ธุรกิจต่างจับตา โฆษณา TikTok ทางเลือกใหม่ในการทำการตลาดออนไลน์ให้แบรนด์โปรโมทสินค้าและบริการ

ด้วยสภาวะการแข่งขันบนโลกออนไลน์ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ยิ่งทำให้ภาพของโลกดิจิทัลชัดเจนขึ้นไปอีกขึ้นจนกลายเป็นคำเท่ๆ ที่เราพูดกันติดปากว่า New Normal เพราะทุกวันนี้หากคุณคิดจะทำธุรกิจออนไลน์โดยปราศจากงบการตลาดสำหรับการโฆษณาสินค้าล่ะก็ คุณเลิกล้มความคิดนั้นไปได้เลยเพราะมันแทบจะไม่มีโอกาสที่แบรนด์สินค้าหรือบริการของคุณจะเป็นที่รู้จักในวงกว้างได้เลย

โฆษณา TikTok เป็นเสมือนทางเลือกใหม่ที่ให้เหล่าธุรกิจที่กำลังขยายอณาเขตการมองหากลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งลูกค้าและผลกำไรได้ใช้สำหรับนำเสนอสินค้าและบริการ เพราะเราปฏิเสธไม่ได้ว่า ณ เวลานี้ TikTok มีการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างมากโดยมีตัวเลขผู้ใช้งานที่ Active สูงถึงกว่า 800 ล้านบัญชีทั่วโลก!

นั่นยิ่งตอกย้ำถึงศักยภาพของแพลตฟอร์มคลื่นลูกใหม่นี้ว่าสามารถ “ทำเงินได้!” อยู่ที่ว่าใครมองเห็นก่อน คิดก่อน ทำก่อนย่อมมีสิทธ์ที่จะได้ผลกำไรทางธุรกิจมากกว่า แต่นั่นก็อาจจะไม่ถูกซะทีเดียวเพราะแม้ว่าคุณจะมาทีหลังแต่มีกลยุทธ์ที่ดีกว่าและทำอย่างฉับพลัน เด็ดขาด คุณก็สามารถแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดนั้นมาไม่ยาก

บทความนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับโฆษณา TikTok ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโซเชียลมีเดียที่มีแพลตฟอร์มสำหรับการทำโฆษณา ไปดูกันว่าเขามีรูปแบบโฆษณาใดบ้างและธุรกิจอะไรที่เหมาะกับการใช้ TikTok ในการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์แบรนด์กันบ้าง

TikTok คืออะไร

TikTok คืออะไร

แพลตฟอร์มยอดนิยมแห่งยุคเพราะเป็นสิ่งที่เข้ามาช่วยให้ผู้คน “มีอะไรทำ” ในวันที่ไม่สามารถทำอะไรหรือออกไปไหนได้อย่างในช่วงกักตัวเพราะสถานการณ์ COVID-19 แต่แท้จริงแล้ว TikTok คือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เกิดขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้วและกำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นดูจากตัวเลขที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยสถานการณ์วิกฤตการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้แพลตฟอร์มนี้ยิ่งได้รับความสนใจและนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วทั้งโลกด้วยตัวเลขการันตีจากยอดดาวน์โหลดทั้งใน Google Play Store และ Apple Store กว่า 1.5 พันล้านครั้ง! 

โดย TikTok ถูกริเริ่มขึ้นโดยชายชาวจีนผู้ซึ่งเคยทำงานเป็นวิศวกรทางด้านซอฟต์แวร์มาก่อน ชื่อว่า จางอีหมิง ซึ่งใช้ชื่อบริษัทว่า ByteDance เดิมทีแอปพลิเคชั่นคลิปสั้นนี้ยังไม่ได้มีชื่อว่า TikTok แต่เป็นแอปฯ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อชาวจีนใช้เท่านั้นชื่อว่า DouYin (โต่วอิน – 抖音) ซึ่งเป้นแอปฯ ที่มีกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจนเป็นคนอายุต่ำกว่า 24 ปี ซึ่งนั่นทำให้โต่วอินโตขึ้นอย่างรวดเร็วโดยมีผู้ใช้กว่า 100 ล้านคน ในปี 2017

ในเดือนกันยายน 2017 บริษัท ByteDance ได้เปิดตัวแอปโต่วอิน ภายใต้ช่ือว่า TikTok ให้กับคนทั่วโลกได้รับรู้และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความเป็นที่นิยมของแอปพลิเคชั่นที่ตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก ซึ่งสองแอปฯ นี้มีลักษณะการใช้งานที่เหมือนกันทุกอย่าง ต่างกันแค่ชื่อที่ใช้ในการทำการตลาดในจีน (โต่วอิน) และในตลาดต่างประเทศ (ติ๊กต๊อก) เท่านั้น

 

โฆษณา TikTok ต่างจากโฆษณาบนโซเชียลมีเดียอื่นอย่างไร

ด้วยความที่ TikTok คือแอปฯ ที่มีลักษณะการใช้งานและรูปแบบของคอนเทนต์ที่ชัดเจนอย่างมาก ก็คือคลิปวิดีโอความยาวไม่เกิน 15 วินาที – 1 นาที จึงค่อนข้างจะเป็นความแปลกใหม่และท้าทายสำหรับนักการตลาดออนไลน์อย่างมาก
แต่ด้วยความที่ TikTok เป็นที่นิยมในหมู่คน Gen Y – Z ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวันทั้งสิ้นจึงทำให้โอกาสในการทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มนี้ยิ่งมีภาพที่ชัดขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วลักษณะของผลลัพธ์ทางการโฆษณานั้นอาจไม่ได้แตกต่างอะไรมากกับแพลตฟอร์มอื่นๆ แต่ TikTok คือแพลตฟอร์มที่เน้นในสองเรื่องหลักๆ​ สำหรับการโปรโมทผ่านโฆษณา นั่นก็คือ การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย (Reach) และการสร้างปฏิสัมพันธ์หรือการมีส่วนร่วม (Engagement)

โฆษณาบนแพลตฟอร์ม TikTok

รูปแบบในการทำโฆษณา TikTok มีอะไรบ้าง

เราจะแบ่งเป็นรูปแบบการทำโฆษณาเพื่อ 2 วัตถุประสงค์หลักดังต่อไปนี้

  1. สำหรับการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย (Reach) 

Brand Takeover = ถือเป็นรูปแบบโฆษณาที่เข้าถึงคนได้เยอะที่สุด ถ้าเป็นแบรนด์หรือธุรกิจที่มีแคมเปญการตลาดอยู่แล้วจะเหมาะกับรูปแบบโฆษณานี้ เช่นต้องการจะโปรโมทข้อความแคมเปญสั้นๆ เพื่อตอกย้ำไปยังกลุ่มเป้าหมายและเพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ว่าแบรนด์ของคุณมีโปรโมชั่นหรือแคมเปญอะไรอยู่ก่อนจะเข้าสู่หน้า Feed

Top View = เป็นรูปแบบโฆษณาที่สามารถสร้างได้ทั้งการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย Reach และการสร้าง Traffic เพื่อดึงคนไปยังหน้าเว็บไซต์ของแบรนด์ เป็นโฆษณา TikTok ที่สามารถสร้างจำนวน Impression ต่อวันได้หลักหลายล้าน

In-Feed Ads = จะเป็นโฆษณาที่ขึ้นมาขั้นระหว่างคอนเทนต์วิดีโอต่างๆ ที่อยู่บน Feed เน้นในเรื่องของ Reach โดยสามารถใส่ Call To Action เพื่อเพิ่มการสร้าง Conversion ให้กับแคมเปญโฆษณาของคุณได้อีกด้วย

การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วย Brand Takeover บน TikTok

 

การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วย In-Feed Ads บน TikTok

 

การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วย Top View บน TikTok

 

  1. สำหรับการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมและการมีส่วนร่วม (Engagement)

Hashtag Challenge = โฆษณาลักษณะนี้คุณน่าจะพอได้เห็นอยู่บ่อยครั้ง เพราะหลายแบรนด์ก็นิยมใช้เป็นรูปแบบโฆษณา TikTok ที่เน้นในเรื่องของการจัดทำแคมเปญสำหรับท้าให้ผู้ใช้งานร่วมกิจกรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งรางวัลต่างๆ โดยรูปแบบโฆษณานี้จะประสบความสำเร็จอย่างดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่ามันจะสามารถกลายเป็นกระแสได้แค่ไหน

นั่นเท่ากับว่าการทำโฆษณาลักษณะนี้จะต้องอาศัยความสร้างสรรค์อย่างมากในการทำแคมเปญและแน่นอนว่าหากสำเร็จ แคมเปญการเป็นกระแสขึ้นมา Engagement ที่คุณจะได้กลับมาย่อมมีมหาศาลอย่างแน่นอน

Branded Effect = เพราะจุดเด่นของ TikTok ไม่ใช่เป็นเพียงแค่แอปพลิเคชั่นสำหรับวิดีโอสั้นเพียงอย่างเดียวแต่ลูกเล่น Effect ต่างหากที่ดึงดูดให้คนเข้ามาใช้งานกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง โดยรูปแบบโฆษณา TikTok อันนี้จะให้แบรนด์ต่างๆ สามารถเข้ามาสร้าง Effect ของตัวเอง

เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้ามาเลือกใช้ได้ ซึ่งรูปแบบโฆษณานี้จะคุ้มค่าสำหรับการลงทุนในระยะยาว เพราะจะช่วยสร้างการมองเห็นได้ไม่จำกัดยิ่งหาก Effect นั้นน่าสนใจจนคนหยิบไปใช้บ่อยๆ ล่ะก็ นั่นยิ่งเป็นความคุ้มค่าอย่างมากจากการลงทุนเพียงครั้งเดียว (1 ครั้ง 1 Effect)

วัตถุประสงค์ในโฆษณา TikTok

แล้วโฆษณา TikTok เลือกวัตถุประสงค์ใดได้บ้าง

สำหรับวัตถุประสงค์หรือ Objective ในโฆษณา TikTok จะแบ่งเป็น 3 หมวดและมีให้เลือกใช้ 5 วัตถุประสงค์ดังนี้

  1. Awareness ประกอบด้วย Reach
  2. Consideration ประกอบด้วย Traffic, App Installs และ Video Views
  3. Conversion ประกอบด้วย Conversion

 

ธุรกิจไหนเหมาะกับการใช้ TikTok ทำการตลาด

จริงๆ แล้วไม่ว่าคุณจะขายสินค้าอะไร หรือให้บริการใดก็แล้วแต่ก็สามารถมาลงโฆษณากับ TikTok ได้ทั้งสิ้น เพียงแต่หากคุณต้องการคำตอบแบบเฉพาะเจาะจงไปเลยว่า ธุรกิจประเภทไหนกันแน่ที่ถ้ามาใช้โฆษณา TikTok จะต้องรุ่งและคุ้มค่า เราก็ขอตอบแบบเป็นนัยสำคัญว่า

โฆษณา TikTok เหมาะกับธุรกิจที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นบุคคลทั่วไป วัยรุ่น วัยทำงานในช่วงอายุ Gen Y – Z ต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคโดยไม่เน้นมองแต่เรื่องของยอดขายเพียงอย่างเดียว เพราะโฆษณา TikTok เหมาะกับการที่แบรนด์จะเข้ามาสร้าง “ภาพลักษณ์” ที่ดูเป็นกันเอง เข้าถึงง่ายจนผู้ใช้ไว้วางใจและท้ายที่สุดก็อาจจะกลายเป็นลูกค้าของธุรกิจคุณได้

การสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์โดยโฆษณา TikTok

 

โฆษณา TikTok ราคาเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายแพงไหม

สำหรับค่าบริการสำหรับการทำแคมเปญโฆษณา TikTok นั้นจะเริ่มต้นอยู่ที่ราว $500 ต่อแคมเปญหรือประมาณ 15,XXX บาท เลยทีเดียส แต่นั่นเป็นเพียงราคาเริ่มต้นซึ่งค่าเฉลี่ยของแต่ละรูปแบบโฆษณามีดังนี้

Brand Takeover
100% SOV ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ $19,200.- หรือประมาณ 599,818 บาท / วัน
25% SOV ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 4,800.- หรือประมาณ 149,954 บาท / วัน

In-Feed Ads
Brand Premium ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำอยู่ที่ $800.- หรือประมาณ 25,024 บาท / วัน
One Day Max ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ $9,500.- หรือประมาณ 296,785 บาท / วัน

Hashtag Challenge
Hashtag Challenge ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ $50,000.- หรือประมาณ 1,562,025 บาท / 6 วัน
Hashtag Challenge Pro ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ $60,000.- หรือประมาณ 1,874,430 บาท / 6 วัน

Branded Effect
2D ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ $20,000.- หรือประมาณ 624,810 บาท / เอฟเฟค
2D Pro ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ $35,000.- หรือประมาณ 109,3418 บาท / 6 วัน
3D ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ $55,000.- หรือประมาณ 1,718,228 บาท / 6 วัน
Gamified ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ $55,000.- หรือประมาณ 11,718,228 บาท / 6 วัน

*** ข้อมูลอัปเดต ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2563

หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว และรู้สึกว่าสนใจในการทำการตลาดผ่านโฆษณา TikTok ล่ะก็อันที่จริงคุณสามารถทำการสร้างแคมเปญโฆษณาได้ด้วยตัวเองแบบเดียวกับโฆษณาบน Facebook เลยโดยการ สมัครเปิดบัญชี จากนั้นก็ทำการสร้างแคมเปญโฆษณา TikTok โดยเลือกรูปแบบและกลุ่มเป้าหมายได้ตามต้องการ 

แต่ถ้าหากคุณต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยดูแลจัดการแคมเปญ ก็สามารถเลือกใช้บริการเอเจนซี่ที่เป็น TikTok Partner อย่างเช่น Primal เองเราก็เป็นเอเจนซี่ที่ได้พาร์ทเนอร์กับ TikTok ซึ่งเราจะมีทั้งองค์ความรู้และเครื่องมือที่จะช่วยให้แคมเปญของคุณประสบความสำเร็จเพราะเราเน้นความต้องการและผลลัพธที่ลูกค้าคาดหวังเป็นที่ตั้ง 

สำหรับโฆษณา TikTok นั้นหากคุณดูจากราคาค่าใช้จ่ายในการทำแคมเปญโฆษณาแล้วจะเห็นได้ว่ามีราคาที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงอาจจะยังไม่ค่อยเหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กที่มีงบการตลาดที่ค่อนข้างจำกัด

อ้างอิงข้อมูลจาก: adaddictth.com, www.ajlink.net, oberlo.com, ads.tiktok.com