
โดย Panlert Champakhomเผยแพร่: อัปเดต: อ่าน 15 นาที
AI Visibility คืออะไร และวัดผลแบรนด์ในคำตอบของ AI อย่างไร
AI Visibility คือความถี่ที่คำตอบของ AI (Artificial Intelligence) เอ่ยชื่อหรืออ้างอิงแบรนด์ของคุณ เมื่อมีคนถามคำถามในหมวดสินค้าหรือบริการของคุณ วัดได้ด้วยชุดคำถามเดิมที่ถามซ้ำบนแต่ละแพลตฟอร์มทุกวัน แล้วอ่านค่ารายเดือนของ Visibility, Mention, Citation และ Share of Voice คู่กับรายงาน Generative AI ใน Google Search Console และช่องผู้ช่วย AI ใน Google Analytics 4 (GA4)
ประเด็นสำคัญ
- AI Visibility วัดด้วยตัวเลข 4 ตัว คือ Visibility, Mention, Citation และ Share of Voice ตัวที่ใช้เทียบเดือนต่อเดือนได้ดีที่สุดคือ Visibility เพราะเป็นสัดส่วน และไม่ขึ้นกับรายชื่อคู่แข่งที่เลือกติดตาม
- ใน 285, 098 คำตอบของ AI จากคำถามในหมวดของ 171 แบรนด์ ที่ Elevate, Primal's AI Visibility Tracker เก็บในเดือนที่ผ่านมา ค่ากลางของชุดคำถามคือ 10 คำถามต่อแบรนด์ และแต่ละคำถามได้คำตอบราว 90 คำตอบต่อเดือน
- ในข้อมูลชุดเดียวกัน เว็บไซต์ของแบรนด์ถูกอ้างอิงในราว 1 ใน 5 คำตอบ และ 121 จาก 171 แบรนด์มีเว็บไซต์อื่นถูกอ้างอิงบ่อยกว่าเว็บไซต์ของตัวเอง รายงานจึงควรระบุเว็บไซต์อื่นที่ถูกอ้างอิงด้วย
- รายงาน Generative AI ใน Search Console นับการแสดงผลใน AI Overviews และ AI Mode แยกตามหน้า ประเทศ วันที่ และอุปกรณ์ แต่ไม่แสดงคำค้นหา ส่วนคลิกจาก 2 ฟีเจอร์นี้อยู่ในช่อง Organic Search ของ GA4 แยกจากช่องผู้ช่วย AI
- เมื่อเปลี่ยนชุดคำถาม ตัวเลขต้องเริ่มนับใหม่ เดือนแรกของชุดใหม่ใช้เป็นค่าเริ่มต้นของชุดนั้น และเทียบกับเดือนก่อนหน้าไม่ได้
AI Visibility คืออะไร
AI Visibility คือความถี่ที่คำตอบของ AI (Artificial Intelligence) เอ่ยชื่อหรืออ้างอิงแบรนด์ของคุณ เมื่อลูกค้าถามคำถามในหมวดสินค้าหรือบริการของคุณ คำตอบเหล่านี้มาจาก AI Overviews และ AI Mode ของ Google, ChatGPT, Gemini และแพลตฟอร์มอื่น ตัวเลขหลักคือสัดส่วนคำตอบที่เอ่ยชื่อแบรนด์ในช่วงเวลาหนึ่ง
คำตอบของ AI เปลี่ยนทุกครั้งที่ถาม การวัดจึงต้องใช้ชุดคำถามเดิม ถามซ้ำหลายรอบ แล้วอ่านเป็นค่ารายเดือน การค้นเองครั้งเดียวบอกได้เพียงว่าคำตอบครั้งนั้นเป็นอย่างไร
ข้อมูลของเราแสดงว่าการถูกเอ่ยชื่อกับการถูกอ้างอิงต้องวัดแยกกัน ในเดือนที่ผ่านมา Elevate, Primal’s AI Visibility Tracker เก็บคำตอบของ AI ได้ 285,098 คำตอบ จากคำถามในหมวดของ 171 แบรนด์ เว็บไซต์ของแบรนด์ถูกอ้างอิงในราว 1 ใน 5 คำตอบเท่านั้น และ 121 แบรนด์มีเว็บไซต์อื่นถูกอ้างอิงบ่อยกว่าเว็บไซต์ของตัวเอง AI จึงเอ่ยชื่อแบรนด์ได้ ขณะที่ยกข้อความจากหน้าของคนอื่นมาตอบ
สิ่งที่ต้องทำคือตั้งชุดคำถามที่ลูกค้าถามจริง วัดแยกทีละแพลตฟอร์ม จดการถูกเอ่ยชื่อกับการถูกอ้างอิงไว้คนละบรรทัด และใช้รายงานของ Google เฉพาะเรื่องที่รายงานนับได้จริง
ตัวเลขที่ใช้วัด AI Visibility มีอะไรบ้าง
ตัวเลขหลักของ AI Visibility มี 4 ตัว ได้แก่ Visibility, Mention, Citation และ Share of Voice และมี Sentiment หรือน้ำเสียงของคำตอบเป็นตัวที่อ่านประกอบ ทุกตัวคิดจากคำตอบของชุดคำถามเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ละตัวนับคนละเรื่อง รายงานรายเดือนจึงต้องมีครบ
| ตัวเลข | นับอะไร | คิดจากฐานไหน | สิ่งที่ตัวเลขนี้บอกไม่ได้ |
|---|---|---|---|
| Visibility | สัดส่วนคำตอบที่เอ่ยชื่อแบรนด์ | คำตอบทั้งหมดของชุดคำถามในเดือนนั้น | ค่ารวมที่ดีอาจซ่อนหัวข้อที่แบรนด์ไม่ถูกเอ่ยถึงเลย |
| Mention (การถูกเอ่ยชื่อ) | จำนวนคำตอบที่เอ่ยชื่อแบรนด์ | เป็นจำนวน ไม่มีฐาน | เพิ่มขึ้นเองเมื่อเพิ่มคำถามหรือเพิ่มรอบการถาม |
| Citation (การถูกอ้างอิง) | สัดส่วนคำตอบที่ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ของแบรนด์ | คำตอบทั้งหมดของชุดคำถาม | คำตอบอาจเอ่ยชื่อแบรนด์แต่ลิงก์ไปหน้าของคนอื่น |
| Share of Voice | ส่วนแบ่งของแบรนด์ในการเอ่ยชื่อทั้งหมด | การเอ่ยชื่อของทุกแบรนด์ในรายชื่อที่ติดตาม | เปลี่ยนเมื่อเพิ่มหรือตัดคู่แข่งออกจากรายชื่อ |
| Sentiment | น้ำเสียงของคำตอบที่พูดถึงแบรนด์ | คำตอบที่เอ่ยชื่อแบรนด์ | บอกไม่ได้ว่าราคาหรือบริการในคำตอบถูกต้องไหม |
ถ้าต้องเลือกตัวเลขเดียวไว้เทียบเดือนต่อเดือน ให้ใช้ Visibility ตัวเลขนี้เป็นสัดส่วน จึงไม่โตขึ้นเองเมื่อจำนวนคำตอบเพิ่ม และไม่ขึ้นกับรายชื่อคู่แข่ง ส่วน Share of Voice ใช้ดูว่าแบรนด์ไหนได้ส่วนแบ่งไปในคำตอบที่ไม่ได้เอ่ยชื่อคุณ
ลูกค้ามักถามเราว่าตัวเลข Visibility คิดอย่างไร และต้องถามคำถามเดิมกี่รอบ
Visibility คือจำนวนคำตอบที่เอ่ยชื่อแบรนด์ หารด้วยจำนวนคำตอบทั้งหมดที่เก็บได้จากชุดคำถามในเดือนนั้น ตัวอย่างเช่น ชุด 20 คำถามเก็บคำตอบได้ 1,800 คำตอบในหนึ่งเดือน ถ้าแบรนด์ถูกเอ่ยชื่อใน 450 คำตอบ Visibility ของเดือนนั้นคือ 25%
ทุกคำถามต้องถามซ้ำหลายรอบบนทุกแพลตฟอร์มที่วัด ในคำตอบชุดเดียวกับหัวข้อแรก แต่ละคำถามได้คำตอบราว 90 คำตอบต่อเดือน หรือราว 3 คำตอบต่อวัน ค่ารายเดือนของแบรนด์ทั่วไปในข้อมูลชุดนี้มาจากคำตอบราว 1,100 คำตอบ
Brand Mention ใน AI ต่างจาก Citation อย่างไร
Brand Mention ใน AI คือการที่ชื่อแบรนด์ปรากฏในข้อความของคำตอบ ส่วน Citation คือการที่คำตอบลิงก์ไปยังหน้าเว็บของแบรนด์ในรายการแหล่งข้อมูล
ความต่างนี้ทำให้รายงานต้องมีรายชื่อเว็บไซต์ที่ถูกอ้างอิงด้วย ข้อมูลในหัวข้อแรกแสดงว่าคำตอบเกี่ยวกับแบรนด์ส่วนใหญ่อ้างอิงหน้าของคนอื่นบ่อยกว่าหน้าของแบรนด์เอง บรรทัด Citation จึงควรบอกว่าเว็บไซต์ไหนถูกอ้างอิงมากที่สุด เช่น เว็บรีวิว เว็บข่าว เว็บชุมชน หรือหน้า Facebook ของแบรนด์
ก่อนเริ่มวัด ให้ใส่ชื่อแบรนด์ทุกแบบที่คนเขียนไว้ในเครื่องมือติดตาม ทั้งชื่อภาษาไทย ชื่อภาษาอังกฤษ และชื่อย่อ เครื่องมือจับชื่อแบรนด์จากรายชื่อที่ตั้งไว้ คำตอบที่ใช้ชื่อแบบที่ไม่ได้ใส่จะไม่ถูกนับเป็น Mention
ทำไมไม่ควรวัดตำแหน่งในคำตอบของ AI
ตำแหน่งของแบรนด์ในคำตอบ เช่น ถูกเอ่ยชื่อเป็นลำดับแรกหรือลำดับที่สาม สุ่มเกินกว่าจะใช้เป็นตัวเลขรายงาน ในงานวิจัยของ SparkToro อาสาสมัครหลายร้อยคนถามคำถามชุดเดิมใน ChatGPT, Claude และ AI ของ Google รวมเกือบ 3,000 ครั้ง โอกาสที่จะได้รายชื่อแบรนด์ชุดเดิม 2 ครั้งต่ำกว่า 1 ใน 100 และโอกาสที่จะได้ลำดับเดิมอยู่ที่ราว 1 ใน 1,000
งานวิจัยเดียวกันสรุปว่าสัดส่วนคำตอบที่เอ่ยชื่อแบรนด์ยังใช้วัดได้ เมื่อคิดจากคำถามจำนวนมากที่ถามซ้ำหลายรอบ ตัวเลขนี้ก็คือ Visibility ในตารางด้านบน
วิดีโอด้านล่างอธิบายวิธีวัดว่า AI แนะนำแบรนด์ของคุณหรือไม่ พูดเป็นภาษาอังกฤษ
วิดีโอโดย Mark McDowell ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Primal จากช่อง YouTube ของเขา เรื่องการวัดการมองเห็นของแบรนด์ในคำตอบของ AI
ตั้งชุดคำถามสำหรับวัด AI Visibility อย่างไร
ชุดคำถามที่ใช้วัดควรเป็นคำถามที่ลูกค้าถามจริงก่อนเลือกซื้อ จัดกลุ่มตามหัวข้อ และใช้ชุดเดิมตลอดช่วงที่วัด จำนวนคำถามขึ้นกับจำนวนหัวข้อที่แบรนด์ขาย ในข้อมูลของ Elevate, Primal’s AI Visibility Tracker ค่ากลางคือ 10 คำถามต่อแบรนด์ และ 148 จาก 171 แบรนด์ใช้ไม่เกิน 20 คำถาม
กราฟด้านล่างแสดงจำนวนแบรนด์ตามขนาดของชุดคำถาม ชุดที่พบบ่อยที่สุดมี 6 ถึง 10 คำถาม

ชุดเล็กวัดได้ถ้าแต่ละคำถามถูกถามซ้ำมากพอ ขั้นตอนการตั้งชุดคำถามมีดังนี้
- รวบรวมคำถามที่ลูกค้าถามทีมขายและทีมบริการลูกค้า แล้วเขียนเป็นประโยคเต็มแบบที่คนพิมพ์ถาม AI
- เพิ่มคำถามจากคีย์เวิร์ดที่มีคนค้นในหมวดของคุณ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ถ้าลูกค้าค้นทั้ง 2 ภาษา
- จัดกลุ่มคำถามตามขั้นการตัดสินใจ ตั้งแต่ทำความเข้าใจปัญหา เปรียบเทียบทางเลือก ไปจนถึงเลือกผู้ขายหรือผู้ให้บริการ
- ให้คำถามส่วนใหญ่ไม่มีชื่อแบรนด์ และเก็บคำถามที่มีชื่อแบรนด์ไว้ไม่กี่ข้อเพื่อตรวจความถูกต้องของคำตอบ
- กำหนดรายชื่อคู่แข่งที่ใช้คิด Share of Voice แล้วใช้รายชื่อเดิมตลอดช่วงที่วัด
- ตั้งชื่อรุ่นของชุดคำถามพร้อมวันที่เริ่มใช้ และไม่แก้ชุดคำถามระหว่างเดือน
ลูกค้ามักถามเราว่าควรติดตามคำถามที่มีชื่อแบรนด์ หรือคำถามตามหมวดสินค้า
ส่วนใหญ่ควรเป็นคำถามตามหมวดสินค้า คำถามแบบนี้บอกว่า AI เลือกแบรนด์ของคุณหรือไม่ เมื่อลูกค้ายังไม่รู้จักชื่อแบรนด์ คำถามที่มีชื่อแบรนด์อยู่แล้วใช้ตรวจว่า AI อธิบายสินค้า ราคา และสาขาของคุณถูกต้องไหม
คำตอบของคำถามที่มีชื่อแบรนด์มักเอ่ยชื่อแบรนด์นั้นอยู่แล้ว ถ้ารวมไว้ในชุดเดียวกัน Visibility จะสูงกว่าที่ลูกค้าใหม่เห็นจริง ให้รายงานคำถามกลุ่มนี้แยกเป็นอีกบรรทัด
ควรวัดบนแพลตฟอร์ม AI ไหนบ้าง
เริ่มจาก AI Overviews และ AI Mode ของ Google กับ ChatGPT แล้วเพิ่ม Gemini และแพลตฟอร์มอื่นที่ลูกค้าของคุณใช้ ในไทย ข้อมูลของ StatCounter แสดงว่า ChatGPT ส่งการเข้าชมราว 7 ใน 10 ของการเข้าชมเว็บไซต์ที่มาจากแชตบอต AI และ Gemini ราว 1 ใน 4 ส่วน AI Overviews และ AI Mode อยู่ใน Google Search การเข้าชมจาก 2 ฟีเจอร์นี้จึงนับรวมกับการค้นหาบน Google
วัดแต่ละแพลตฟอร์มแยกบรรทัด ค่ารวมของทุกแพลตฟอร์มซ่อนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดบนแพลตฟอร์มเดียว ถ้าต้องการตรวจ ChatGPT เองระหว่างเดือน คำสั่งสำหรับตรวจว่า ChatGPT พูดถึงแบรนด์ของคุณหรือไม่อยู่ในบทความ ChatGPT SEO เรื่องการทำ SEO (Search Engine Optimisation) ให้ ChatGPT อ้างอิงแบรนด์
รายงาน Generative AI ใน Search Console บอกอะไรได้บ้าง
รายงานประสิทธิภาพของ Generative AI ใน Google Search Console บอกได้ว่าลิงก์ไปยังเว็บไซต์ของคุณแสดงใน AI Overviews และ AI Mode กี่ครั้ง แยกตามหน้า ประเทศ วันที่ และอุปกรณ์ หน้าความช่วยเหลือของ Search Console ระบุว่ารายงานนี้นับการแสดงผลของ 2 ฟีเจอร์นี้รวมกัน และไม่รวมฟีเจอร์ทดลองใน Search Labs
ตัวเลขนี้ควรอยู่ในรายงานทุกเดือน ข้อมูลอันดับของเราแสดงว่า AI Overview ปรากฏบนคำค้นส่วนใหญ่ที่ลูกค้าติดตาม จาก 995 คีย์เวิร์ดในข้อมูลการติดตามอันดับของ Primal สำหรับลูกค้า 17 แบรนด์ หน้าผลการค้นหาของ 859 คีย์เวิร์ดมี AI Overview อยู่ด้วย
รายงานนี้บอกได้ 4 เรื่อง
- การแสดงผลรวมของเว็บไซต์ใน AI Overviews และ AI Mode รายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน
- หน้าที่ได้การแสดงผลมากที่สุดและน้อยที่สุด
- ประเทศและประเภทอุปกรณ์ของผู้ค้นหา
- การค้นหาด้วยข้อความ แยกจากการค้นหาด้วยรูปภาพ เช่น การค้นด้วยกล้องของสมาร์ทโฟน
รายงานนี้บอกไม่ได้ 4 เรื่อง
- คำค้นหาที่ทำให้หน้าของคุณแสดง เพราะรายงานไม่มีมิติข้อมูลคำค้นหา
- การแสดงผลของ AI Overviews แยกจาก AI Mode
- คลิกจาก 2 ฟีเจอร์นี้แยกจากผลการค้นหาอื่น คลิกเหล่านี้รวมอยู่ในรายงานประสิทธิภาพปกติ ประเภทการค้นหาเว็บ
- คำตอบในแอป Gemini หรือ ChatGPT
กราฟของรายงานรวมข้อมูลตามเว็บไซต์ ถ้าคำตอบเดียวลิงก์ไปยัง 2 หน้าของเว็บไซต์คุณ กราฟนับเป็นการแสดงผล 1 ครั้ง ส่วนตารางที่แยกตามหน้านับให้ทั้ง 2 หน้า ยอดรวมของกราฟกับตารางจึงอาจไม่เท่ากัน ตารางแสดงได้สูงสุด 1,000 แถว และวันที่ในรายงานใช้เขตเวลาแปซิฟิก ซึ่งช้ากว่าเวลาไทย 14 หรือ 15 ชั่วโมง ให้เทียบเป็นยอดรายเดือนแทนยอดรายวัน
หน้าความช่วยเหลือเรื่องการแสดงผล ตำแหน่ง และคลิก ระบุว่าทุกลิงก์ใน AI Overview ได้ตำแหน่งเดียวกัน และคำถามต่อเนื่องใน AI Mode นับเป็นคำค้นหาใหม่ ตำแหน่งเฉลี่ยของหน้าที่อยู่ใน AI Overview จึงบอกไม่ได้ว่าลิงก์ของคุณอยู่ลำดับไหนในคำตอบ
ช่องผู้ช่วย AI ใน GA4 นับการเข้าชมอะไรบ้าง
ช่องผู้ช่วย AI (AI Assistant) ใน Google Analytics 4 (GA4) นับการเข้าชมที่มาจากผู้ช่วย AI เช่น ChatGPT, Gemini, Deepseek, Copilot และ Grok หน้าความช่วยเหลือของ GA4 ระบุว่าช่องนี้ไม่รวม AI Overviews และ AI Mode ของ Google ซึ่งอยู่ในช่องการค้นหาทั่วไป (Organic Search) GA4 ตั้งค่าสื่อของการเข้าชมเป็น ai-assistant ให้เอง เมื่อเว็บที่ส่งผู้ใช้มาตรงกับรายการผู้ช่วย AI ของ Google
ภาพด้านล่างมาจากหน้าความช่วยเหลือภาษาไทยของ GA4 แถวผู้ช่วย AI กับแถวการค้นหาทั่วไปแสดงว่าคลิกจาก AI ไปอยู่คนละช่องอย่างไร

ในรายงานการได้มาซึ่งการเข้าชม (Traffic acquisition) ให้เลือกกลุ่มแชแนลเริ่มต้นของเซสชัน แล้วดูแถวผู้ช่วย AI ทุกเดือน จดจำนวนเซสชัน หน้าแรกที่ผู้ใช้เข้า (Landing Page) และ Key Event เช่น การส่งฟอร์มหรือการกดปุ่ม LINE
GA4 บอกได้เฉพาะคนที่คลิกเข้ามา คำตอบที่เอ่ยชื่อแบรนด์แต่ไม่มีใครคลิกจะไม่ปรากฏใน GA4 ตัวเลขจาก GA4 จึงใช้แทน Visibility ไม่ได้
ลูกค้ามักถามเราว่าการเข้าชมจาก ChatGPT นับเป็น Organic หรือไม่
ไม่นับเป็น Organic GA4 นับการเข้าชมจาก ChatGPT ไว้ในช่องผู้ช่วย AI ซึ่งแยกจาก Organic Search ข้อยกเว้นคือคลิกจาก AI Overviews และ AI Mode ซึ่ง GA4 นับเป็น Organic Search ถ้าระบบ CRM (Customer Relationship Management) ของคุณแยกที่มาของลูกค้าเพียงแบบเสียเงินกับแบบทั่วไป ให้เพิ่มหมวด AI อีกหมวดให้ตรงกับ GA4
นับผู้ช่วย AI ที่ไม่อยู่ในรายการของ Google อย่างไร
ใช้ Channel Group ที่กำหนดเอง หน้าความช่วยเหลือเรื่อง Channel Group ที่กำหนดเอง มีตัวอย่างสำหรับผู้ช่วย AI โดยตรง ให้สร้างแชแนลใหม่ที่ใช้นิพจน์ทั่วไป (Regular Expression) จับแหล่งที่มา เช่น ChatGPT, Gemini, Microsoft Copilot, Claude และ Perplexity แล้ววางแชแนลนี้ไว้เหนือแชแนลการอ้างอิง (Referral)
กลุ่มที่สร้างเองใช้กับข้อมูลย้อนหลังได้ และพร็อพเพอร์ตี้มาตรฐานสร้างได้ 2 กลุ่ม เขียนนิพจน์ให้จับชื่อเว็บไซต์ของผู้ช่วย AI เป็นคำเต็ม เช่น perplexity หรือ claude และแก้นิพจน์เมื่อลูกค้าเริ่มใช้ผู้ช่วย AI ตัวใหม่
อ่านตัวเลข AI Visibility รายเดือนอย่างไร
อ่านตัวเลขรายเดือนโดยเทียบชุดคำถามเดียวกัน แยกทีละแพลตฟอร์ม และดูสัดส่วนก่อนดูจำนวน เมื่อชุดคำถามเปลี่ยน ให้เริ่มนับใหม่จากเดือนนั้น ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างสมมติของแบรนด์หนึ่งใน 6 เดือน ไม่ใช่ข้อมูลของแบรนด์ใด ชุด A ได้คำตอบ 1,800 คำตอบต่อเดือน ชุด B ได้ 2,700 คำตอบ คิดจากราว 90 คำตอบต่อคำถาม ตามค่ากลางที่ยกมาในหัวข้อตัวเลขที่ใช้วัด AI Visibility
| เดือน (ตัวอย่างสมมติ) | ชุดคำถาม | Mention | Visibility | Citation | การแสดงผลใน Search Console |
|---|---|---|---|---|---|
| เดือนที่ 1 | ชุด A 20 คำถาม | 396 | 22% | 8% | 4,100 |
| เดือนที่ 2 | ชุด A 20 คำถาม | 450 | 25% | 8% | 4,600 |
| เดือนที่ 3 | ชุด A 20 คำถาม | 486 | 27% | 9% | 4,500 |
| เดือนที่ 4 | ชุด B 30 คำถาม | 513 | 19% | 7% | 4,900 |
| เดือนที่ 5 | ชุด B 30 คำถาม | 567 | 21% | 10% | 5,600 |
| เดือนที่ 6 | ชุด B 30 คำถาม | 648 | 24% | 13% | 6,300 |
ตารางนี้อ่านได้ทีละขั้นดังนี้
- เดือนที่ 1 ถึง 3 ใช้ชุดเดียวกัน Visibility ขึ้นจาก 22% เป็น 27% การเปลี่ยนแปลงนี้มาจากคำตอบของ AI
- เดือนที่ 4 Visibility ลดเหลือ 19% ขณะที่ Mention เพิ่มจาก 486 เป็น 513 ทั้ง 2 ตัวเปลี่ยนเพราะชุดคำถามใหญ่ขึ้น เดือนที่ 4 จึงเป็นค่าเริ่มต้นของชุด B
- เทียบเดือนที่ 4 ถึง 6 กันเอง Visibility ขึ้นจาก 19% เป็น 24%
- ในเดือนที่ 1 ถึง 3 Visibility ขึ้น แต่ Citation แทบไม่ขยับ AI เอ่ยชื่อแบรนด์บ่อยขึ้น แต่ยังยกข้อความจากหน้าของคนอื่น ให้เปิดรายชื่อเว็บไซต์ที่ถูกอ้างอิงแทนแล้วดูว่าหน้าเหล่านั้นตอบอะไรที่หน้าของคุณยังไม่ตอบ
- การแสดงผลใน Search Console นับทั้งเว็บไซต์และไม่ขึ้นกับชุดคำถาม จึงเทียบต่อเนื่องได้ทั้ง 6 เดือน
กราฟด้านล่างแสดง Visibility ของตัวอย่างเดียวกัน แท่งสีชมพูคือเดือนที่เริ่มใช้ชุดคำถามใหม่

จดเดือนที่ปรับหน้าเว็บหรือเริ่มงานประชาสัมพันธ์ (Public Relations หรือ PR) ไว้ในรายงานด้วย ถ้าเดือนที่ 5 ในตัวอย่างเป็นเดือนที่ปรับหน้าเว็บ Citation ที่ขึ้นจาก 7% เป็น 13% คือผลที่ควรติดตามต่อบนชุดคำถามเดิม
Mark McDowell ผู้ก่อตั้ง Primal เคยถูกแบรนด์ถามว่ารายงานรายเดือนควรมีอะไรบ้าง รายงานของเราวัด Visibility ของแบรนด์ใน AI เทียบกับคู่แข่ง พร้อมคีย์เวิร์ดที่อยู่หน้าแรกของ Google รายงานยังแสดง Session จาก AI คู่กับ Session จาก Organic Search และ Conversion จาก AI คู่กับ Conversion จาก Organic Search รวมถึงแพลตฟอร์มที่ส่งทราฟฟิกมามากที่สุด Visibility ที่เปลี่ยนในเดือนหนึ่งจึงอ่านคู่กับจำนวนผู้เข้าชมและ Conversion ของเดือนเดียวกันได้
ลูกค้ามักถามเราว่าถ้าเพิ่มคำถามในชุด ตัวเลขจะดีขึ้นเองไหม
อาจขึ้นหรือลงก็ได้ ขึ้นกับว่าคำถามที่เพิ่มเข้ามาเป็นหัวข้อที่แบรนด์ถูกเอ่ยถึงบ่อยหรือไม่ ตัวเลขของชุดใหม่จึงเทียบกับชุดเก่าไม่ได้ Elevate, Primal’s AI Visibility Tracker เริ่มนับใหม่ทุกครั้งที่ชุดคำถามเปลี่ยนด้วยเหตุนี้ ถ้าต้องการเทียบต่อเนื่อง ให้ถามชุดเก่าควบคู่กับชุดใหม่อย่างน้อย 1 เดือน
รายงาน AI Visibility รายเดือนควรมีอะไรบ้าง
รายงานรายเดือนควรอยู่ในหน้าเดียว มี 6 บรรทัด แต่ละบรรทัดมาจากแหล่งเดียว และทุกบรรทัดเทียบกับเดือนก่อน
| บรรทัด | แหล่งข้อมูล | จดอะไร |
|---|---|---|
| Visibility แยกตามแพลตฟอร์มและหัวข้อ | เครื่องมือติดตามคำตอบ ชุดคำถามเดิม | ค่าของเดือนนี้ เดือนก่อน และรุ่นของชุดคำถาม |
| Share of Voice | เครื่องมือเดียวกัน พร้อมรายชื่อคู่แข่ง | ส่วนแบ่งของแบรนด์ และคู่แข่งที่ได้ส่วนแบ่งเพิ่ม |
| Citation | เครื่องมือเดียวกัน | สัดส่วนคำตอบที่อ้างอิงเว็บไซต์ และเว็บไซต์อื่นที่ถูกอ้างอิงบ่อยที่สุด |
| การแสดงผลใน AI Overviews และ AI Mode | Search Console รายงาน Generative AI | ยอดรวม และหน้าที่ได้การแสดงผลมากที่สุด |
| การเข้าชมจากผู้ช่วย AI | GA4 ช่องผู้ช่วย AI | เซสชัน หน้าแรกที่เข้า และ Key Event |
| งานของเดือน | ทีมที่ดูแลเว็บไซต์ | หน้าที่ปรับ งาน PR ที่ออก และวันที่ |
นอกจากตัวเลข ให้อ่านคำตอบจริงราว 10 คำตอบทุกเดือน ตรวจว่าราคา สาขา และบริการในคำตอบถูกต้องไหม ข้อมูลที่ผิดในคำตอบต้องแก้ที่หน้าเว็บหรือแหล่งที่ AI อ้างอิง ตัวเลขของงาน SEO ที่ควรอยู่ในรายงานเดียวกัน เช่น คลิกจากคำค้นหาที่ไม่มีชื่อแบรนด์ อยู่ในบทความเรื่อง KPI (Key Performance Indicator) ของงาน SEO หรือ SEO KPI
ถ้าต้องการทีมที่วัดและปรับเรื่องนี้ทุกเดือน บริการ AI SEO ของ Primal ใช้ Elevate, Primal’s AI Visibility Tracker วัดคำตอบต่อคำถามที่ลูกค้าของคุณถามใน AI Overviews, AI Mode, ChatGPT และ Gemini แล้วใช้รายงานแบบข้างต้นวางงานทั้งหน้าเว็บและแหล่งอ้างอิงภายนอก ทีมของเราทำงานจากสำนักงานในกรุงเทพฯ กัวลาลัมเปอร์ และสิงคโปร์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ AI Visibility
วัด AI Visibility โดยไม่ใช้เครื่องมือแบบเสียเงินได้ไหม
ได้บางส่วน Search Console และ GA4 ไม่มีค่าใช้จ่าย และบอกได้ว่า AI Overviews กับ AI Mode แสดงเว็บไซต์ของคุณกี่ครั้ง และผู้ช่วย AI ส่งคนเข้ามากี่เซสชัน การถามคำถามเองแล้วจดผลให้ตัวอย่างคำตอบ แต่ให้สัดส่วนที่เทียบเดือนต่อเดือนไม่ได้ เพราะแต่ละคำถามต้องถามซ้ำหลายสิบรอบในหนึ่งเดือน
ลูกค้ามักถามเราว่าแบรนด์ถูกเอ่ยชื่อแล้ว จะเห็นผลเป็นคนเข้าเว็บไหม
เห็นได้บางส่วน คำตอบที่เอ่ยชื่อแบรนด์โดยไม่ลิงก์มาที่เว็บไซต์ทำให้คนรู้จักชื่อ แต่ไม่ส่งการเข้าชมโดยตรง คนที่คลิกจาก ChatGPT หรือ Gemini จะปรากฏในช่องผู้ช่วย AI ของ GA4 ส่วนคนที่จำชื่อแล้วค้นบน Google ภายหลังจะเข้ามาทางการค้นหา ให้ดูคลิกจากคำค้นหาที่มีชื่อแบรนด์ใน Search Console คู่กับ Visibility ทุกเดือน
AI Visibility เท่าไรถึงจะถือว่าดี
ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกหมวด ค่าที่ได้ขึ้นกับหมวดสินค้า จำนวนแบรนด์ที่ AI เลือกมาตอบได้ และชุดคำถามที่ใช้ ให้ใช้ค่าเริ่มต้นของแบรนด์เองเป็นจุดอ้างอิง และใช้ Share of Voice เทียบกับคู่แข่งในชุดคำถามเดียวกัน สำหรับ Citation ข้อมูลของ Elevate, Primal’s AI Visibility Tracker ในเดือนที่ผ่านมาให้จุดอ้างอิงได้ แบรนด์ครึ่งหนึ่งมีเว็บไซต์ของตัวเองถูกอ้างอิงในราว 8 ถึง 35 จาก 100 คำตอบ
Bing มีรายงานการอ้างอิงใน AI หรือไม่
มี Bing Webmaster Tools มีรายงาน AI Performance ที่ยังเป็นรุ่นทดลองใช้ บล็อกของ Bing ระบุว่ารายงานแสดงจำนวนครั้งที่ Microsoft Copilot และสรุปคำตอบด้วย AI ใน Bing อ้างอิงหน้าเว็บของคุณ หน้าที่ถูกอ้างอิง และคำค้นที่ AI ใช้หาข้อมูล ซึ่งเป็นข้อมูลตัวอย่างบางส่วน ในไทย Copilot ส่งการเข้าชมไม่ถึง 1 ใน 100 ของการเข้าชมจากแชตบอต AI ตามข้อมูลของ StatCounter ข้างต้น รายงานนี้จึงเป็นบรรทัดเสริม

Senior SEO Specialist
Panlert Champakhom ทำงานด้าน SEO (Search Engine Optimisation) มาตั้งแต่ปี 2018 และเป็นผู้เชี่ยวชาญ SEO อาวุโสในทีม Technical ของ Primal งานของเขาครอบคลุม Technical SEO, Keyword Research, การ Optimise หน้าเว็บและคอนเทนต์ และการวาง Internal Link ปัจจุบันเขาโฟกัสที่ AI Search เพื่อช่วยให้แบรนด์ถูกอ้างอิงใน Google AI Overviews, ChatGPT, Perplexity และ Gemini
เกี่ยวกับผู้เขียน




