่สำคัญ ต้องไม่ลืมที่จะทำให้โพสต์รีวิวนั้น ๆ ดูเรียลและเป็นธรรมชาติ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าชาวจีนได้มากขึ้นแล้ว

Little Red Book สำคัญอย่างไร


สรุป

จะเห็นได้เลยว่า Little Red Book คือแอปพลิเคชันเทรนด์ใหม่ ที่นอกจากนักการตลาดจะสามารถใช้เป็นช่องทางเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายชาวจีนได้แล้ว ยังสามารถเจาะไปยังผู้บริโภคชาวจีนที่สนใจด้านแฟชัน ความสวยความงาม เครื่องสำอาง รวมถึงการท่องเที่ยวโดยเฉพาะอีกด้วย

อย่างไรก็ดี เทรนด์และแอปพลิเคชันใหม่ ๆ ไม่ได้มีเพียงแค่นี้เท่านั้น หากผู้ประกอบการท่านใดกำลังมองหากลยุทธ์ทำการตลาดที่เหมาะกับธุรกิจของตนเองก็สามารถปรึกษา Primal Digital Agency ของเราได้เลย เราคือบริษัทรับทำการตลาดออนไลน์ เอเจนซีการตลาด และบริษัททำ SEO ชั้นนำที่พร้อมอัปเดตเทรนด์และกลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อลูกค้าเสมอ ถ้าไม่อยากตกเทรนด์ ก็กรอกแผนการตลาดเพื่อปรึกษาเราได้เลยตอนนี้!