Facebook Pixel คืออะไร พร้อมวิธีติดตั้งที่ทำเองได้แม้ไม่มีพื้นฐาน

Facebook Pixel คือ เครื่องมือวัดผลใน Facebook ที่ทำหน้าที่วัดประสิทธิภาพของโฆษณาที่คุณลง โดยเจ้าเครื่องมือตัวนี้นี่แหละจะคอยเก็บข้อมูลและติดตามพฤติกรรมของลูกค้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการทำ Remarketing เป็นอย่างมาก

โฆษณาที่วัดผลไม่ได้ก็ไม่ต่างอะไรกับการเล่นกล่องสุ่ม! เพราะคุณจะไม่มีวันรู้เลยว่า แคมเปญที่ทำนั้นประสบความสำเร็จหรือไม่ สำเร็จเพราะอะไร หรือมีปัจจัยไหนที่ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น เพราะฉะนั้น “เครื่องมือวัดผล” จึงเป็นอาวุธสำคัญที่นักการตลาดและใครก็ตามที่ขายของหรือทำเพจบน Facebook จะต้องเรียนรู้และใช้ให้เป็น ไม่เช่นนั้นแล้วก็คงเหมือนการจ่ายเงินทำโฆษณาไปโดยไม่ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กลับมา แถมโฆษณาก็ยังไปไม่ถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอีกด้วย 

บทความนี้ เราจะพาทุกคนไปดูเครื่องมือ Pixel บน Facebook ว่าคืออะไร ทำไมจึงสำคัญในการทำธุรกิจ ใครที่สื่อสารและทำการตลาดผ่านช่องทางนี้เป็นหลัก เราขอบอกเลยว่าถึงจะยาวหน่อยแต่ต้องอ่านให้จบ!

Facebook Pixel คืออะไร

Facebook Pixel คืออะไร?

คนที่เพิ่งเริ่มต้นทำเพจใหม่ ๆ อาจจะเคยสงสัยว่า Facebook Pixel คืออะไร เป็นเครื่องมือหรือ Plug-in อะไรที่คุณต้องไปหามาติดตั้งแยกหรือเปล่า ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้น เพราะ Facebook Pixel คือเครื่องมือที่ใช้วัดผลประสิทธิภาพของ Ads โดยจะอยู่ในรูปของ Code สำหรับนำไปแปะไว้ที่หลังบ้านของเว็บไซต์ 

โดย Facebook Pixel Code คือ Code หรือชุด Javascript ที่หน้าตาเหมือน ๆ กับ Code ที่เหล่า Web Developer เขียนขึ้น เมื่อฝังลงไปบน Header ของเว็บไซต์ก็จะช่วยให้สามารถ track กิจกรรมของกลุ่มเป้าหมายที่คลิกเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณผ่านโฆษณาใน Facebook นั่นเอง

หน้าที่ของ Facebook Pixel คืออะไร

ชุด Code ของ Facebook Pixel จะคอยเก็บข้อมูลและวัดผลประสิทธิภาพของโฆษณาโดยดูจากพฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน เพื่อให้คุณนำข้อมูลเหล่านั้นมาประเมินว่า โฆษณาที่ยิงไปได้ผลจริงไหม สามารถ convert คนอ่านให้กลายเป็นลูกค้าได้เท่าไหร่ เป็นต้น 

สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อคุณติดตั้ง Facebook Pixel แล้ว คุณจะไม่ได้รู้ข้อมูลแค่ยอดคนเข้าชมหรือยอดคนสั่งสินค้า เพราะ Pixel จะเก็บข้อมูลดังต่อไปนี้ด้วย

  • Page Views หรือจำนวนคนที่เข้าชมเว็บไซต์
  • Add to Cart จำนวนคนที่กดสินค้าใส่ตะกร้า
  • Purchase จำนวนคนสั่งซื้อ

จะเห็นได้ว่า จากที่ปกติคุณจะรู้แค่ว่ามีคนเข้าชมหน้าเว็บไซต์มากเท่าไหร่แล้วซื้อจริงเท่าไหร่ แต่ Facebook Pixel จะทำให้คุณค้นพบว่า แท้จริงแล้วคนอาจจะเข้าชมเว็บไซต์ X คน กดของรอไว้ในตะกร้าไว้ตั้ง Y คน แต่ทำไมซื้อจริงเพียงแค่ Z คน มีขั้นตอนไหนหรือ UX/UI บนเว็บไซต์ที่ทำให้คนไม่อยากกดสั่งซื้อหรือเปล่า หรือโปรโมชันยังไม่โดนใจ คุณก็สามารถนำตัวเลขเหล่านี้ไปวิเคราะห์และทำ Remarketing ตามตื๊อลูกค้ากลุ่มที่เคยเข้ามาดูสินค้าให้รู้สึกว่า “เราพลาดอะไรไปหรือเปล่านะ หรือกลับไปกดสั่งซื้อดี?”

4 เหตุผลที่คนทำธุรกิจออนไลน์ไม่ควรพลาดใช้ Facebook Pixel

เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น

Facebook Pixel คือเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่า โฆษณาและเงินทุกบาททุกสตางค์ของคุณจะถูกใช้ไปตรงกับกลุ่มเป้าหมายจริง ๆ ผ่านการเก็บข้อมูลที่ละเอียดขึ้นซึ่งสามารถดูผลได้ใน Facebook Analytics

  • เอื้อต่อการทำ Remarketing ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่คนสนใจสินค้าหรือบริการของคุณ
  • สามารถทำ Custom Audience (กลุ่มเป้าหมายที่คุณกำหนดเอง) และ Lookalike Audience (กลุ่มเป้าหมายที่มีความคล้ายคลึงกับลูกค้ากลุ่มเดิมของคุณ) โดยหลังจากที่คุณติดตั้ง Facebook Pixel Code และ Event Code (Code กำหนดเหตุการณ์ที่จะจับพฤติกรรมของผู้ใช้) ลงไปแล้ว Pixel จะเก็บข้อมูล จากนั้นจึงประมวลผลออกมาเพื่อให้คุณนำไปใช้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการยิงแอดครั้งถัดไป

สอนวิธีการใช้งาน Facebook Pixel ตั้งแต่เริ่มต้น

Facebook Pixel จะคอยติดตามข้อมูลพฤติกรรมว่าหลังจากเห็นโฆษณาแล้วกลุ่มเป้าหมายทำอะไรต่อไป ตรงตามจุดประสงค์ในการยิงแอดหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการคลิกลงทะเบียน การซื้อสินค้า การสมัครรับจดหมายข่าว เป็นต้น 

ประหยัดงบยิงแอด

Facebook Pixel นอกจากจะใช้งานได้ฟรี! แล้ว ยังช่วยให้คุณใช้งบยิงแอดคุ้มค่ามากที่สุดอีกด้วย เพราะหากคุณทำโฆษณาโดยไม่รู้พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายก็คงเหมือนการหว่านแหแต่ไม่รู้ว่าปลาอยู่ไหน แต่ถ้าติดตั้ง Facebook Pixel แล้ว ทุกการยิงแอดของคุณจะมีเป้าหมายที่ชัดเจน 

จัดการกับข้อมูลได้มีประสิทธิภาพกว่า

  • สามารถนำข้อมูลที่ Facebook Pixel รวบรวมได้มารายงานผล Return on Ad Spend (ROAS) จากการยิงโฆษณานั้น ๆ เพื่อประเมินว่าผลลัพธ์คุ้มค่ากับการลงทุนหรือเปล่า
  • นำข้อมูลมาทำ A/B Testing เพื่อดูว่าภาพหรือแคปชั่นแบบไหนเรียกลูกค้าได้มากกว่า และเปลี่ยนจากแค่คนอ่านให้กลายเป็นลูกค้าตัวจริงได้ในที่สุด

สอนวิธีการใช้งาน Facebook Pixel ตั้งแต่เริ่มต้น

สอนวิธีการใช้งาน Facebook Pixel ตั้งแต่เริ่มต้น

สร้าง Facebook Pixel และตั้ง Pixel Name

  1. ไปที่ Events Manager
  2. คลิกที่ปุ่มเครื่องหมาย “+” Connect data sources แล้วเลือก Web
  3. เลือก Facebook Pixel > Connect
  4. ตั้งชื่อ Pixel Name โดย 1 แคมเปญหรือ 1 บัญชีผู้ใช้สามารถมีได้เพียง 1 ชื่อเท่านั้น จึงควรใช้ชื่อที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือเพจของคุณ
  5. กรอก URL เว็บไซต์ของคุณ
  6. คลิกต่อไปและยอมรับข้อตกลงในการใช้งาน

สอนวิธีการใช้งาน Facebook Pixel ตั้งแต่เริ่มต้น

Facebook Pixel ID หรือรหัส Pixel คือ ตัวเลข ID สำหรับเข้าใช้งาน Pixel ซึ่ง Facebook กำหนดขึ้นเพื่อใช้จดจำและ track ข้อมูลต่าง ๆ โดยคุณจะต้องใช้รหัสชุดนี้ในการติดตั้ง Facebook Pixel

  1. เข้าไปเช็ก Pixel ID โดยเลือก Ads Manager > Events Manager > Replug > Setting แล้วคัดลอก Pixel ID ไว้สำหรับกรอกข้อมูล
  2. ไปที่ Events Manager เลือกชื่อ Pixel ที่ต้องการ
  3. กด Continue pixel setup > Install code manually
  4. คัดลอก Pixel Base Code แล้วนำไปติดตั้งที่ Header ของหน้าเว็บไซต์ คลิก Continue
  5. สร้าง Event ด้วย Event Setup Tool หรือฝัง Event Code ด้วยตัวเองใต้ Base Code ของ Pixel 

ตัวอย่างของ Event ก็อย่างเช่น การค้นหา เลือกสินค้าลงตะกร้า กดถูกใจหรือเพิ่มสินค้าใน Wishlist เพิ่มข้อมูลที่อยู่ กดลงทะเบียนหรือติดตามจดหมายข่าว และการชำระเงิน

การตรวจสอบการทำงานของ Facebook Pixel

หลังจากติดตั้ง Facebook Pixel และใช้งานไปแล้ว คุณสามารถตรวจสอบว่า Pixel ทำงานเป็นปกติหรือไม่ผ่านทาง Facebook Pixel Helper

Facebook Pixel Helper คือ เครื่องมือที่เอาไว้ตรวจสอบการทำงานของ Pixel โดยจะรันอยู่ที่ background เพื่อดูว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นหรือเปล่า หรือมีความสำเร็จอะไรเกิดขึ้นบ้าง พร้อมมอบฟีดแบ็คแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังเอาไว้ใช้ดู Event ของเว็บไซต์อื่น ๆ ได้ด้วยว่ามีการกำหนด Event ประเภทไหนไว้บ้าง

ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมแบบไหน จะเน้นขายแบบ B2B หรือ B2C แต่เมื่อตัดสินใจลุยในโลกตลาดออนไลน์แล้ว ธุรกิจของคุณก็ต้องได้ทั้ง Awareness และยอดขายด้วย ซึ่งการติดตั้ง Facebook Pixel จะสามารถช่วยวัดประสิทธิภาพและนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาจุดอ่อน จุดแข็ง และหากลยุทธ์ในสเต็ปถัดไป ซึ่งจะช่วยให้แคมเปญประสบความสำเร็จและประหยัดงบได้แน่นอน

แล้วอย่าลืมติดตามสาระน่ารู้และคำศัพท์เกี่ยวกับการตลาดดิจิทัลที่ชาว Primal พร้อมนำมาเสิร์ฟให้คุณอัปเดตเทรนด์การตลาดได้ก่อนใคร!