ลิงก์ไม่ดีต้องกำจัดด้วยสิ่งนี้ ! รู้จัก Disavow Link คืออะไร

เมื่อพูดถึงการทำ SEO (Search Engine Optimization) หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญมากก็คือ Backlink ซึ่งใช้เป็นตัวตัดสินคุณภาพและความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ในสายตาของ Google ดังนั้น คนทำ SEO จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ Backlink เยอะ ๆ อันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการติดอันดับต้น ๆ บนหน้าแรกของ Google

จริงอยู่ที่ว่าในยุคแรก ๆ ของการทำ SEO นั้น เว็บไซต์ใดมีปริมาณ Backlink มาก ก็จะถือว่าเว็บไซต์นั้นมีประสิทธิภาพมาก และมักจะอยู่อันดับแรก ๆ ของหน้าผลการค้นหาเสมอ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ระบบประมวลผลของ Google ก็เริ่มเรียนรู้ว่า เว็บไซต์ที่มี Backlink เยอะ ไม่ได้หมายความว่าเว็บฯ นั้นมีเนื้อหาหรือข้อมูลที่มีคุณภาพเสมอไป เพราะช่วงหลังมานี้มีวิธี “โกง” การทำ SEO ด้วยการใช้ Backlink ที่ไม่ดี (Bad Backlink) กล่าวคือ เน้นปริมาณ แต่ไม่เน้นคุณภาพ ส่งผลให้ Google ต้องอัปเดตอัลกอริทึมเพื่อป้องกันไม่ให้เว็บไซต์ทำ Spam Backlink มาหลอกเอาอันดับดี ๆ บนหน้าผลการค้นหา รวมถึงสร้างเครื่องมือช่วยกำจัดลิงก์ดังกล่าว เรียกว่า “Disavow Link” ที่วันนี้เราจะมาบอกว่าคืออะไร และจะมีวิธีทำ Disavow Link ได้อย่างไรบ้าง

วิธีลบ Backlink ที่ไม่ดี

Disavow Link คืออะไร

Disavow Link คือ การปฏิเสธลิงก์ไม่ดีที่ส่งมายังเว็บไซต์ของเรา ด้วยการแจ้งไปที่ Google ว่าลิงก์ใดเป็น Bad Backlink และขอให้ Google ไม่นำลิงก์ดังกล่าวมาเป็นปัจจัยในการพิจารณาอันดับบนหน้าผลการค้นหา เพราะลิงก์ที่ไม่ดีจะส่งผลเสียต่อการทำ SEO ได้ กล่าวคือ อันดับเว็บไซต์ของเราอาจร่วงหล่นลงมา หรือโชคร้ายกว่านั้นก็คืออาจโดนแบนออกไปจากหน้าผลการค้นหาเลย เพราะอย่างที่คนทำ SEO รู้กันดีว่า Backlink เป็นปัจจัยสำคัญลำดับต้น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อการพิจารณาของ Search Engine มาก ดังนั้น การที่มี Bad Backlink ส่งกลับมายังเว็บไซต์เรา จึงถือเป็นสัญญาณอันตราย เพราะ Google อาจเข้าใจผิดได้ว่าเรากำลังทำการ “โกง” อันดับด้วยการสร้าง Backlink แบบผิดวิธี

หากใครทำ SEO อย่างถูกต้องตามกฎเกณฑ์ที่ Google กำหนดแล้ว แต่ก็ยังไม่ติดอันดับบนหน้าแรกเสียที นั่นอาจเป็นเพราะมี Bad Backlink กำลังทำร้ายเว็บไซต์ของเราอยู่ และการทำ Disavow Link คือหนึ่งในแนวทางที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ก่อนที่เราจะโดน Google ลงโทษ เป็นเหตุให้เราต้องคอยตรวจสอบเว็บไซต์อยู่เป็นประจำ เพื่อไม่ให้อันดับเว็บไซต์ตกหรือไม่ขยับขึ้น อันเนื่องมาจากการถูกผู้อื่นกลั่นแกล้งด้วยการทำ Spam Backlink ใส่ เพราะโดยทั่วไปแล้ว หากเว็บไซต์ตกอันดับลงไป ก็เป็นการยากทีเดียวที่จะได้กลับขึ้นมาใหม่ การป้องกันไว้ไม่ให้เกิดจึงจะดีต่อคุณภาพของเว็บไซต์เรามากที่สุด

 

ตัวอย่าง Bad Backlink ที่ไม่ดีและไม่มีคุณภาพ

ตัวอย่าง Bad Backlink ที่ไม่ดีและไม่มีคุณภาพนั้น เราสามารถตรวจสอบและแยกแยะลักษณะคร่าว ๆ ได้ด้วยข้อสังเกตดังต่อไปนี้

  • ลิงก์ที่มี Anchor Text หรือ Text Link เป็นคำแปลก ๆ ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้า บริการ เนื้อหา หรือข้อมูลบนเว็บไซต์เรา
  • ลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์ที่เราไม่รู้จัก หรือไม่เกี่ยวข้อง
  • ลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่มีประโยชน์ หรือไม่มีคุณภาพ
  • ลิงก์ที่วางอยู่ในสแปมคอมเมนต์ หรือมีซ้ำ ๆ ในหน้าเพจเดียว
  • ลิงก์ที่มาจากฟอรัม หรือกระทู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเรา
  • ลิงก์ที่มาจากต่างประเทศ และไม่ใช่กลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายของเว็บไซต์เรา
  • ลิงก์ที่ถูกซ่อนไว้โดยการเอารูปภาพบัง หรือใช้สีข้อความที่มีเจตนาไม่ให้มองเห็น

ลักษณะข้างต้นนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Bad Backlink เท่านั้น โดยสามารถศึกษาเกี่ยวกับ Backlink ที่ไม่ดีเพิ่มเติมได้ที่ Google Search Central

 

ควรทำ Disavow Link เมื่อไหร่

เมื่อได้รับคำเตือนจาก Google

เว็บไซต์ที่มี Bad Backlink ส่งกลับมาจำนวนมาก มักจะได้รับคำเตือนจาก Google Search Console ในหัวข้อ “Unnatural links to your site” โดยในเนื้อหาจะบอกวิธีการลบลิงก์เหล่านั้นอย่างชัดเจน ซึ่งหากเราปฏิบัติตาม ก็มีโอกาสที่จะช่วยให้อันดับเว็บไซต์ดีขึ้นได้ แต่อันที่จริงก็ไม่เสมอไปที่เราจะได้รับข้อความแจ้งเตือนนี้ เพราะจากการสังเกต พบว่าในปัจจุบัน เว็บไซต์จำนวนน้อยมาก ๆ ที่จะได้รับการแจ้งเตือนดังกล่าว ฉะนั้น บางทีเราอาจไม่ต้องรอให้ Google มาเตือน แต่ถ้าสังเกตได้ว่าเว็บไซต์ของตนเองมีความผิดปกติทางใดทางหนึ่ง หรือตรวจสอบได้ว่ามีลิงก์แปลกปลอมส่งกลับมายังเว็บไซต์ของเรา ก็แนะนำให้ทำ Disavow Link ไว้ก่อนเลย เพราะถึงอย่างไร การลบลิงก์เสียย่อมไม่ส่งผลร้ายอะไรต่อเว็บไซต์อยู่แล้ว ในทางกลับกัน หากปล่อยลิงก์เหล่านั้นทิ้งไว้จะไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน ทั้งนี้ อันดับเว็บไซต์จะดีขึ้นมากน้อยแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย

จำนวนคนเข้าเว็บไซต์ (Traffic) และอันดับเว็บไซต์ลดลงอย่างรวดเร็ว

หากจู่ ๆ เว็บไซต์ของเราก็มีจำนวนผู้เข้าชมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หรืออันดับเว็บไซต์หล่นลงฮวบฮาบ สิ่งแรกที่ควรตรวจสอบคือ Backlink ต่าง ๆ ที่ถูกส่งกลับมายังเว็บไซต์ของเรา ว่ามีลิงก์ไหนดูน่าสงสัยหรือไม่ กล่าวคือ เป็นลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์แปลก ๆ ไม่น่าเชื่อถือ หรือเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย เช่น เว็บฯ พนันออนไลน์ เป็นต้น ถ้ามี ควรรีบทำ Disavow Link เพื่อลบออกทันที เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า ปัจจัยหลักที่อัลกอริทึมนำมาพิจารณาในการจัดอันดับก็คือ Backlink ส่งผลให้เว็บไซต์ใดที่มี Bad Backlink จำนวนมากก็จะถูกทำโทษด้วยการลดอันดับลง หรือแบนออกไปจากหน้าผลการค้นหาเลย เพราะถือว่าเป็นเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพมากพอ ซึ่งในส่วนนี้จะนำมาซึ่งผลกระทบทั้งในด้านการสร้างการรับรู้และการเพิ่มยอดขายของแบรนด์เลยทีเดียว

 

Bad Backlink คืออะไร

วิธีทำ Disavow Link

ตรวจสอบ Backlink ของเว็บไซต์

วิธีทำ Disavow Link ขั้นตอนแรก คือ ตรวจสอบว่าเว็บไซต์เรามี Backlink อะไรบ้าง โดยเครื่องมือตรวจสอบที่นิยมใช้ มีดังนี้

ค้นหาและลิสต์รายชื่อลิงก์ที่ไม่ดี

หลังจากตรวจสอบ Backlink แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการไล่พิจารณารายชื่อแต่ละลิงก์ แล้วดูว่าอันไหนเข้าข่าย Bad Backlink ซึ่งมีลักษณะตามที่ระบุไว้ในหัวข้อก่อนหน้านี้บ้าง จากนั้น แยกรายชื่อลิงก์ที่ไม่ดีออกมารวบรวมไว้ใน Spreadsheet

รวบรวมรายชื่อใส่ลงใน Disavow File

Disavow File คือ ไฟล์ที่ระบุรายชื่อ Bad Backlink ของเว็บไซต์เรา ซึ่ง Google กำหนดมาว่าต้องเป็นไฟล์สกุล .txt ที่เข้ารหัสในรูปแบบ UTF-8 หรือ ASCII แบบ 7 บิต โดยเราสามารถใช้โปรแกรม Notepad ในการสร้างได้

หลังจากที่รวบรวม Bad Backlink ได้ครบแล้ว ขั้นตอนต่อมา ให้นำลิงก์เหล่านั้นมาใส่ไว้ใน Disavow File ซึ่งไฟล์จะต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

  • สามารถระบุเป็น URL หรือโดเมนเนม (Domain Name) ก็ได้ แต่ต้องระบุ 1 รายการต่อ 1 บรรทัด
  • หากเลือกระบุเป็นโดเมนเนม ให้ใส่ “domain:” ไว้ข้างหน้า domain:website.com
  • URL มีอักขระได้สูงสุด 2,048 ตัว
  • จำนวนบรรทัดต้องไม่เกิน 100,000 บรรทัด
  • ไฟล์ต้องมีขนาดไม่เกิน 2 MB
  • หากใส่เครื่องหมายสี่เหลี่ยม (#) Google จะไม่นับบรรทัดที่ขึ้นต้นด้วยเครื่องหมายดังกล่าว

อัปโหลดไฟล์ลิงก์บน Google Search Console

เมื่อใส่ข้อมูลลงใน Disavow File เรียบร้อยแล้ว วิธีทำ Disavow Link ขั้นตอนสุดท้ายคือ ส่งไฟล์ดังกล่าวไปที่ Google Search Console โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ไปที่หน้า Disavow Tool
  • เลือกพร็อปเพอร์ตีจากรายการพร็อปเพอร์ตี เพื่อเลือก Bad Backlink ที่ต้องการจะปฏิเสธ
  • กดปุ่มอัปโหลด
  • เลือก Disavow File จากนั้นกด Submit ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากการอัปโหลดเสร็จสมบูรณ์แล้ว อัลกอริทึมจะใช้เวลาราว 2-3 สัปดาห์ในการรวมลิสต์ของเราไว้ในดัชนี แล้วทำการรวบรวมข้อมูลบนเว็บไซต์เพื่อประมวลผลในการจัดอันดับอีกครั้ง กระนั้น แม้ว่าอันดับจะดีขึ้นแล้ว แต่เราก็ยังต้องมีการปรับปรุงเว็บไซต์ตามเกณฑ์ SEO อยู่เสมอ เพื่อที่เว็บไซต์ของเราจะได้อยู่บนอันดับต้น ๆ ของหน้าผลการค้นหาได้นาน ๆ

 

สรุป

ดังนั้น Disavow Link คือ กระบวนการที่ Google เปิดโอกาสให้เจ้าของเว็บไซต์สามารถแจ้งลบ Backlink ไม่พึงประสงค์ที่เชื่อมกลับมายังเว็บไซต์ของตนเองได้ เพราะบางครั้ง เว็บไซต์ดัง ๆ ก็อาจมีผู้ไม่หวังดีใช้วิธีการส่ง Bad Backlink มาทำให้อันดับตก เพราะอย่างที่รู้กันว่า Backlink เป็นหัวใจสำคัญของการทำ SEO หากเว็บไซต์ใดมีลิงก์ที่ไม่มีคุณภาพจำนวนมาก ก็จะทำให้ถูก Google ลงโทษได้ง่าย ๆ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องคอยตรวจสอบเว็บไซต์ของตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้เว็บไซต์มีคุณภาพทั้งในสายตาของอัลกอริทึมและผู้ใช้งานทั่วไป

หากต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับกลยุทธ์การตลาด ติดต่อ Primal Digital Agency บริษัทรับทำ SEO ชั้นนำของไทย เพื่อนัดเวลาพูดคุยปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ และรับแผนการตลาดฟรีได้เลยวันนี้