Landing Page คืออะไร? สำคัญกับการทำการตลาดออนไลน์ขนาดไหน ?
สรุปบล็อกนี้
Key takeaways:
Landing Page คือหน้าเว็บไซต์เดี่ยว ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจง (เช่น การตอบสนองโฆษณาออนไลน์, การรวบรวม Lead, หรือการปิดการขาย) โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าชมกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามที่กำหนดไว้ (Conversion) เพียงอย่างเดียว การมี Website Landing Page ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษจะช่วยให้แคมเปญการตลาดออนไลน์บรรลุเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพกว่าการใช้หน้าเว็บไซต์ปกติ
เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีประสบการณ์เห็นโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย (Social Media) แล้วตัดสินใจคลิกเข้าไป แต่กลับพบว่าหน้าเว็บไซต์นั้นแสดงข้อมูลเฉพาะเรื่องที่โฆษณาไว้ และไม่สามารถคลิกต่อไปยังหน้าอื่นได้เหมือนเว็บไซต์ปกติ ที่สำคัญถ้าลองไปกดดูในเว็บไซต์หลักก็จะไม่เจอหน้านี้ด้วยเช่นกัน สิ่งที่ผู้อ่านกำลังพบเจออยู่นี้มีชื่อเรียกว่า “Website Landing Page”
Landing Page คืออะไร ? แล้วสำคัญอย่างไรต่อการทำการตลาดออนไลน์ในยุคสมัยนี้ มาหาคำตอบพร้อมกันข้างล่างนี้เลย!
Table of Contents
Landing Page คืออะไร ?
Landing Page คือหน้าเว็บไซต์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อ “วัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจง” ซึ่งเน้นการตอบโจทย์กลยุทธ์โฆษณาออนไลน์โดยตรง
ทั้งนี้ Landing Page มักปรากฏในผลการค้นหาทั้งแบบ Paid Search และ Organic Search โดยมีรูปแบบที่หลากหลาย เช่น หน้าโปรโมชัน หน้าสมัครสมาชิก หรือหน้าขายสินค้า เป็นต้น
กล่าวง่าย ๆ หากคลิกโฆษณาจาก Google หรือ Facebook แล้วพบหน้าเว็บไซต์ ที่กระตุ้นให้คุณทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น กรอกข้อมูล หรือสั่งซื้อสินค้า นั่นแหละคือ Landing Page
อย่างไรก็ดี Landing Page ไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่จะคลิกเข้ามาเจอเป็นครั้งแรกเท่านั้น แต่ยังทำหน้าสำคัญในการช่วยเพิ่มผลลัพธ์ทางการตลาด จนหลายครั้งหน้า Landing Page ก็มักถูกเรียกว่า Sale Page ด้วยเช่นกัน
องค์ประกอบสำคัญของ Landing Page
เพื่อให้ Landing Page ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรมีองค์ประกอบหลัก ดังนี้
- Headline ที่ดึงดูดความสนใจ ชัดเจน บอกทันทีว่าลูกค้าจะได้รับอะไร
- Hero Image/Video รูปภาพหรือวิดีโอที่สื่อถึงสินค้าหรือบริการได้อย่างเห็นภาพ
- Social Proof รีวิวจากลูกค้าจริง หรือเครื่องหมายรับรอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
- Call to Action (CTA) ปุ่มหรือข้อความที่ชัดเจนว่าต้องการให้ลูกค้าทำอะไร เช่น “ซื้อเลย”, “ลงทะเบียนรับสิทธิ์”
- Lead Form ฟอร์มสั้น ๆ สำหรับกรอกข้อมูล ในกรณีที่แบรนด์ต้องการเก็บรายชื่อลูกค้า
Landing page สำคัญอย่างไร ?
ความสำคัญของ Landing Page คือการทำให้แคมเปญการตลาดของคุณบรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างแม่นยำขึ้น
แน่นอนว่าเวลาสร้างเว็บไซต์ ทุกคนย่อมมีเป้าหมายที่ต้องการไปถึงอยู่แล้ว ถ้าเป็นเว็บไซต์ E-Commerce เป้าหมายของเว็บฯ คุณอาจจะเป็นการเพิ่มยอดขาย (Sales) ถ้าเป็นเว็บไซต์ที่ต้องการหาลูกค้า เป้าหมายของคุณอาจเป็นการเพิ่ม Lead ที่มีศักยภาพ ฯลฯ ซึ่งการมีหน้า Landing Page ที่ถูก “ออกแบบมาเป็นพิเศษและเฉพาะเจาะจง” ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการมีเพียงหน้า Home Page
Landing Page VS Homepage แตกต่างกันอย่างไร ?
Landing Page คือหน้าเว็บไซต์เดี่ยว ๆ เพียงหน้าเดียว สร้างขึ้นเพื่อนำเสนอเฉพาะข้อมูลสินค้าและบริการ เพื่อให้ผู้เข้าชมตัดสินใจกระทำบางอย่างตามที่เราต้องการ ในขณะที่หน้า Homepage จะเป็นหน้าแรกของเว็บไซต์ที่ประกอบไปด้วยแถบเมนูและข้อมูลอย่างอื่นมากมาย
โดย Landing Page มีเพื่อเพิ่ม Conversion ในเว็บไซต์ให้สูงขึ้น เนื่องจากผู้เข้าชมจะได้อ่านและรับรู้ข้อมูลที่เราเตรียมไว้จากการใช้ CTA ที่สั้น กระชับ และตรงเป้าหมายของหน้า Landing Page นั้น เช่น ลองใช้ฟรี, ปรึกษาฟรี, สมัครสมาชิก, กดเพื่อรับโปรโมชัน เป็นต้น ในขณะที่ Homepage จะเน้นการให้ผู้ใช้กดเข้ามาที่เว็บไซต์เฉย ๆ จึงเป็นการมุ่งเน้นการเพิ่มยอด Traffic มากกว่า
ประเภทของหน้า Landing Page
สำหรับหน้า Landing Page แบ่งตามเป้าหมายการใช้งานได้เป็น 4 ประเภทหลัก คือ
1. Lead Generation
Lead Generation คือหน้า Landing Page ที่ให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลในฟอร์ม เพื่อเปลี่ยนผู้เข้าชมให้กลายเป็น “Lead” ที่มีคุณภาพ โดยมักมาพร้อมกับคำโปรยหรือข้อเสนอที่จูงใจให้ผู้ใช้อยากตัดสินใจกรอกข้อมูลมากขึ้น
ตัวอย่างข้อความที่เห็นบ่อย ๆ อย่างเช่น หน้า Landing Page ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีข้อความ CTA เช่น ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลด 100,000 บาท หรือธุรกิจรถยนต์ เช่น กรอกข้อมูลเพื่อทดลองขับฟรี! เป็นต้น
ข้อดีของหน้า Landing Page ประเภทนี้ก็คือ จะช่วยให้ง่ายต่อการที่ลูกค้าจะกรอกข้อมูล ที่สำคัญนักการตลาดยังสามารถ Track ข้อมูล Lead จากหน้านี้ เพื่อนำไปใช้ในกลยุทธ์การตลาดชิ้นต่อ ๆ ไปได้ด้วย
2. Click-Through Rate
Click-Through Rate คือหน้า Landing Page ที่กดเข้าไปแล้วจะมีหน้าให้คลิกไปยังหน้าต่อไป ซึ่งหน้านี้จะมีประโยชน์ตรงที่บางครั้งลูกค้าก็เบื่อหน่ายกับการถูก Hard Sale ดังนั้น การให้ลูกค้ากดซื้อในหน้าถัดไปอาจจะเป็นการสร้างประสบการณ์การซื้อขายที่ดีกว่า
โดยทั่วไปหน้า Click-Through Rate จะบอกข้อเสนอของสินค้าอย่างละเอียด เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าอยากคลิกไปยังหน้าต่อไปที่ต้องการ ซึ่งหน้า Click-Through Rate นี้เปรียบเสมือนตัวกลางที่อยู่ระหว่างการโฆษณากับร้านค้าออนไลน์ ช่วยให้ลูกค้าคุ้นเคยกับสินค้าหรือบริการก่อน ไม่ต้องรู้สึกว่าถูกบังคับซื้อในทันทีจนลำบากใจ
แม้จะไม่ได้มีการขายตรงในหน้า Click-Through Rate แต่คุณก็ยังมี CTA ที่น่าสนใจในหน้านี้ได้ เพื่อให้ลูกค้าอยากจะคลิกผ่านไปยังขั้นตอนถัดไปที่คุณต้องการ CTA อาจเป็นได้ทั้งการเสนอให้ทดลองใช้ฟรี ลดราคา หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี เป็นต้น
3. Home Page
หน้า Home Page คือหน้าแรกของเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลไว้มากมาย อีกทั้งยังเชื่อมต่อไปยังหน้าเว็บไซต์อื่น ๆ ด้วย โดยในบางธุรกิจก็ใช้หน้า Home Page เป็นหน้า Landing Page ให้ลูกค้าคลิกมาเจอเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ดี หน้า Home Page อาจไม่เหมาะเป็น Landing Page ในหลายธุรกิจ เนื่องจากผู้ใช้จะเห็นภาพรวมของเว็บไซต์ ไม่ได้เจาะจงข้อมูลสินค้าหรือบริการ ทำให้ต้องเสียเวลาหาปุ่มคลิกไปยังเนื้อหาที่ต้องการ จนทำให้ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้อาจไม่ดีเท่าที่ควร
4. Sales Page
Sales Page คือหน้า Landing Page ที่มีจุดประสงค์เพื่อปิดการขายเป็นหลัก โดยถ้าเป็นธุรกิจ E-Commerce หน้า Sales Page ก็คือหน้าสินค้า โดยรายละเอียดในหน้านี้ก็จะมีทั้งภาพ รีวิว ราคา โปรโมชัน รวมถึงปุ่มสั่งซื้อ โดยอาจมี CTA เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าอยากกดซื้อมากขึ้น เช่น ซื้อตอนนี้รับฟรีส่วนลด เป็นต้น
การใช้ Sales Page เป็น Landing Page เหมาะกับธุรกิจที่ขายสินค้าที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่าย ๆ แต่ถ้าเป็นธุรกิจสินค้าขนาดใหญ่อย่างอสังหาริมทรัพย์หรือรถยนต์ การใช้ Lead Generation อาจเหมาะสมกว่า
Landing Page ใช้ทำอะไรได้บ้าง ?
ประโยชน์ของการสร้าง Landing Page ต่อการทำการตลาดออนไลน์มีอยู่หลายประการด้วยกัน ดังนี้
สร้าง Brand Awareness
รูปแบบแรกที่สามารถนำไปทำเป็น Landing Page ได้ก็คือการให้ข้อมูล รายละเอียด เรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจ ตลอดจนประเภทของสินค้าและบริการของคุณ อันนำมาซึ่งการสร้าง Brand Awareness ให้ผู้ใช้งานเข้าใจและจดจำธุรกิจของคุณได้
สร้าง Conversion
ด้วยจุดประสงค์ของการสร้าง Landing Page คือการกระตุ้นยอด Conversion ให้สูงขึ้น ไม่ว่าจะทั้งการกรอกรายละเอียดเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม, การสมัครสมาชิก, การ Subscribe ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ฯลฯ ซึ่งข้อดีของการทำหน้า Landing Page ขึ้นมา ก็เพื่อให้ผู้ใช้งานเห็นในส่วนฟอร์มหรือช่องกรอกข้อมูลได้เลยในทันที โดยไม่ต้องกดเข้าเว็บไซต์เพื่อเลือกหา
กระตุ้นยอดขาย
อีกรูปแบบหนึ่งที่นิยมใช้สำหรับการสร้าง Landing Page ก็คือการนำลูกค้าไปยังหน้าสินค้าและบริการ เพื่อให้ลูกค้าสามารถกดเลือกซื้อ/จอง สินค้าและบริการที่พวกเขาสนใจตามที่เห็นผ่านโฆษณาได้เลย ซึ่งการสร้าง Landing Page ที่จำเพาะเจาะจงก็จะช่วยให้คุณสามารถปิดการขายได้ไวขึ้น
ตัวอย่าง Landing Page ที่ดีควรเป็นอย่างไร ?
หัวใจสำคัญที่ช่วยให้การทำ Landing Page มีประสิทธิภาพ สามารถทำได้ ดังนี้
มีจุดประสงค์เดียว
ด้วยเหตุว่าหน้า Landing Page จำเป็นต้องดึงดูดผู้ใช้งานให้ได้มากที่สุด ดังนั้นคุณควรจำเป็นต้องสร้าง Landing Page ที่มีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียว ไม่ควรมีข้อมูลและรายละเอียดที่อาจจะเบี่ยงเบนความสนใจของผู้เข้าชมจนเจตนาเปลี่ยนไป เพราะอาจส่งผลให้ไม่สอดคล้องกับจุดประสงค์ที่คุณสร้างแคมเปญการตลาดนั้น ๆ ขึ้นมา
เช่น ถ้าหากคุณต้องการเพิ่มยอดติดตามรับข่าวสาร (Subscribe) ลิงก์ที่คุณต้องเชื่อมกับโฆษณานั้น ๆ ก็คือลิงก์ที่กลุ่มเป้าหมาย สามารถเข้าไปกรอกรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ได้เลย ไม่ควรเป็นหน้าที่ผู้ใช้งานต้องคลิกกดเข้าไปอีกรอบ
ออกแบบด้วยหลัก UI/UX Design
ถึงแม้ว่า Landing Page คือหน้าเว็บไซต์เพียงหน้าเดียวที่ถูกทำแยกออกมาเป็นพิเศษ แต่ในการสร้าง Landing Page ก็ยังคงต้องมีองค์ประกอบและรายละเอียดของเว็บไซต์ที่ดีอยู่ คุณควรที่จะใส่ใจในด้านการออกแบบ จัดวางโครงสร้างของหน้า Landing Page ให้ดี โดยสามารถนำหลักการ User Experience (UX) และ User Interface (UI) มาปรับใช้ร่วมได้เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
อ่านบล็อก SEO เพิ่มเติม: UX กับ UI ต่างกันอย่างไร? 2 สิ่งสำคัญที่คนทำเว็บไซต์ต้องรู้
รองรับการเข้าชมด้วยอุปกรณ์ทุกรูปแบบ
ในปัจจุบัน การใช้งานอินเทอร์เน็ต ไม่ได้ถูกจำกัดแค่เฉพาะบนคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวแล้ว แต่ยังมีสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตด้วยเช่นกัน ซึ่งคุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าขณะที่กลุ่มเป้าหมายเจอโฆษณาของคุณและเกิดความสนใจ พวกเขาใช้งานบนอุปกรณ์ชนิดไหนอยู่ ดังนั้นทางที่ดีที่สุด หน้า Landing Page จะต้องมีความเหมาะสมและสามารถรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์ทุกประเภท
ห้ามขึ้น Error 404
การที่หน้าเว็บไซต์ขึ้น Error 404 เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว ไม่ว่ากับจะเว็บไซต์ไหน แต่สำหรับการทำ Landing Page การปล่อยให้แสดงผลว่า Error 404 คือสิ่งที่ห้ามเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด เพราะหากผู้ใช้งานไม่สามารถเข้าถึงหน้า Landing Page ที่ถูกเชื่อมเอาไว้ได้ ก็เท่ากับว่ากระบวนการต่าง ๆ รวมถึงแคมเปญการตลาดที่คุณทำมานั้นไม่ประสบผลสำเร็จ ทางที่ดีที่สุดคุณควรหมั่นตรวจสอบคุณภาพในการแสดงผลของหน้า Landing Page ว่ายังสามารถแสดงผลได้ดี ถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ตลอดระยะเวลาที่คุณทำแคมเปญ
สรุป
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ก็คงจะทราบแล้วว่า Landing Page คืออะไร? และมีความสำคัญต่อการทำแคมเปญการตลาดออนไลน์อย่างไรบ้าง ดังนั้นคุณจึงไม่ควรละเลยในการสร้างสรรค์ Landing Page ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะได้นำไปปรับใช้กับแคมเปญการตลาดออนไลน์ให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด
อย่างไรก็ดี หากการสร้าง Landing Page ที่ดียุ่งยากและเสียเวลาเกินไป สามารถปรึกษา Primal Digital Agency ของเราได้เลย เราคือเอเจนซีการตลาดออนไลน์ ที่พร้อมปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าพร้อมแล้วก็กรอกรายละเอียดเพื่อปรึกษาเราเลยตอนนี้!
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Website Landing Page (FAQs)
Q : Lead Form บน Landing Page มีความสำคัญอย่างไรต่อการเก็บข้อมูลลูกค้า ?
A : Lead Form เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ใช้สำหรับกรอกข้อมูล เพื่อเปลี่ยนผู้เข้าชมให้กลายเป็น “Lead” ที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากที่ช่วยให้นักการตลาดสามารถ Track ข้อมูล Lead จากหน้านั้น ๆ เพื่อนำไปใช้ต่อยอดในกลยุทธ์การตลาดชิ้นต่อ ๆ ไปได้
Q : ธุรกิจประเภทใดที่ควรใช้ Landing Page แบบ Lead Generation มากกว่า Sales Page ?
A : Landing Page ประเภท Sales Page เหมาะกับธุรกิจที่ขายสินค้าที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่าย ๆ แต่สำหรับธุรกิจสินค้าขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูงและต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ เช่น อสังหาริมทรัพย์ หรือรถยนต์ การใช้ Lead Generation Landing Page จะเหมาะสมกว่า เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้าและนำไปสู่กระบวนการปิดการขายต่อไป
Q : การออกแบบด้วยหลัก UI/UX Design มีความจำเป็นต่อ Landing Page ซึ่งเป็นหน้าเดียวอย่างไร ?
A : ถึงแม้ว่า Landing Page จะเป็นหน้าเว็บไซต์เพียงหน้าเดียวที่ถูกทำแยกออกมาเป็นพิเศษ แต่ก็ยังต้องมีองค์ประกอบและรายละเอียดของเว็บไซต์ที่ดี การใส่ใจในด้านการออกแบบ จัดวางโครงสร้างของหน้า Landing Page โดยนำหลักการ User Experience (UX) และ User Interface (UI) มาปรับใช้ จะช่วยให้ผู้เข้าชมมีประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด และไม่เบี่ยงเบนความสนใจจากจุดประสงค์หลักของหน้า (Conversion)
Join the discussion - 0 Comment