แอป X คืออะไร เหมือนหรือต่างจาก Twitter ของเดิมอย่างไร ?

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารในแวดวงออนไลน์อยู่เสมอ ก็คงจะรู้จักแอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า “Twitter (ทวิตเตอร์)” กันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นที่นิยมเล่นกันมาก เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถแลกเปลี่ยนประเด็นต่าง ๆ ในสังคมได้แบบเรียลไทม์ สามารถแพร่กระจายออกไปยังแพลตฟอร์มอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีสิ่งที่เรียกว่า “การติดเทรนด์” อยู่นั่นเอง อีกทั้งยังมีการแบ่งคอมมิวนิตี (Community) ที่ชัดเจนและหลากหลาย กล่าวคือ เป็นที่ที่คนมีความชอบแบบเดียวกันมารวมตัวเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้อย่างอิสระ

แต่เมื่อกลางปี 2022 ได้มีข่าวใหญ่สะเทือนวงการโซเชียลมีเดีย นั่นคือ การที่อีลอน มัสก์ CEO Tesla และ SpaceX เข้าซื้อกิจการ Twitter พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น X และเปลี่ยนโลโก้จากนกสีฟ้าที่คุ้นตาผู้ใช้มาเป็นเวลานานหลายปี กลายเป็นรูปตัว X บนพื้นหลังสีดำแบบเรียบง่าย สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในหมู่ผู้ใช้งาน Twitter

บทความนี้จะมาบอกว่าแอปฯ X คืออะไร และการที่ Twitter เปลี่ยนชื่อเป็น X จะทำให้แพลตฟอร์มยังเป็นเซฟโซนของชาวทวิตฯ อยู่หรือไม่ รวมถึงมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง มาดูกัน !

โลโก้ใหม่ของ Twitter ที่เปลี่ยนชื่อเป็น X

แอปฯ X คืออะไร ?

X คือ แอปพลิเคชันที่เปลี่ยนชื่อมาจาก Twitter ซึ่งเดิมทีเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ก่อตั้งโดยบริษัท Obvious Corp เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2006 แต่เมื่อปี 2022 อีลอน มัสก์ ได้เริ่มต้นซื้อหุ้นแบบเงียบ ๆ ตั้งแต่ 5% และสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งปิดดีลที่การเข้าซื้อกิจการทั้งหมดในมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท พร้อมบอกว่าจะนำ Twitter ออกจากตลาดหลักทรัพย์ เรียกได้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่เป็นมิตรต่อทั้งเจ้าของเดิมและผู้ใช้งาน Twitter ทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีลอน มัสก์อย่างหนักหน่วงมากในช่วงแรก จนทาง Instagram ได้สร้างแอปฯ Threads ขึ้นมาใหม่ด้วยฟอร์แมตการใช้งานที่คล้าย ๆ กับ Twitter เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานที่ไม่พอใจอีลอน มัสก์ แต่เป็นกระแสอยู่ได้ช่วงเดียวก็ซาลง เพราะผู้ใช้งานส่วนใหญ่ก็ยังทำใจเลิกเล่น X หรือ Twitter ไม่ได้

โดยรวมแล้ว ฟังก์ชันหลักของ Twitter ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถแชร์สถานะ (Status) ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ผ่านข้อความสั้น ๆ ไม่เกิน 280 ตัวอักษรนั้นยังมีอยู่เหมือนเดิม แต่จะเปลี่ยนจากการเรียกชื่อสเตตัสเหล่านั้นว่า ทวีต (Tweet) เป็นโพสต์ (Post) แทน รวมถึงการรีทวีต (Retweet) ก็จะเปลี่ยนชื่อเป็นรีโพสต์ (Repost) ปุ่มกดถูกใจที่เดิมเรียกว่าปุ่ม Favourite ก็เปลี่ยนไปเป็นปุ่ม Like รวมถึงฟังก์ชันการส่ง Direct Message หากันก็ยังมีเหมือนเดิม ในชื่อเรียกเดิม

 

Twitter เปลี่ยนชื่อเป็น X แล้วมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง ?

  • ขยายฟีเจอร์ Community Notes ให้ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มข้อมูลลงในรูปภาพหรือวิดีโอของตนเอง โดยข้อความที่ได้รับการอนุมัติจะแสดงขึ้นมาในโพสต์ทุกครั้งที่มีคนรีโพสต์คอนเทนต์ดังกล่าว
  • การแสดงข้อมูลบนหน้าฟีดจะแบ่งเป็น 2 แท็บ คล้าย TikTok คือ แท็บ For You ซึ่งจะแสดงโพสต์ที่มีแนวโน้มว่าเราจะชื่นชอบ และแท็บ Following ที่แสดงเฉพาะโพสต์ของผู้ที่เรากำลังติดตามเท่านั้น
  • การแสดงตัวชี้วัดเพิ่มเติม จากเดิม เวลามีทวีตขึ้นบนหน้าไทม์ไลน์ เราจะมองเห็นแค่จำนวนรีทวีตและจำนวนผู้กด Favourite เท่านั้น แต่ตอนนี้ เราสามารถเห็นจำนวนการมองเห็น (Impression) ในโพสต์ของทุกคนได้ 
  • หากโพสต์ไหนที่เราเป็นเจ้าของเอง ก็จะสามารถดูได้ทั้งยอดการเข้าถึง (Reach) ยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) จำนวนครั้งที่คนคลิกชมโพสต์ (Media Views) จำนวนการเข้ามาดูโพรไฟล์จากโพสต์ (Profile Visits) จำนวนการคลิกลิงก์ (Link Clicks) และจำนวนผู้ติดตามใหม่ที่มาจากโพสต์ (New Followers) ด้วย โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนเป็นบัญชีธุรกิจ
  • X Premium จากชื่อเดิมคือ Twitter Blues โดยแบบใหม่นี้จะแบ่งเป็น 3 เลเวล ได้แก่ Basic, Premium และ Premium+ ซึ่งต้องเสียเงินรายเดือน แต่จะมีฟังก์ชันและสิทธิพิเศษอื่น ๆ มากกว่าผู้ใช้แอปฯ ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น
    • การพิมพ์ข้อความในโพสต์ได้สูงสุดถึง 10,000 ตัวอักษร
    • สามารถแก้ไขข้อความได้สูงสุด 5 ครั้งภายใน 30 นาทีแรกหลังจากโพสต์
    • มีฟังก์ชันทำตัวหนาและตัวเอียงในข้อความ
    • สามารถโพสต์วิดีโอด้วยความละเอียดสูงถึง 1080p และความยาวมากกว่าปกติได้
    • มองเห็นโฆษณาน้อยลง ไปจนถึงไม่เห็นเลย
    • เวลาไปรีพลายโพสต์คนอื่น จะขึ้นเป็นแอ็กเคานต์แรก ๆ
    • มีฟีเจอร์การแบ่งโฟลเดอร์ใน Bookmark เข้ามาเพิ่ม ให้สามารถแบ่งประเภทของเนื้อหาที่บันทึกไว้ได้อย่างเป็นหมวดหมู่
    • สามารถหารายได้จากการโพสต์คอนเทนต์ได้ หากยอด Reach และ Engagement ดี
    • ได้รับ Checkmark หลังชื่อ แต่สามารถซ่อนได้หากไม่ต้องการ
    • มีโอกาสไปปรากฏอยู่หน้าไทม์ไลน์ของคนอื่นสูง แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้ฟอลโลว์เรา

อีลอน มัสก์ CEO เจ้าของใหม่ของ Twitter ที่เปลี่ยนชื่อเป็น X

ข้อดี-ข้อจำกัดของแอปฯ X คืออะไร ?

ข้อดีของ X

  • รับรู้สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร หรือความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ในสังคม
  • อัปเดตสถานการณ์ต่าง ๆ แบบนาทีต่อนาที กล่าวคือ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่กำลังเป็นประเด็นเด่นของสังคมในเวลานั้น ๆ ผู้ใช้งานก็จะสามารถรับรู้ได้ทันทีผ่านการดูจากฟังก์ชัน Trending หรือแฮชแท็กที่กำลังติดเทรนด์ว่าตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้นอยู่บ้าง
  • สามารถแบ่งปันสิ่งที่มีประโยชน์ได้ เช่น ข้อความหรือรายละเอียดต่าง ๆ ที่เรารู้สึกว่าผู้อื่นควรรู้
  • สามารถระบายความอึดอัดของตนเองได้ เนื่องจากแอปฯ X คือแพลตฟอร์มที่ค่อนข้างมีความฟรีสไตล์ในการที่จะพูดเรื่องส่วนตัวของตนเองมากกว่าแพลตฟอร์มอื่น ๆ เพราะมีจุดประสงค์เพื่อการนั้นมาตั้งแต่สมัยก่อนที่ Twitter จะเปลี่ยนชื่อเป็น X
  • สามารถแสดงความเห็นของตนเองได้อย่างอิสระ แม้เป็นการพูดคุยกับคนที่เราไม่รู้จักมาก่อนเลยก็ตาม

ข้อจำกัดของ X

  • การที่ข่าวสารกระจายอย่างรวดเร็วเกินไป ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ เพราะการรีโพสต์แค่อย่างเดียวก็สามารถทำให้ข่าวสารแพร่ไปไกลโดยที่บางคนอาจไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดให้ครบถ้วนว่า เนื้อหาในนั้นมีความจริงมากน้อยแค่ไหน
  • ในกรณีใช้แบบฟรี จะโพสต์ข้อความได้น้อยเกินไป ส่งผลให้บางครั้งรายละเอียดที่ผู้พูดต้องการจะสื่อไม่ครบถ้วน
  • ข่าวสารที่ได้รับ บ่อยครั้งก็ไร้เแหล่งที่มา แม้จะเป็นประเด็นเด่น ๆ ของสังคมในขณะนั้น แต่หากบอกว่าเป็นข่าวสารที่มาจาก X ก็อาจทำให้บางคนรู้สึกว่าเป็นข่าวโคมลอย ไร้น้ำหนัก เพราะใครก็สามารถพูดได้
  • มีโอกาสเกิดการทะเลาะเบาะแว้งได้ง่ายกว่าแพลตฟอร์มอื่น เพราะไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตน และการแสดงความคิดเห็นของตัวเองอย่างเปิดเผยก็อาจสร้างความไม่พอใจแก่ผู้ที่คิดเห็นไม่ตรงกันได้

 

จะเห็นได้ว่า แอปฯ X คือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม แต่ก็เป็นที่นิยมมาก เนื่องจากทำให้ได้รับข่าวสารไวกว่าช่องทางอื่น ๆ โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นที่ต้องการทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ ๆ ที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันทางอินเทอร์เน็ต แม้ Twitter เปลี่ยนชื่อเป็น X แล้ว แต่ก็ยังสามารถรักษาผู้ใช้งานจำนวนมากไว้ได้ ด้วยรูปแบบการใช้งานของแพลตฟอร์มที่ยังไม่มีเจ้าไหนแทนที่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น X ยังเป็นแพลตฟอร์มที่แบรนด์ต่าง ๆ เลือกใช้ในการทำการตลาดอีกด้วย เนื่องจากเป็นช่องทางที่มีกลุ่มเป้าหมายแตกต่างและมีความเฉพาะเจาะจงมากกว่าแพลตฟอร์มทั่วไป

อยากทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย Primal Digital Agency ยินดีช่วยเหลือ ! เราเป็นเอเจนซีชั้นนำของไทยที่มีผู้เชี่ยวชาญกว่า 150 คน พร้อมให้บริการและผลักดันให้ธุรกิจคุณก้าวสู่ความสำเร็จ ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาฟรีได้เลยวันนี้