Growth Hacking คือกลยุทธ์ที่ทำให้ธุรกิจโตเร็วที่สุดจริงหรือไม่?!

หลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กลยุทธ์การทำธุรกิจก็เปลี่ยนแปลงไป ผู้ประกอบการหลายคนปรับตัวมาทำออนไลน์และเริ่มใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งแนวคิดการทดลองอะไรใหม่ ๆ หรือการลองผิดลองถูกกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ แท้จริงแล้วเป็นศาสตร์ที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในกลุ่มของนักธุรกิจตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งแนวคิดนี้มีชื่อว่า “Growth Hacking” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายจากการที่บริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook, Airbnb, Spotify, Tinder และอื่น ๆ นำมาใช้จนบริษัทเติบโตอย่างรวดเร็วกว่า 10 เท่า!

กลยุทธ์ Growth Hacking แตกต่างจาก Digital Marketing อย่างไร แล้วผู้ประกอบการไทยควรนำมาปรับใช้ด้วยวิธีไหนถึงจะทำให้ธุรกิจของตนเองประสบความสำเร็จได้แบบบริษัทยักษ์ใหญ่ในต่างประเทศ เรารวบรวมทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ Growth Hacking ไว้ในบทความนี้แล้ว ติดตามได้เลย!

 

Table of Contents

Growth Hacking คืออะไร? กลยุทธ์ที่ทำให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดด!

หากพูดถึงคำว่า “Hack” หลายคนอาจนึกถึง การเจาะระบบและแฮกข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้คำว่า Hack ถูกนำมาใช้ในความหมายทางบวกมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงธุรกิจที่หมายถึงการคิดหากลยุทธ์ ช่องทาง และโอกาสใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาต่อยอดธุรกิจให้ดีขึ้น!

Growth Hacking คือ กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ช่วยสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วและก้าวกระโดด โดย Growth Hacking นี้ขับเคลื่อนด้วยวิธีการสังเกต ทดลอง และเรียนรู้จากสมมติฐาน เปรียบเสมือนการทดลองวิทยาศาสตร์ที่ต้องมีการลองผิดลองถูกอยู่ตลอดเวลาเพื่อหาสิ่งที่ใช่และเหมาะสมที่สุดต่อธุรกิจ

โดย Growth Hacking เป็นกลยุทธ์สมัยใหม่ที่ผสมผสานศาสตร์หลายด้านเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นในด้านของ

  • Creative Marketing – การตลาดเชิงสร้างสรรค์
  • Behavioral Psychology – จิตวิทยาพฤติกรรมผู้บริโภค
  • Data & Analytics – การวัดผลและวิเคราะห์ข้อมูล
  • Technology & Automation – การใช้เทคโนโลยีทุ่นแรง

หรือกล่าวง่าย ๆ ก็คือ Growth Hacking คือการผสมผสานระหว่างการตลาดเชิงสร้างสรรค์ (Creative Marketing) และการติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคในเชิงลึก (Behavioral Tracking) เพื่อให้ได้วิธีทำธุรกิจที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด และที่สำคัญต้องคุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เด่นชัดกว่ากระบวนการทั่วไปด้วย 

growth hacking คือ


Growth Hacking
แตกต่างกับ Digital Marketing อย่างไร?

หลายคนอาจสงสัยว่าในเมื่อ Growth Hacking คือกลยุทธ์ทำให้ธุรกิจเติบโต แล้วจะแตกต่างจาก Digital Marketing อย่างไร?

แท้จริงแล้ว สองสิ่งนี้ต่างกันพอสมควร เพราะอย่างที่กล่าวไปว่า Growth Hacking ไม่ใช่เรื่องของการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นส่วนผสมของหลายศาสตร์ ซึ่งความแตกต่างหลัก ๆ สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ข้อสำคัญ ดังนี้

จุดโฟกัส

ความแตกต่างแรกของ Growth Hacking และ Digital Marketing ก็คือ ทั้งสองมีจุดโฟกัสที่แตกต่างกัน

ด้วยความที่ Growth Hacking เกิดในวงการสตาร์ตอัปที่ทุกอย่างยังไม่มั่นคง นี่จึงเป็นกลยุทธ์ของการเริ่มต้นจากศูนย์ที่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วกลุ่มลูกค้าคือใคร ผลิตภัณฑ์ต้องทำอย่างไร หรือแม้แต่ควรใช้ช่องทางไหนในการทำการตลาดถึงจะได้ผลลัพธ์สูงสุด Growth Hacking จึงเป็นลักษณะของการโฟกัสที่กระบวนการเริ่มต้น ตั้งแต่เริ่มสร้าง ประกอบ และทำให้ธุรกิจเป็นรูปเป็นร่าง ต่างจาก Digital Marketing ที่เป็นกลยุทธ์หลังจากที่ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว และมุ่งจากจุดโฟกัสไปว่าจะทำการตลาดอย่างไร ขั้นตอนตามลำดับแบบไหน เช่น ทำ Content Marketing, SEO, SEM ฯลฯ เพื่อให้สิ่งที่มีอยู่ขายได้และทำกำไรในระยะยาวมากที่สุด

ระยะเวลาตั้งเป้าหมายการเติบโต

Growth Hacking จะเน้นการเติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น ตั้งเป้าให้บริษัทเติบโต 20% ต่ออาทิตย์ โดยวิธีการทำงานจะเป็นการนำไอเดียมาทดลอง อาทิตย์ละ 3-5 ไอเดีย (หรือมากกว่านี้ตามขนาดธุรกิจ) เพื่อให้บริษัทเติบโตเร็วที่สุด ทำให้ไม่มีรูปแบบการทำงานที่ตายตัวแต่จะยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์ ซึ่งแตกต่างจากการทำ Digital Marketing ที่เน้นการเติบโตที่ไม่รวดเร็วเท่าและมีแผนตายตัวมากกว่า โดย Digital Marketing ส่วนใหญ่แล้วจะตั้งเป้าเป็นรายปี เช่น ตั้งเป้าเติบโตปีละ 5% จึงทำให้ Digital Marketing ไม่ได้ทดลองกลยุทธ์ใหม่ ๆ หรือลองผิดลองถูกมากขนาดนั้น ด้วยเหตุนี้เอง Growth Hacking จึงเน้นเรื่อง ROI (Return on Investment) เป็นหลักและแทบไม่สนใจ Brand Awareness เลย

ต้นทุน

Growth Hacking เป็นกลยุทธ์ที่ใช้ต้นทุนต่ำ แต่มุ่งเน้นการได้ Impact ธุรกิจในระดับสูงสุด ต่างจาก Digital Marketing ที่จะใช้งบในหลากหลายด้านมากกว่า ทั้งในด้านการโฆษณา การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อเน้นการสร้าง Brand Value ให้ได้มากที่สุด

กลุ่มเป้าหมาย

Growth Hacking จะเป็นกลยุทธ์ที่เน้นไปยังลูกค้ากลุ่ม Early Adopter และเน้นการทำธุรกิจเพื่อให้เกิดไวรัลในวงกว้างในระยะเวลาอันรวดเร็วที่สุด ในขณะที่ Digital Marketing ต่างออกไป เพราะจะเจาะไปยังลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ใช่และเน้นการสื่อสารข้อความ หรือแคมเปญด้วยเนื้อหาที่กระชับและตรงจุด ซึ่งอาจจะเป็นไวรัลหรือไม่ก็ได้

วิธีการวัดผล

สำหรับ Growth Hacking จะใช้วิธีการวัดผลแบบ AARRR และเน้นการวัดผลจาก Retention หรือยอดที่ลูกค้ามาซื้อซ้ำ อย่างไรก็ดี Digital Marketing จะเน้นการสร้าง Brand Awareness เพื่อทำให้ลูกค้ารู้จักธุรกิจหรือสินค้าบริการของแบรนด์เป็นหลักมากกว่า

 

ขั้นตอนการปรับใช้กลยุทธ์ Growth Hacking 

ถ้าหากนักการตลาดอยากนำกลยุทธ์ Growth Hacking มาปรับใช้เพื่อรักษาลูกค้าและเพิ่มอัตราการซื้อซ้ำก็สามารถทำได้ ก็สามารถทำตามหลักการที่เข้าช่วยให้ธุรกิจเติบโตแบบ Growth Hacking ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

ศึกษาพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายก่อนผลิตสินค้า

Growth Hacking คือกลยุทธ์ที่นักการตลาดต้องศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้สินค้าทุกด้านก่อนผลิตสินค้า ข้อดีก็คือ เมื่อผลิตสินค้าตั้งต้นจากลูกค้าจริง ๆ ก็จะสามารถแก้ Pain point ของลูกค้าได้ถูกจุด และที่สำคัญเมื่อลูกค้าพอใจก็จะมีการรีวิว บอกต่อ และกลับมาซื้อซ้ำโดยอัตโนมัติ ทำให้ธุรกิจเติบโตได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

หาช่องโหว่เพื่อเพิ่มโอกาสเติบโต

ขึ้นชื่อว่า Hack ก็คือการใช้กลยุทธ์หาช่องโหว่เพื่อเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเติบโตเร็วขึ้น โดยหากคุณพยายามคิดนอกกรอบ ทดลองหาวิธีโปรโมตใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่แค่การซื้อโฆษณา ก็จะทำให้เจอวิธีที่เหมาะกับสำหรับธุรกิจ จนกลายเป็นโอกาสที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้เร็วขึ้น

ทำให้สินค้าเป็นไวรัล (Viral)

อย่างที่กล่าวไปว่า Growth Hacking ให้ความสำคัญเรื่องการสร้างไวรัลเพื่อให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโตได้รวดเร็วมากที่สุด โดยแบรนด์อาจใช้วิธีสร้างแคมเปญ จับกระแส เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการโปรโมตอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเพิ่มกระแสปากต่อปาก (Word of Mouth) ได้ดีมากขึ้น

เพิ่มคุณภาพสินค้า เพื่อรักษาผู้ใช้งาน

และที่ขาดไม่ได้คือการเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์! เพราะแท้จริงแล้วเคล็ดลับการเติบโตที่ดีที่สุดไม่ใช่การหาลูกค้าใหม่แต่เป็นการรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด ดังนั้น ธุรกิจจึงควรขอฟีดแบ็กจากลูกค้า และนำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์อยู่เสมอ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีเพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

ตัวอย่างกลยุทธ์ Growth Hacking ที่คุณก็นำไปปรับใช้ได้

ถ้าคุณกำลังสงสัยว่าแล้วการทำให้ธุรกิจเติบโตด้วย Growth Hacking ต้องทำอย่างไร เรารวบรวมตัวอย่างกลยุทธ์ที่คุณเองก็นำไปปรับใช้ได้ ดังนี้

ส่งอีเมลแจ้งล่วงหน้าก่อนเปิดตัวสินค้า

การทำ E-mail Marketing เป็นอีกหนึ่งเทคนิคหา Lead และ Conversion ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็ว โดยก่อนเปิดตัวสินค้าหรือออกผลิตภัณฑ์ใหม่ คุณอาจส่งอีเมลให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นให้ลูกค้าลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ แจ้งเตือนวันที่ผลิตภัณฑ์เริ่มวางจำหน่าย หรือเพื่อซื้อสินค้าก่อนใคร ก็จะทำให้มีโอกาสปิดยอดขายได้ดีมากขึ้น

ทำการตลาดแบบบอกต่อ

การบอกต่อเป็นวิธีที่ช่วยให้ขายได้ง่ายขึ้นและรวดเร็วกว่าวิธีอื่น ๆ โดยคุณอาจทำแคมเปญให้ลูกค้าชวนเพื่อนมาซื้อสินค้า เช่น ออกโปรโมชันว่าผู้ที่เป็นคนชวนจะได้รับของรางวัลพิเศษ และผู้ถูกชวนจะได้รับโค้ดส่วนลดในการซื้อครั้งแรก ก็จะช่วยจูงใจให้คนเข้ามาซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้นได้

คอลแลปกับแบรนด์อื่น

การทำการตลาดดิจิทัลร่วมกับแบรนด์อื่นช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้เร็วเช่นกัน! โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก แบรนด์อาจเลือกคอลแลปกับแบรนด์ที่เหมาะสม มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมนั้น ๆ รวมถึงสร้างแคมเปญทำร่วมกันเพื่อมอบสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่ลูกค้า อีกทั้งยังจะช่วยให้สื่อนำเสนอข่าว ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ร่วมงานกับ Influencer

ถ้าแบรนด์ร่วมงานกับ Influencer ก็จะสามารถดึงฐานผู้ติดตามของอินฟลูฯ รายนั้น ๆ มาเป็นลูกค้าจนทำให้ธุรกิจเติบโตเร็วขึ้นได้ วิธีนี้จะเหมาะกับการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ เพราะจะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ในวงกว้าง

เขียนบล็อกลงเว็บไซต์อื่น

แบรนด์สามารถเขียนบล็อกเพื่อเผยแพร่ทางเว็บไซต์อื่น ๆ ที่มีความน่าเชื่อถือและอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ซึ่งถือเป็นการทำ Growth Hacking ที่มีประสิทธิภาพอีกวิธีหนึ่ง เพราะนอกจากจะช่วยดึง Traffic เข้ามาในเว็บไซต์ของเราให้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังจะช่วยเพิ่มอันดับ SEO ในหน้าค้นหาของ Search Engine อีกด้วย

สร้างกลยุทธ์ Content Marketing เชิงรุก

การทำ Content Marketing เชิงรุกจะช่วยให้แบรนด์อยู่ในสายตาและมีความน่าเชื่อถือต่อลูกค้าอยู่เสมอ และที่สำคัญการที่ลูกค้าเห็น Content Marketing อย่างสม่ำเสมอก็ช่วยเพิ่มโอกาสให้แบรนด์กลายเป็น Top of Mind เมื่อลูกค้าต้องตัดสินใจซื้อสินค้า แบรนด์ของคุณก็จะถูกนึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้เร็วมากขึ้น

ส่งของขวัญสร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้ลูกค้า

แบรนด์อาจผลิตของขวัญที่มีโลโก้หรือชื่อของแบรนด์แจกจ่ายให้กับลูกค้าในโอกาสพิเศษ วิธีนี้ก็จะช่วยเพิ่มการรับรู้และกระจายการบอกต่อเชิงบวกในกลุ่มลูกค้าได้ดีมากขึ้น

 

ตัวอย่างธุรกิจที่ใช้ Growth Hacking

มีธุรกิจมากมายทั้งในไทยและต่างประเทศที่นำแนวคิด Growth Hacking ไปปรับใช้กับธุรกิจจนเติบโตอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น

Spotify

Spotify แพลตฟอร์มฟังเพลงและบริการสตรีมมิ่ง ใช้กลยุทธ์ Growth Hacking ในช่วงเริ่มธุรกิจ โดยเลือกทำการตลาดออนไลน์ร่วมกับ Facebook โดย Spotify เชื่อมบัญชีผู้ใช้งานเข้ากับ Facebook ทำให้ผู้ใช้สามารถแชร์เพลงให้คนอื่น ๆ ใน Facebook ได้เห็น ซึ่งส่งผลให้เกิดการแชร์ต่อ ๆ กันเป็นทอด ๆ พร้อมกันนั้น ผู้ใช้ยังสามารถกดโพสต์ที่แชร์นั้นเพื่อเข้าไปฟังเพลงใน Spotify ได้อีกด้วย ทำให้ Spotify มีผู้ใช้ในวงกว้างอย่างรวดเร็ว และมีจำนวนผู้ใช้งานเติบโตอย่างก้าวกระโดด

Joylada

Joylada แอปพลิเคชันเขียนและอ่านนิยายแชต ใช้กลยุทธ์ Growth Hacking ด้วยการเริ่มวิเคราะห์พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย จากนั้นนำ Insight ที่ได้มาสร้างนิยายแนวใหม่เป็นข้อความแชต สั้น กระชับ เพื่อดึงความสนใจ โดยช่วงเริ่มต้น Joylada ต้องการขยายผู้ใช้ในวงกว้างอย่างรวดเร็วจึงเลือกปล่อยนิยายแชตกว่า 100 เรื่องไปยังกลุ่ม Early Adopter จนในที่สุดเกิดกระแสเป็นไวรัลและบอกต่ออย่างแพร่หลาย จนปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 2 ล้านคนต่อเดือน

Uber

Uber ในประเทศไทยขยายธุรกิจด้วยการ Growth Hacking ด้วยการใช้กลยุทธ์การตลาดเพื่อนชวนเพื่อน (Referral)  โดยอาศัยการทำให้ลูกค้าพึงพอใจในบริการหรือโปรโมชันและบอกต่อ จนทำให้สามารถสร้างเครือข่ายคนขับได้กว่า 50,000 คนในระยะเวลาเพียงแค่ 6 เดือน

หลักการที่เข้าช่วยให้ธุรกิจเติบโตแบบ growth hacking


สรุป

Growth Hacking เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ช่วยให้แบรนด์เอาชนะคู่แข่งในตลาดได้รวดเร็วและยั่งยืนอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ดี ถ้าผู้ประกอบการคนใดอ่านมาถึงตรงนี้ แต่ไม่รู้ว่าจะนำ Growth Hacking มาปรับใช้ได้อย่างไร ก็ปรึกษากับ Primal Digital Agency ของเราได้เลย เราคือเอเจนซีการตลาดและบริษัททำ SEO ชั้นนำที่มีผู้เชี่ยวชาญการตลาดออนไลน์กว่า 150 คน ที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้เติบโตอยู่เหนือคู่แข่ง เพียงกรอกรายละเอียดเพื่อรับแผนการตลาดกับเราฟรีตอนนี้!