ขยายธุรกิจออนไลน์ให้ครบวงจรด้วย Line Ads Platform

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนตอนที่ตลาดโซเชียลมีเดียยังไม่แพร่หลายนัก Facebook เข้ามาทำให้โลกออนไลน์เปลี่ยนโฉมจากแพลตฟอร์มที่ดูจะไร้สาระให้กลายเป็นพื้นที่ธุรกิจจนสร้างเศรษฐีหน้าใหม่ๆ ขึ้นมากมายแต่เราก็ทราบกันดีว่าในปัจจุบันนั้นมันไม่มีอะไรง่ายอีกต่อไปแล้ว จากโฆษณาที่เคยตั้งกลุ่มเป้าหมายมั่วๆ ก็ได้ยอดขายถล่มทลายทุกวันนี้ก็ไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป จึงเป็นเหตุให้เหล่านักธุรกิจบนโลกดิจิทัลทั้งหลายต่างมองหาช่องทางใหม่ๆ หนึ่งในนั้นคือ LINE การทำโฆษณา LINE ในไทยนั้นแม้ว่า Line Ads Platform จะเปิดให้ใช้บริการสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังคงถือเป็นของใหม่ที่นักธุรกิจให้ความสนใจกันไม่น้อย

แต่ความต่างของ LINE Ads Platform กับการทำโฆษณาบน Facebook คือ “คุณไม่สามารถซื้อโฆษณาด้วยตัวเองได้” ดังนั้นหากคุณต้องการขยายธุรกิจให้ไปโดนกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้นด้วย LINE ล่ะก็จำเป็นต้องมองหาบริษัทรับทำโฆษณา LINE ซึ่งในไทยก็มีอยู่หลากหลายเจ้า แต่ก่อนที่จะเดินดุ่มๆ ไปจ้างใครเค้าทำเรามาดูกันก่อนดีกว่าว่า LINE Ads Platform หรือตั้งแต่ตรงนี้เราจะเรียกสั้นๆ ว่า LAP นั้นมีข้อดี ข้อได้เปรียบและโอกาสกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ อย่าง Facebook, Google อย่างไรบ้าง

LAP คืออะไร

LINE Ads Platform คือแพลตฟอร์มโฆษณาจากฝั่งของ LINE แอปพลิเคชันแชทที่คนไทยต่างรู้จักกันดีการทำโฆษณา LINE ในไทยนั้นจะต้องทำผ่านเอเจนซี่เท่านั้น เป็นการโฆษณาด้วยภาพ วิดีโอรวมถึงแอปพลิเคชันที่จะแสดงผลบน LINE Timeline และ Line Today สามารถกำหนดงบประมาณที่ต้องการคล้ายกับ Facebook ถือเป็นช่องทางในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก (Brand Awareness) เพิ่มผู้ติดตามไปจนถึงการทำ Re-Targeting เพื่อตอกย้ำให้คนที่เห็นโฆษณามีโอกาสกลับมาเป็นลูกค้าด้วยตัวเลขผู้พบเห็นกว่า 1,000 ล้านวิวต่อเดือน (เข้าถึงบัญชีผู้ใช้กว่า 44 ล้านคนในประเทศ) จึงถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางโฆษณาออนไลน์ที่กำลังเป็นที่จับตาอย่างสูง ณ ตอนนี้

 

การเติบโตของการทำโฆษณา LINE ในไทย

จนถึงตอนนี้ LINE Ads Platform ก็มีอายุครบ 1 ปีแล้ว แต่ยอดการเติบโตสูงถึง 2 เท่าโดยนับจากตัวเลขของเอเจนซี่ที่อยู่ในระบบจากปีก่อนมีเพียง 70 ราย แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 177 ราย (อัปเดตเดือน กรกฎาคม 2562) ทำให้ปีนี้ LAP มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่จะมาช่วยให้การแข่งขันทางโฆษณาดุเดือดขึ้นซึ่งการอัปเดตทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ธีมที่เรียกว่า “The Age of Hyper-Personalization” หรือให้ความสำคัญกับการนำ Big Data ที่เป็นแบบ Real Time มาใช้มากยิ่งขึ้น

Dynamic Product Ads (DPA) 

เป็นรูปแบบโฆษณาใหม่จะแสดงผลเป็นแบบ Caurasel เหมาะสำหรับคอนเทนต์หรือสินค้าที่มีตัวเลือกหลายชิ้น อาจเป็นแคตตาล็อก รายการสินค้า ที่พัก บริการ โปรโมชัน ฯลฯ ให้ผู้ใช้สามารถเลื่อนซ้าย-ขวา เพื่อดูโฆษณาในแต่ละภาพได้ โดยฟีเจอร์นี้ได้มีการเปิดตัวไปตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาแล้ว

 

New Target Feature

มีการเพิ่มความแม่นยำในเรื่องการตั้งกลุ่มเป้าหมายจากเดิม (อธิบายส่วนนี้ไว้ในหัวข้อด้านล่าง) มากยิ่งขึ้นโดยมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการเลือก Reach และ Freauency ได้นอกจากนี้ทาง LINE ก็ไม่ได้จะหยุดเพียงแค่นั้นเพราะในอนาคตจะถูกต่อยอดให้สามารถกำหนดไปถึง จังหวัดหรืออำเภอที่แบรนด์ต้องการทำโฆษณาไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้ หรือที่เรียกว่า Geo Targenting

New Payment Feature

ในอนาคตจะมีการเพิ่มช่องทางการชำระเงินแบบใหม่โดย LINE จะมีการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์อย่างเช่น PayPal, VISA, JCB, American Express, Mastercard เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้แพลตฟอร์มซึ่งรายละเอียดส่วนนี้อาจต้องรอการอัปเดตจาก LINE ในอนาคตอันใกล้อีกครั้ง

 

Cost Per Friend

อันนี้ถือเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจไม่น้อย โดยรูปแบบที่วางเอาไว้คือเมื่อผู้ใช้รับชมโฆษณาจนจบจะสามารถเพิ่มบัญชี LINE OA ของแบรนด์นั้นๆ เป็นเพื่อนได้เลยโดยไม่ต้องกดจากหน้าโฆษณา แต่ส่วนนี้จะทำให้แบรนด์สามารถซื้อโฆษณาโดยตรงกับ LINE โดยไม่ต้องผ่านระบบ LAP แต่ฟีเจอร์นี้คงต้องรอสักหน่อย

 

ทำโฆษณา LINE ในไทยดีกว่าอย่างไร

แพลตฟอร์มนี้เป็นการสร้างจากบริษัทแม่ของ LINE ในญี่ปุ่น แน่นอนว่าในแต่ละประเทศก็จะมีรูปแบบหรือกลยุทธ์ที่เฉพาะสำหรับประเทศนั้นๆ ส่วนการทำโฆษณา LINE ในไทยถือว่ามีข้อได้เปรียบอยู่ไม่น้อย เหตุเพราะคนไทยใช้ LINE เป็นแอปพลิเคชันสำหรับแชทเป็นหลักและที่สำคัญนอกจาก LINE Timeline ที่ปัจจุบันก็มีคนใช้งานเป็นจำนวนมาก ยังมีช่องทางข่าวสารคือ LINE Today เป็นของตัวเองอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเป็นพื้นที่ที่จะทำให้คนเห็นโฆษณาของคุณได้ในชีวิตประจำวันของพวกเขา

LAP แม่นยำแค่ไหน

สำหรับการกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณาของ LINE นั้นสามารถเลือกได้ตามหมวดหมู่ดังต่อไปนี้

  1. Region (ภูมิภาค)
  2. Gender (เพศ)
  3. Age (อายุ)
  4. OS (ระบบปฏิบัติการ)
  5. Interest (ความสนใจ)
  6. Audience (เป้าหมายผู้ชม)

ทว่าเนื่องจากนโยบายของ LINE ตั้งแต่ดั้งเดิมนั้นคือจะไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนตัวจากการสนทนา (ผิดกฎหมายและละเมิดสิทธิส่วนบุคคล) ดังนั้นการเก็บข้อมูลของแพลตฟอร์มนี้จะต่างจาก Facebook เล็กน้อย (Facebook จะมีการเก็บข้อมูลจากโปรไฟล์ของเราและอื่นๆ) แต่สำหรับ LINE จะมีวิธีการเก็บข้อมูลผู้ใช้ผ่านทางการเลือกซื้อสติ๊กเกอร์ (ดูว่าเลือกแบบไหน ผู้ชาย ผู้หญิง) การเลือกอ่านคอนเทนต์ต่างๆ บน LINE Today การรับชมคลิปวิดีโอบน LINE TV การดูผู้ติดตามใน LINE Official Account รวมถึงการเก็บพฤติกรรมการใช้บริการ LINE Man แทน ซึ่งเป็นการเก็บสถิติอย่างต่อเนื่องบนฐานข้อมูลของระบบจึงมั่นใจได้ว่าแม่นยำไม่แพ้ Facebook เลยทีเดียว

ทำโฆษณาแบบไหนได้บ้าง

ถ้าอ่านมาถึงตรงส่วนนี้แล้วยังรู้สึกว่าการทำโฆษณาบนแพลตฟอร์มนี้ยังไม่ค่อยหวือหวาสักเท่าไหร่ ลองพิจารณาถึงรูปแบบโฆษณาบน LINE Timeline, LINE Today นี้ดูว่ามีเทคนิคใดที่น่าสนใจบ้าง

 

  1. LINE Tags เก็บข้อมูลผู้ที่เข้ามาบนเว็บไซต์

ในส่วนนี้จะมีลักษณะการทำงานเหมือนกับ Facebook Pixel เป็นฟังก์ชั่นที่จะมาช่วยให้เจ้าของโฆษณาสามารถเก็บข้อมูลของผู้ใช้ที่เข้ามาในโฆษณาของคุณได้โดยแบ่ง LINE Tags ออกเป็น 3 ชนิดดังต่อไปนี้

 

1.1 Base Code: สำหรับการใส่ Code ส่วนนี้จะต้องใส่ไว้ในช่วงของ <Header> บนหน้าเว็บเพื่อเป็นการอนุญาตให้ Tag ที่ใส่ไปสามารถเก็บข้อมูลลงใน Database ของธุรกิจคุณได้

1.2 Conversion: Code นี้ให้ใส่ไว้ในหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการวัดค่า Conversion

1.3 Custom Event: เป็นการใช้ Customer Event Code เพื่อเก็บข้อมูลหน้าเว็บไซต์แบบอิสระโดยใช้เหตุการณ์ที่กำหนดเองได้ อาทิ เราต้องการแท็กคนที่คลิกปุ่ม Add to cart หรืออยากแท็กคนที่เข้ามาชมสินค้าของเรา แท็กคนที่เข้ามาหน้าโปรโมชันของเรา ฯลฯ ซึ่งประโยชน์ของการบันทึกข้อมูลเหล่านี้คือการนำไปทำ Re-Target ในภายหลังได้

  1. Re-Targeting

เป็นการใช้ฐานข้อมูลลูกค้าที่เราอาจจะทำการเก็บไว้จาก Tag ต่างๆ ดังหัวข้อด้านบนแล้วนำมากำหนดเป็นกลุ่มเป้าหมายเพื่อสำหรับให้โฆษณาที่คุณต้องการนำเสนอนั้นถูกส่งออกไปยังผู้ที่อาจจะมีแนวโน้มว่าสนใจในธุรกิจของเรา เป็นการตอกย้ำอันอาจส่งผลให้พวกเขาตัดสินใจซื้อได้

  1. Lookalike Audience

ลักษณะเดียวกับกับการทำ Lookalike บน Facebook เลยก็การสร้างกลุ่มลูกค้าที่คล้ายกับลูกค้าเดิมที่มีอยู่เพื่อขยายฐานลูกค้าออกไป ถือเป็นหนึ่งวิธีที่เอเจนซี่รับทำโฆษณา LINE ในไทยใช้

 

หน้าตาโฆษณาจะเป็นอย่างไร

สำหรับการแสดงผลโฆษณา LINE นั้น โฆษณาที่ขึ้นแสดงได้จะเป็นรูปภาพและวิดิโอเท่านั้น โดยเลือกแสดงตามความเหมาะสมของแต่ละตำแหน่งซึ่ง ณ ตอนนี้จะมีด้วยกัน 6 ตำแหน่งคือ

  1. LINE Timeline

  1. Article Page End0

  1. Article Page End1

  1. Article Page End2

  1. Top Page Top2

  1. Top Page Top3

 

อยากเริ่มทำโฆษณาบน LINE Timeline ต้องทำอย่างไร

นอกจาก LINE Timeline ก็ยังจะมี LINE Today เป็นพื้นที่สำหรับให้โฆษณาของคุณเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ด้วย แต่อย่างที่เราบอกไปตั้งแต่ตอนต้นว่าหากคุณอยากทำโฆษณาบนแพลตฟอร์มนี้ ณ ปัจจุบันยังต้องทำผ่านเอเจนซี่ผู้ให้บริการรับทำโฆษณา LINE ในไทยเท่านั้นซึ่งแน่นอนว่า Primal เราก็มีบริการที่จะช่วยให้แคมเปญโฆษณาของคุณประสบความสำเร็จดังเป้าที่ตั้งไว้ด้วยผู้เชี่ยวชาญทั้งทางด้านการ Bidding, การรันแคมเปญ การวางกลยุทธ์ซึ่งเรามีทีมงานชำนาญการที่จะคอยดูแลคุณตลอดทั้งแคมเปญ

 

สิ่งที่คุณต้องรู้

เป็นที่รู้กันดีว่า LINE ประเทศไทยมีการเติบโตของผู้ใช้ที่สูงขึ้นอย่างมากรวมถึง LINE บริษัทแม่เองก็มีนโยบายที่จะพัฒนาปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์มให้เข้าถึงทั้งทางด้านผู้ใช้ที่เป็นบุคคลคนทั่วไปและการทำธุรกิจ

LINE@ สู่ LINE OA (LINE Official Account)

เป็นข่าวครึกโครมอยู่พักใหญ่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทาง LINE มีการประกาศปรับโฉมแพลตฟอร์มสำหรับการทำธุรกิจครั้งใหญ่นั่นคือการนำ LINE@ กับ LINE Official Account มารวมเข้าด้วยกัน โดยเหตุผลหลักที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ขึ้นเพราะจากสถิติมีการประเมินเอาไว้ว่าผู้ใช้งาน LINE 1 คนจะได้รับข้อความบรอดแคสต์สูงถึง 60 ข้อความต่อวัน เพราะการทำโฆษณา LINE ในไทยทั้งบน LINE@ และ LINE Official Account เดิมมีผู้ใช้งานรวมกว่า 2.7 ล้านราย ทำให้มีการส่งข้อความบรอดแคสต์ออกหาผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ซึ่งผลกระทบหลักๆ เกิดขึ้นจากการที่ผู้ใช้บล็อกและเลิกติดตามบัญชีธุรกิจต่างๆ จากการที่ได้รับข้อความบรอดแคสต์ซึ่งหลายๆ ครั้งเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่สนใจ

 

โดยใน LINE OA ใหม่นี้จะเป็นการยกเครื่องระบบใหม่เกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นระบบ CMS หลังบ้านไปจนถึงแพคเกจราคาที่ปรับใหม่ แน่นอนว่าช่วงแรกอาจสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้ LINE@ เดิมอยู่บ้างแต่ LINE เชื่อว่าการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่นี้จะทำให้แพลตฟอร์มก้าวไปข้างหน้าและสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ได้