ติดต่อทีมงาน
ภาพประกอบบทความทำเว็บไซต์ ราคาเท่าไร จอคอมพิวเตอร์บางและโทรศัพท์มือถือตั้งเอียงอยู่ข้างกัน หน้าจอทั้ง 2 เครื่องว่างและเรืองแสงสีฟ้าอมเขียวอ่อน มีแสงสีฟ้าอมเขียว ส้มอมชมพู และเหลืองพาดผ่านหน้าจอไปทางขวาบน บนพื้นหลังสีครีมสว่าง

โดย Jonathan Staceyเผยแพร่: อัปเดต: อ่าน 19 นาที

ทำเว็บไซต์ ราคาเท่าไร และค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง

ทำเว็บไซต์ ราคาเท่าไรขึ้นอยู่กับขอบเขตงาน คือจำนวนและประเภทหน้า รอบการออกแบบ จำนวนภาษา ระบบที่ต้องเชื่อมต่อ เช่น ฟอร์ม LINE หรือระบบชำระเงิน ใครเขียนเนื้อหา และการดูแลหลังเปิดใช้ ราคาที่ประกาศไว้ชัดเจนมีเพียงค่าโดเมนและค่าแพลตฟอร์ม ในข้อมูลเว็บไซต์ลูกค้า Primal 146 เว็บ คลิกจาก Google ราว 6 ใน 10 มาจากมือถือ งานออกแบบหน้าจอมือถือจึงเป็นส่วนหนึ่งของราคาตั้งแต่ต้น

ประเด็นสำคัญ

  • ค่าใช้จ่ายที่มีราคาประกาศชัดเจนคือค่าโดเมนและค่าแพลตฟอร์ม เช่น THNIC คิดค่าจดและค่าต่ออายุโดเมน .co.th ปีละ 800 บาทก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนค่าออกแบบและค่าพัฒนาต้องเทียบจากขอบเขตงานในใบเสนอราคา
  • เรายังไม่พบผลสำรวจราคาทำเว็บในไทยที่บอกวิธีเก็บข้อมูลและจำนวนผู้ตอบ ช่วงราคาที่เห็นบนหน้าเว็บต่าง ๆ จึงเป็นราคาของผู้ให้บริการแต่ละราย
  • ใน Google Search Console 1 สัปดาห์ของเว็บไซต์ลูกค้า Primal 146 เว็บ มี 107 เว็บที่ได้คลิกจากมือถือมากกว่าครึ่ง แบบหน้าจอมือถือจึงควรอยู่ในงานออกแบบทุกหน้า
  • ในเว็บไซต์ลูกค้า Primal 78 เว็บที่มีหมวดบทความ คลิกเข้าหน้าแรกมาจากคำค้นหาที่ไม่มีชื่อแบรนด์เพียงราว 9% เทียบกับราว 60% ของหน้าสินค้าและบริการ จำนวนหน้าบริการจึงเป็นส่วนหนึ่งของราคา
  • ก่อนเซ็นสัญญา ให้ใบเสนอราคาระบุว่าโดเมน บัญชีโฮสติ้ง โค้ด และเนื้อหาเป็นชื่อของใคร และเมื่อหมดสัญญาคุณจะได้รับไฟล์และสิทธิ์อะไรคืน

ทำเว็บไซต์ ราคาขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายของเว็บไซต์ขึ้นอยู่กับขอบเขตงาน 8 เรื่อง คือ จำนวนหน้าและประเภทหน้า รอบการออกแบบ จำนวนภาษา ระบบที่ต้องเชื่อมต่อ เนื้อหาและรูปภาพ แพลตฟอร์มที่ใช้ ทีมที่ทำงาน และการดูแลหลังเปิดใช้ เว็บไซต์ 2 เว็บที่หน้าตาคล้ายกันจึงมีราคาต่างกันได้มาก ถ้าขอบเขตงานในใบเสนอราคาต่างกัน

ส่วนที่มีราคาประกาศชัดเจนมีเพียงค่าโดเมนและค่าแพลตฟอร์ม เรายังไม่พบผลสำรวจราคาทำเว็บในไทยที่บอกวิธีเก็บข้อมูลและจำนวนผู้ตอบ ช่วงราคาที่เห็นบนหน้าเว็บต่าง ๆ เป็นราคาของผู้ให้บริการแต่ละราย และส่วนใหญ่ไม่ได้บอกที่มา บนหน้ารายชื่อบริษัท Web Design ในประเทศไทยของ Clutch ซึ่งเราอ่านเมื่อ 2026-10-22 บริษัทส่วนใหญ่ในรายชื่อตั้งขนาดโครงการขั้นต่ำไว้ระหว่าง 1,000 ถึง 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ Clutch เป็นเว็บไซต์รวมรายชื่อบริษัท และแต่ละบริษัทกรอกตัวเลขนี้เอง เป็นขนาดงานที่เล็กที่สุดที่บริษัทนั้นรับ การเทียบราคาจึงต้องเทียบขอบเขตงานทีละบรรทัด

ใน Google Search Console 1 สัปดาห์ของเว็บไซต์ลูกค้า Primal 146 เว็บ เว็บที่อยู่ตรงกลางของกลุ่มได้คลิกจาก Google ราว 6 ใน 10 จากโทรศัพท์มือถือ และ 107 เว็บได้คลิกจากมือถือมากกว่าครึ่ง เงินที่จ่ายค่าเว็บไซต์จึงซื้อหน้าที่คนค้นเจอ และหน้าจอที่ใช้งานบนมือถือได้ง่าย

กราฟนี้แบ่งเว็บไซต์ทั้ง 146 เว็บตามสัดส่วนคลิกที่มาจากมือถือ

กราฟแท่งจำนวนเว็บไซต์ลูกค้า 146 เว็บ แยกตามสัดส่วนคลิกจาก Google ที่มาจากโทรศัพท์มือถือใน 1 สัปดาห์ ต่ำกว่า 40% มี 25 เว็บ 40% ถึงต่ำกว่า 50% มี 14 เว็บ 50% ถึงต่ำกว่า 60% มี 32 เว็บ 60% ถึงต่ำกว่า 70% มี 26 เว็บ 70% ถึงต่ำกว่า 80% มี 34 เว็บ และ 80% ขึ้นไปมี 15 เว็บ

มีเพียง 39 เว็บที่ได้คลิกจากคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ตมากกว่า ใบเสนอราคาที่ดีจึงบอกได้ว่าแต่ละหน้าออกแบบและทดสอบบนมือถืออย่างไร และหน้าไหนที่ลูกค้าใหม่จะค้นเจอ

ค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์มีอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์แบ่งได้ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจ่ายครั้งเดียวตอนทำ ได้แก่ ค่าวางผังเว็บไซต์ ค่าออกแบบ ค่าพัฒนา ค่าเนื้อหา และค่าตั้งค่าระบบที่เชื่อมต่อ กลุ่มที่ 2 จ่ายต่อเนื่องทุกปีหรือทุกเดือน ได้แก่ ค่าโดเมน ค่าโฮสติ้งหรือค่าแพลตฟอร์ม ค่าปลั๊กอินหรือแอปที่ต้องต่ออายุ และค่าดูแลเว็บไซต์

ค่าโดเมน

โดเมนคือชื่อเว็บไซต์ เช่น ชื่อแบรนด์.co.th หรือ ชื่อแบรนด์.com และต้องจ่ายค่าต่ออายุทุกปี หน้าโดเมน .co.th ของ THNIC ผู้ดูแลโดเมน .th ระบุค่าจดและค่าต่ออายุไว้ปีละ 800 บาท ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือปีละ 856 บาทเมื่อรวมภาษีมูลค่าเพิ่มตามหน้าอัตราค่าบริการของ THNIC

โดเมน .co.th จดได้เฉพาะผู้ที่มีเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เลขทะเบียนนิติบุคคล หนังสือรับรองบริษัท ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือทะเบียนเครื่องหมายการค้า และชื่อโดเมนต้องตรงกับชื่อบริษัท ร้าน หรือเครื่องหมายการค้าในเอกสารนั้น ให้จดในชื่อบริษัทของคุณเอง เพราะชื่อผู้จดคือคนที่มีสิทธิ์ในโดเมน

ค่าโฮสติ้งและค่าแพลตฟอร์ม

โฮสติ้งคือเครื่องที่เก็บไฟล์ของเว็บไซต์และส่งหน้าเว็บให้ผู้เข้าชม ถ้าเว็บไซต์ทำบน WordPress ที่ติดตั้งเอง ต้องเช่าโฮสติ้งแยก ถ้าใช้แพลตฟอร์มสำเร็จรูป ค่าโฮสติ้งรวมอยู่ในค่าแผนรายเดือน

ราคาที่แพลตฟอร์มประกาศไว้ ซึ่งเราอ่านจากหน้าราคาของแต่ละเจ้าในวันที่ 2026-10-22 มีดังนี้

  • WordPress.com แผน Personal ราคา 130 บาทต่อเดือนเมื่อจ่ายรายปี หรือ 300 บาทเมื่อจ่ายรายเดือน ยังไม่รวมภาษี และแผนรายปีรวมโดเมนในปีแรก
  • Shopify แผน Basic ราคา 22 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนเมื่อจ่ายรายปี หรือ 25 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อจ่ายรายเดือน หน้าราคาที่เปิดจากไทยแสดงเป็นดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น จึงเรียกเก็บเป็นดอลลาร์ แผนนี้รวมโฮสติ้งและใบรับรอง SSL (Secure Sockets Layer) และคิดเพิ่ม 2% เมื่อใช้ผู้ให้บริการชำระเงินภายนอก
  • Squarespace แผน Basic ราคา 350 บาทต่อเดือนเมื่อจ่ายรายปี หรือ 500 บาทเมื่อจ่ายรายเดือน

ราคาเหล่านี้คือค่าใช้ระบบ ยังไม่รวมค่าออกแบบ ค่าเนื้อหา และค่าคนทำ แพลตฟอร์มเปลี่ยนราคาและโปรโมชันบ่อย ให้เปิดหน้าราคาอีกครั้งในวันที่ตัดสินใจ

ค่าวางผังเว็บไซต์และค่าออกแบบ

ผังเว็บไซต์ (Sitemap) คือรายการทุกหน้าและลำดับเมนู ผังนี้กำหนดราคาเกือบทุกบรรทัด เพราะจำนวนหน้าคูณเข้ากับงานออกแบบ งานพัฒนา และงานเนื้อหา จึงควรตกลงผังเว็บไซต์ให้จบก่อนรับใบเสนอราคาฉบับสุดท้าย

ค่าออกแบบมักรวมรอบแก้ไขจำนวนหนึ่ง รอบที่เกินคิดเพิ่ม ใบเสนอราคาควรระบุจำนวนรอบ และระบุว่าแบบที่คุณจะได้ตรวจมีทั้งหน้าจอมือถือและหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือมีแบบเดียว

ค่าพัฒนาเว็บไซต์

ค่าพัฒนาคือค่าทำหน้าเว็บให้ใช้งานได้จริงบนระบบจัดการเนื้อหา หรือ CMS (Content Management System) เช่น WordPress หน้าที่มีรูปแบบเดียวกัน เช่น หน้าสินค้าหรือหน้าบทความ ใช้แม่แบบ (Template) เดียวกัน หน้าแรกของแม่แบบใช้เวลามากที่สุด หน้าถัดไปที่ใช้แม่แบบเดิมใช้เวลาน้อยกว่า เว็บไซต์ 30 หน้าที่มีเพียง 4 ประเภทหน้า จึงอาจถูกกว่าเว็บไซต์ 15 หน้าที่ทุกหน้าออกแบบไม่ซ้ำกัน

ค่าเนื้อหาและรูปภาพ

เนื้อหามี 2 งาน คืองานเขียน และงานนำเนื้อหาขึ้นเว็บ เช่น ใส่สินค้า บทความ และรูปภาพทีละรายการ ใบเสนอราคาควรแยก 2 งานนี้ออกจากกัน และบอกว่าใครเป็นคนเขียน ใครเป็นคนหารูป ค่าถ่ายภาพมักไม่รวมอยู่ในค่าทำเว็บ ถ้าคุณเขียนเนื้อหาเอง ให้ตกลงวันส่งเนื้อหาไว้ในแผน เพราะวันเปิดใช้ขึ้นกับวันที่เนื้อหาครบ

เว็บไซต์ 2 ภาษา

เว็บไซต์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษต้องมีหน้าแยกกันในแต่ละภาษา หน้าเรื่องเว็บไซต์หลายภาษาของ Google แนะนำให้ใช้ URL (Uniform Resource Locator) ที่ต่างกันสำหรับแต่ละภาษา แทนการใช้คุกกี้หรือการตั้งค่าเบราว์เซอร์เปลี่ยนภาษา และให้ใส่ hreflang เพื่อให้ผลการค้นหาส่งคนไปยังภาษาที่ถูกต้อง

ภาษาที่ 2 จึงเพิ่มงาน 3 ส่วน คือหน้าเว็บอีกชุด เนื้อหาในภาษานั้น และการตั้งค่าตัวเลือกภาษา เนื้อหาที่แปลตรงจากอีกภาษาหนึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า แต่คำที่คนค้นในแต่ละภาษาต่างกัน เนื้อหาที่เขียนใหม่จากคำค้นในภาษานั้นจึงตรงกับสิ่งที่คนค้นมากกว่า ให้ใบเสนอราคาระบุว่าภาษาที่ 2 เป็นงานแปลหรืองานเขียนใหม่

ระบบที่ต้องเชื่อมต่อ

ระบบที่เว็บไซต์ต้องส่งข้อมูลไปหา แต่ละระบบเป็นงานตั้งค่าและทดสอบแยกกัน ใบเสนอราคาจึงควรแยกระบบเหล่านี้เป็นรายการ

  • ฟอร์มติดต่อที่ส่งข้อมูลเข้าอีเมลหรือระบบ CRM (Customer Relationship Management) เช่น HubSpot
  • ปุ่ม LINE Official Account และการวัดว่ามีคนกดปุ่มนี้กี่ครั้ง
  • ระบบจองนัดหมายหรือจองห้องพัก
  • ระบบชำระเงิน (Payment Gateway) สำหรับร้านค้าออนไลน์ ซึ่งต้องสมัครกับผู้ให้บริการชำระเงิน และผู้ให้บริการคิดค่าธรรมเนียมของตัวเองแยกจากค่าทำเว็บ
  • การวัดผลใน Google Analytics 4 เช่น การกดส่งฟอร์มและการกดโทร
  • แบนเนอร์ขอความยินยอมเรื่องคุกกี้ (Cookie Consent) และหน้านโยบายความเป็นส่วนตัว

ร้านค้าออนไลน์มี 2 แบบที่ราคาต่างกัน แบบแรกแสดงสินค้าแล้วให้ลูกค้ากดสั่งทาง LINE แบบที่ 2 ให้ลูกค้าจ่ายเงินบนเว็บ แบบที่ 2 มีตะกร้าสินค้า หน้าชำระเงิน และการทดสอบการจ่ายเงินเพิ่มเข้ามา

ค่าดูแลเว็บไซต์หลังเปิดใช้

ค่าดูแลคือค่าอัปเดต CMS ธีม และปลั๊กอิน การสำรองข้อมูล และการแก้ปัญหาเมื่อเว็บใช้งานไม่ได้ ผู้ดูแลที่ดีอัปเดตบนสำเนาของเว็บไซต์ (Staging) แล้วตรวจหน้าหลักก่อนนำขึ้นเว็บจริง ให้ถามว่าแผนดูแลรวมงานแก้เนื้อหาหรือไม่ และงานระดับเซิร์ฟเวอร์ เช่น อัปเกรดซอฟต์แวร์ของเซิร์ฟเวอร์ รวมอยู่ด้วยหรือคิดแยก

ค่าที่ต้องต่ออายุทุกปีมี 3 อย่าง คือค่าโดเมน ค่าโฮสติ้งหรือค่าแพลตฟอร์ม และค่าปลั๊กอินหรือแอปที่มีใบอนุญาตรายปี ให้ขอรายการนี้พร้อมวันครบกำหนดจากผู้ทำเว็บ

เทมเพลต ออกแบบใหม่ หรือแพลตฟอร์มสำเร็จรูป ต่างกันอย่างไร

ทางเลือกมี 3 แบบ ต่างกันที่ค่าใช้จ่ายตอนเริ่ม ค่าใช้จ่ายทุกเดือน และสิทธิ์ในการย้ายเว็บออกไป ตารางนี้เทียบโดยไม่ใส่ราคาของผู้ให้บริการรายใด

แพลตฟอร์มสำเร็จรูปที่ทำเอง ใช้เทมเพลต มีคนทำให้ ออกแบบใหม่ทั้งเว็บ
ตัวอย่าง Wix, Shopify, Squarespace, WordPress.com ธีมสำเร็จรูปบน WordPress หรือ Shopify ปรับสีและเนื้อหาตามแบรนด์ ออกแบบทุกประเภทหน้าใหม่ แล้วพัฒนาบน CMS ที่เลือก
จ่ายตอนเริ่ม ต่ำที่สุด เพราะคุณทำงานเอง ค่าตั้งค่าและค่าปรับแต่ง ค่าวางผัง ค่าออกแบบ และค่าพัฒนาทุกแม่แบบ
จ่ายต่อเนื่อง ค่าแผนรายเดือนหรือรายปีตลอดอายุเว็บ ค่าโฮสติ้ง ค่าธีม และค่าปลั๊กอินรายปี ค่าโฮสติ้ง ค่าปลั๊กอิน และค่าดูแล
ย้ายออกได้ไหม ย้ายได้ยาก เว็บหยุดทำงานเมื่อเลิกจ่ายค่าแผน ย้ายได้ ถ้าบัญชีโฮสติ้งเป็นชื่อคุณ ย้ายได้ ถ้าสัญญาให้สิทธิ์ในโค้ดและไฟล์
เหมาะกับ ร้านเล็ก หรือธุรกิจที่มีหน้าไม่กี่หน้าและมีคนดูแลเอง ธุรกิจที่ต้องการเปิดเว็บเร็วและมีประเภทหน้าไม่มาก ธุรกิจที่มีบริการหลายอย่าง 2 ภาษา หรือระบบเชื่อมต่อหลายระบบ
ข้อจำกัด ปรับโครงสร้างหน้าและความเร็วได้ตามที่แพลตฟอร์มให้ทำ หน้าตาคล้ายเว็บอื่นที่ใช้ธีมเดียวกัน ใช้เวลานานและค่าใช้จ่ายตอนเริ่มสูงที่สุด

ระบบที่แพลตฟอร์มไม่มีให้ในตัวก็มีทางเลือก 2 ทางเช่นกัน ทางแรกคือเช่าบริการเสริมรายเดือน เช่น บริการแปลภาษาอัตโนมัติ ซึ่งถูกกว่าตอนเริ่ม แต่หยุดทำงานเมื่อเลิกจ่าย ทางที่ 2 คือทำเป็นหน้าของเว็บเอง ซึ่งแพงกว่าตอนเริ่ม แต่เป็นของคุณ และเนื้อหาในแต่ละภาษาต่างกันได้

อะไรทำให้ค่าทำเว็บไซต์สูงขึ้นหรือต่ำลง

ค่าทำเว็บไซต์สูงขึ้นเมื่อประเภทหน้า ภาษา หรือระบบที่เชื่อมต่อเพิ่มขึ้น และต่ำลงเมื่อหน้าใช้แม่แบบซ้ำกันได้และคุณเตรียมเนื้อหาเอง

สิ่งที่ทำให้ราคาสูงขึ้น

  • ประเภทหน้าที่ต้องออกแบบไม่ซ้ำกันมีมาก
  • รอบแก้แบบมากกว่าที่ตกลงไว้
  • เว็บ 2 ภาษาที่เขียนเนื้อหาใหม่ในแต่ละภาษา
  • ระบบชำระเงิน ระบบจอง หรือการส่งข้อมูลเข้า CRM
  • สินค้าหรือบทความจำนวนมากที่ต้องนำขึ้นเว็บ
  • เว็บเก่าที่มีหน้าจำนวนมากและต้องย้ายที่อยู่ทุกหน้าไปหน้าใหม่

สิ่งที่ทำให้ราคาต่ำลง

  • ใช้แม่แบบเดียวกันกับหน้าที่มีรูปแบบเดียวกัน
  • คุณเขียนเนื้อหาและส่งรูปภาพเอง ตามวันที่ตกลงกัน
  • เปิดใช้เป็นช่วง ช่วงแรกมีหน้าหลักที่ขายได้ แล้วค่อยเพิ่มหน้าและภาษาในช่วงต่อไป
  • ใช้ระบบที่แพลตฟอร์มมีให้แล้ว แทนการทำระบบใหม่

ในโปรเจกต์เว็บไซต์ล่าสุด ผมให้ลูกค้าดูผังเว็บไซต์แล้วขอให้บอกว่าต้องเพิ่มหน้าไหน เพราะการเพิ่มแต่ละครั้งหมายถึงการแก้ไขอีกรอบ ข้อมูลบางอย่างบนหน้าเว็บ เช่น เงินลงทุนขั้นต่ำ ลูกค้าต้องยืนยันเอง เพราะมีแต่ลูกค้าที่รู้ว่าตัวเลขถูกต้องหรือไม่ บรีฟเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อทีมของลูกค้าขอเพิ่มรายการอสังหาริมทรัพย์ใหม่เองด้วย AI แทนการล็อกอินเข้า CMS ผมจึงปรับบรีฟให้ครอบคลุมการแก้เว็บด้วย AI และมีขั้นตอนให้คนตรวจก่อนขึ้นเว็บจริง

อ่านใบเสนอราคาทำเว็บไซต์อย่างไร

ให้ขอใบเสนอราคาจากทุกเจ้าด้วยรายการเดียวกัน แล้วเทียบทีละบรรทัด ใบเสนอราคาที่เทียบกันได้ควรระบุสิ่งเหล่านี้

  1. รายชื่อหน้าทั้งหมด แยกตามประเภทหน้าและภาษา
  2. จำนวนรอบแก้แบบ และแบบที่ได้ตรวจมีทั้งมือถือและคอมพิวเตอร์หรือไม่
  3. ใครเขียนเนื้อหา ใครหารูป และงานนำเนื้อหาขึ้นเว็บมีกี่รายการ
  4. ระบบที่เชื่อมต่อทุกระบบ และใครเป็นคนสมัครบริการภายนอก เช่น ระบบชำระเงิน
  5. CMS ที่ใช้ และปลั๊กอินหรือแอปที่ต้องจ่ายต่ออายุ
  6. การทดสอบก่อนเปิดใช้ วันเปิดใช้ และการส่งที่อยู่หน้าเดิมไปยังหน้าใหม่
  7. สิ่งที่ไม่รวมในราคา เช่น ค่าเขียนเนื้อหา ค่าถ่ายภาพ ข้อความทางกฎหมาย ค่าโฮสติ้ง และค่าดูแล
  8. ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มหรือยัง และงวดการจ่ายเงิน

บรรทัดที่ 7 สำคัญที่สุด ในงานของเรา ข้อโต้แย้งระหว่างโครงการมักมาจากสิ่งที่แต่ละฝ่ายคิดว่าอยู่ในราคา ใบเสนอราคาที่ถูกกว่าแต่ไม่ระบุบรรทัดนี้ ยังเทียบกับใบที่ระบุไว้ไม่ได้

ใครเป็นเจ้าของโดเมน โฮสติ้ง โค้ด และเนื้อหา

โดเมน บัญชีโฮสติ้ง บัญชีแพลตฟอร์ม และบัญชี Google Analytics ควรเป็นชื่อบริษัทของคุณ และคุณควรมีสิทธิ์ผู้ดูแลระบบสูงสุดตั้งแต่วันแรก ผู้ทำเว็บใช้บัญชีที่คุณเพิ่มให้ได้ สัญญาควรระบุด้วยว่าเนื้อหา รูปภาพ และโค้ดที่ทำให้คุณเป็นของคุณเมื่อจ่ายครบ ส่วนธีมและปลั๊กอินแบบเสียเงินมีใบอนุญาตของผู้ขาย ให้ถามว่าใบอนุญาตเป็นชื่อใคร

หมดสัญญาแล้วเกิดอะไรขึ้น

เมื่อหมดสัญญา คุณควรได้สิทธิ์ผู้ดูแลระบบทุกบัญชี ไฟล์เว็บไซต์และฐานข้อมูลชุดล่าสุด และรายการค่าต่ออายุพร้อมวันครบกำหนด ถ้าเว็บอยู่บนโฮสติ้งหรือบัญชีแพลตฟอร์มที่เป็นชื่อผู้ทำเว็บ ให้ถามก่อนเซ็นว่าจะโอนบัญชีอย่างไร เพราะบริการที่เช่าอยู่หยุดทำงานเมื่อไม่มีใครจ่ายต่อ

เว็บไซต์ต้องทำอะไรได้บ้างหลังเปิดใช้

หลังเปิดใช้ เว็บไซต์ต้องให้คนใหม่ค้นเจอ ใช้งานบนมือถือได้ดี และวัดการติดต่อได้ งานเหล่านี้จึงต้องอยู่ในขอบเขตงานตั้งแต่ต้น

คนที่ยังไม่รู้จักแบรนด์เข้ามาทางหน้าบริการและบทความเป็นหลัก ในเว็บไซต์ลูกค้า Primal 78 เว็บที่มีหมวดบทความ คลิกเข้าหน้าแรกมาจากคำค้นหาที่ไม่มีชื่อแบรนด์เพียงราว 9% บนเว็บที่อยู่ตรงกลาง หน้าสินค้าและบริการได้ราว 60% และบทความได้ราว 99%

กราฟนี้เทียบ 3 ประเภทหน้าในสัปดาห์เดียวกัน

กราฟแท่งค่ากลางของสัดส่วนคลิกจากคำค้นหาที่ไม่มีชื่อแบรนด์ แยกตามประเภทหน้า จากเว็บไซต์ลูกค้า 78 เว็บใน 1 สัปดาห์ บทความ 99% หน้าสินค้าและบริการ 60% และหน้าแรก 9%

เว็บที่มีเพียงหน้าแรก หน้าเกี่ยวกับเรา และหน้าติดต่อ จึงได้คลิกจากคนที่รู้จักแบรนด์อยู่แล้วเป็นหลัก

คำค้นหาที่เป็นคำถามก็เช่นกัน ในเว็บไซต์ลูกค้า 69 เว็บในสัปดาห์เดียวกัน บทความได้การแสดงผลจากคำค้นหาที่เป็นคำถามราว 9 ใน 10 บนเว็บที่อยู่ตรงกลาง แต่ได้การแสดงผลจากคำค้นหาอื่นที่ไม่มีชื่อแบรนด์ราว 1 ใน 4 หน้าบริการ 1 หน้าต่อ 1 บริการ และหมวดบทความ จึงควรอยู่ในผังเว็บไซต์ตั้งแต่วันแรก ขั้นตอนวางหน้าเว็บตามคำค้นหาอยู่ในบทความวิธีการทำ SEO (Search Engine Optimisation)

เรื่องความเร็ว หน้า Core Web Vitals ของ Google ระบุเกณฑ์ที่ดีไว้ 3 ค่า Largest Contentful Paint (LCP) วัดการโหลด ควรเกิดภายใน 2.5 วินาที Interaction to Next Paint (INP) วัดการตอบสนอง ควรต่ำกว่า 200 มิลลิวินาที Cumulative Layout Shift (CLS) วัดความนิ่งของหน้า ควรต่ำกว่า 0.1 ให้ขอให้ผู้ทำเว็บวัดค่าเหล่านี้บนมือถือก่อนวันเปิดใช้ และเขียนไว้ในใบเสนอราคาว่าใครแก้ถ้าค่าไม่ผ่าน

เรื่องมือถือ หน้า Mobile-First Indexing ของ Google ระบุว่า Google ใช้เนื้อหาเวอร์ชันมือถือในการจัดทำดัชนีและการจัดอันดับ ถ้าหน้ามือถือตัดเนื้อหาออก หน้านั้นจะเสียการเข้าชมบางส่วน หน้าเดียวกันแนะนำการออกแบบแบบ Responsive ซึ่งใช้โค้ดชุดเดียวกันใน URL เดียวกัน แล้วแสดงผลตามขนาดหน้าจอ แบบหน้าจอมือถือจึงต้องมีเนื้อหาหลักครบเท่าหน้าคอมพิวเตอร์

เรื่องการวัดผล ให้ตั้งค่า Google Search Console และ Google Analytics 4 ตั้งแต่วันเปิดใช้ ตัวเลขที่ควรดูในเดือนแรก ๆ อยู่ในบทความเรื่องตัวชี้วัดงาน SEO และวิธีคิดสัดส่วนคนที่ส่งฟอร์มหรือกด LINE อยู่ในบทความ Conversion Rate

ทำเว็บใหม่แทนเว็บเดิม อันดับใน Google จะหายไหม

อันดับอาจขึ้นลงชั่วคราว แล้วกลับสู่ปกติเมื่อเวลาผ่านไป ถ้าที่อยู่เดิมทุกหน้าส่งต่อไปยังหน้าใหม่ที่ตรงกัน หน้าเรื่องการย้ายเว็บไซต์ของ Google แนะนำให้ใช้การเปลี่ยนเส้นทางถาวร (Redirect 301 หรือ 308) จาก URL เก่าไปยัง URL ใหม่ตามตารางที่จับคู่ไว้ และให้คงไว้อย่างน้อย 1 ปี

หน้าเดียวกันเตือนว่าอย่าส่ง URL เก่าจำนวนมากไปที่หน้าแรกของเว็บใหม่ สำหรับเว็บขนาดกลาง Google อาจใช้เวลา 2 ถึง 3 สัปดาห์หรือนานกว่านั้นก่อนเริ่มแสดง URL ใหม่แทน URL เดิม

ตารางจับคู่หน้าเก่ากับหน้าใหม่จึงเป็นงาน 1 บรรทัดในใบเสนอราคา และจำนวนหน้าเว็บเก่ากำหนดขนาดของงานนี้ ในเว็บไซต์ใหม่ของ Primal ที่อยู่เดิมทุกหน้าของเว็บเก่า รวมบทความเก่า 1,071 บทความ ส่งต่อไปยังหน้าใหม่ที่ใกล้เคียงที่สุดด้วย Redirect 301

Mark McDowell ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Primal อธิบายเรื่องนี้ในวิดีโอด้านล่าง

วิดีโอภาษาอังกฤษจากช่องของ Mark McDowell อธิบายการ Redirect หน้าเดิม อันดับที่ลดลงชั่วคราว และสิ่งที่ควรทำระหว่างย้ายเว็บไซต์

Primal คิดค่าทำเว็บไซต์อย่างไร

Primal คิดค่าทำเว็บไซต์จากรายชื่อหน้าที่ลูกค้ายืนยันแล้ว เราไม่ประกาศราคาบนเว็บไซต์ เพราะราคาของแต่ละโครงการขึ้นกับรายชื่อหน้านี้ ขั้นตอนของเรามีดังนี้

  1. ตรวจเว็บไซต์ปัจจุบันก่อนคิดราคา ดูว่าใช้แพลตฟอร์มอะไร มีกี่หน้า และมีหน้าที่ไม่มีลิงก์จากหน้าอื่นหรือไม่
  2. ทำผังเว็บไซต์ ระบุว่าหน้าเดิมหน้าไหนเก็บไว้ ตัดออก หรือเขียนใหม่ พร้อมหน้าปลายทางของทุกหน้าที่ตัด แล้วเพิ่มหน้าบริการที่ธุรกิจขายจริงแต่ยังไม่มีหน้า
  3. ให้ลูกค้ายืนยันผังเว็บไซต์ก่อน แล้วจึงคิดราคา
  4. คิดชั่วโมงทำงานทีละหน้า แยกหน้าจอคอมพิวเตอร์และหน้าจอมือถือ หน้าที่ใช้แม่แบบซ้ำกับหน้าอื่นคิดชั่วโมงน้อยกว่า
  5. คิดงานออกแบบและงานเขียนเนื้อหาเป็นรายการแยก งานนำเนื้อหาขึ้นเว็บคิดตามจำนวนรายการ
  6. รวมงานที่มักถูกตัดออกจากใบเสนอราคาไว้ด้วย คือการตรวจเว็บตอนเริ่ม การทดสอบ และวันเปิดใช้พร้อมการส่งมอบ

ภาษาที่ 2 ตลาดที่ 2 หรือแบรนด์ที่ 2 เป็นอีกช่วงงานในใบเสนอราคา ระบบชำระเงินและปลั๊กอินแบบเสียเงินเป็นบริการภายนอกที่ลูกค้าจ่ายต่ออายุเอง เราเขียนสิ่งที่ไม่รวมในราคาไว้ชัดเจน เช่น ค่าเขียนเนื้อหาถ้าไม่ได้ซื้อ ค่าถ่ายภาพ ข้อความทางกฎหมาย ค่าโฮสติ้ง และค่าดูแล การดูแลหลังเปิดใช้เป็นแผนรายเดือนแยกจากค่าทำเว็บ งานสร้างเว็บไซต์ทั้งเว็บมีขนาดโครงการขั้นต่ำ ส่วนหน้า Landing Page สำหรับโฆษณามี 2 แบบ คือแบบใช้เทมเพลตและแบบออกแบบใหม่

ผังของเว็บไซต์ที่คุณกำลังอ่านอยู่ก็วางด้วยขั้นตอนนี้ เว็บนี้ทำบน Astro มี 2 ภาษา และมีราว 75 หน้าในแต่ละภาษาก่อนนับบทความและหน้าผลงาน หน้าบริการทุกหน้าใช้ชุดบล็อกเดียวกัน หน้าภาษาไทยเขียนใหม่จากคำที่คนไทยค้น และหน้าคู่ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษเชื่อมกันด้วย hreflang

ตัวอย่างขอบเขตงานเว็บไซต์ 2 ภาษา

ตัวอย่างนี้เป็นตัวอย่างสมมติ บริษัทที่ขายบริการให้ธุรกิจ หรือ B2B (Business to Business) มีบริการ 6 อย่าง ต้องการเว็บภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และมีเว็บเก่า 40 หน้า ตารางนี้แสดงจำนวนหน้าเท่านั้น ไม่มีราคา

ประเภทหน้า จำนวนแม่แบบ หน้าภาษาไทย หน้าภาษาอังกฤษ
หน้าแรก 1 1 1
หน้าบริการ 1 6 6
หน้าเกี่ยวกับบริษัทและทีมงาน 1 2 2
หน้ารวมบทความและหน้าบทความ 2 11 11
หน้าติดต่อพร้อมฟอร์มและปุ่ม LINE 1 1 1
นโยบายความเป็นส่วนตัว ข้อกำหนด และหน้า 404 1 3 3
รวม 7 24 24

หน้าบทความในตารางคือหน้ารวมบทความ 1 หน้า และบทความแรก 10 บทความ เว็บนี้มี 48 หน้าแต่มีเพียง 7 แม่แบบ งานออกแบบจึงคิดจาก 7 แม่แบบ ส่วนงานพัฒนาคิดจากแม่แบบแรกเต็มเวลาและหน้าที่ใช้แม่แบบซ้ำในเวลาที่น้อยกว่า

บรรทัดที่เหลือในใบเสนอราคาของตัวอย่างนี้ คือ การเขียนเนื้อหาภาษาอังกฤษใหม่จากคำค้นภาษาอังกฤษ ฟอร์มที่ส่งข้อมูลเข้า CRM การวัดการกดปุ่ม LINE แบนเนอร์คุกกี้ และตารางจับคู่หน้าเก่า 40 หน้าไปยังหน้าใหม่ ถ้าบริษัทนี้ตัดภาษาอังกฤษออกในช่วงแรก งานจะลดลงครึ่งหนึ่งในส่วนเนื้อหาและการนำขึ้นเว็บ แต่จำนวนแม่แบบยังเท่าเดิม

ถ้าต้องการให้เราวางผังเว็บไซต์และระบุขอบเขตงานจากเว็บไซต์ปัจจุบันของคุณ ดูรายละเอียดบริการออกแบบเว็บไซต์ของ Primal ทีมจากสำนักงานกรุงเทพฯ จะส่งผังเว็บไซต์ให้คุณยืนยันก่อนคิดราคา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าทำเว็บไซต์

ลูกค้ามักถามเราว่าทำเว็บไซต์ใหม่ทั้งเว็บใช้เวลานานแค่ไหน

เว็บไซต์ใหม่และหน้า Landing Page ส่วนใหญ่ของเราใช้เวลาทำราว 1 สัปดาห์ เมื่อเนื้อหาและบรีฟครบแล้ว ตอนนี้เราทำเว็บด้วยเครื่องมือ AI (Artificial Intelligence) เวลาที่ใช้จึงไม่ได้ขึ้นกับชั่วโมงทำงานของนักพัฒนา แต่ขึ้นกับความเร็วในการอนุมัติแบบและหน้าเว็บ และความครบของบรีฟ บรีฟที่ครบมีรายชื่อหน้า เนื้อหา รูปภาพ และข้อมูลแบรนด์ เพื่อให้ทำเว็บได้จนเสร็จโดยไม่ต้องรอข้อมูลที่ขาด งานแบ่งเป็น 4 ช่วง คือ ตั้งต้นงาน อนุมัติแบบ พัฒนาและเปิดใช้ แล้วตรวจหลังเปิดใช้ว่าไม่มีปัญหา

ลูกค้ามักถามเราว่าค่าทำเว็บคิดครั้งเดียวหรือคิดรายเดือน

การทำเว็บใหม่คิดเป็นค่าโครงการครั้งเดียว แยกจากค่าบริการ SEO หรือค่าบริการโฆษณารายเดือน เมื่อทำเว็บคู่กับ SEO งาน SEO รายเดือนมักเริ่มก่อนวันเปิดเว็บเล็กน้อย เพื่อให้หน้าใหม่มีคำค้นหาและเนื้อหาครบตั้งแต่วันแรก ค่าโดเมน ค่าโฮสติ้ง และค่าดูแลเป็นค่าใช้จ่ายต่อเนื่องที่จ่ายแยก

ลูกค้ามักถามเราว่าค่าทำเว็บรวมค่าดูแลหลังเปิดใช้หรือไม่

ราคาทำเว็บของเราไม่รวมค่าดูแลหลังเปิดใช้ ราคานี้ครอบคลุมการออกแบบ การพัฒนา และการแก้ข้อผิดพลาดก่อนส่งมอบ การดูแลเป็นแผนรายเดือนแยก ครอบคลุมการอัปเดต CMS และปลั๊กอิน การสำรองข้อมูล และการทดสอบเว็บไซต์ ถ้าทีมของคุณดูแลเองได้ ก็ไม่ต้องซื้อแผนนี้

ลูกค้ามักถามเราว่าโดเมนต้องจดและต่ออายุกับเราไหม

ไม่ต้อง โดเมนควรอยู่ในบัญชีผู้ให้บริการจดโดเมนในชื่อบริษัทของคุณ คุณต่ออายุเองทุกปี และเป็นเจ้าของโดเมนตราบที่ยังต่ออายุ เราทำงานกับโดเมนผ่านสิทธิ์ที่คุณเพิ่มให้ เช่น การตั้งค่าให้โดเมนชี้ไปที่เว็บไซต์ใหม่

ลูกค้ามักถามเราว่าเว็บเดิมใช้ WordPress อยู่แล้ว จะช่วยลดค่าทำเว็บไหม

ช่วยได้ไม่มาก เมื่อทำเว็บใหม่ เราเขียนโค้ดใหม่แล้วย้ายเนื้อหาเดิมไป เราไม่แก้โค้ดเก่าต่อ สิ่งที่ลดงานได้จริงคือเนื้อหาเดิมที่ใช้ต่อได้หลังปรับให้ตรงกับคำค้นหา และผังหน้าที่คุณยืนยันได้เร็ว ถ้าต้องการเพียงปรับหน้าตาเว็บเดิม งานนั้นเป็นอีกขอบเขตหนึ่ง และใช้แบบเดิมต่อได้

ลูกค้ามักถามเราว่าเว็บที่ทำเพื่อ SEO ต้องมีตัวหนังสือเยอะไหม

ไม่จำเป็นทุกหน้า หน้าหลักออกแบบสวยและมีภาพเคลื่อนไหวได้ ถ้ามีหน้าเนื้อหาที่อธิบายเรื่องนั้นละเอียดอยู่เบื้องหลังและลิงก์ถึงกัน ข้อมูลของเราในหัวข้อหลังเปิดใช้แสดงว่าคำค้นหาที่เป็นคำถามเข้าบทความเป็นหลัก ส่วนภาพเคลื่อนไหวต้องผ่านเกณฑ์ Core Web Vitals บนมือถือ

Jonathan Stacey

Jonathan Stacey

Digital Project Manager

Jonathan Stacey เป็นผู้จัดการโปรเจกต์ดิจิทัลของ Primal ดูแลโปรเจกต์เว็บไซต์ตั้งแต่บรีฟจนถึงวันเปิดตัว เขาถือสองสัญชาติ อังกฤษและไทย ใช้ชีวิตในประเทศไทยมากว่า 20 ปี และสื่อสารได้คล่องทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย

เกี่ยวกับผู้เขียน

ร่วมกับผู้นำธุรกิจกว่า 20,000 คนที่รับข่าวสาร มุมมอง และเทคนิคการตลาดล่าสุดในยุค AI

คุยกัน 30 นาที

คุยกับเรา

นัดคุยสั้น ๆ เพื่อดูว่าเราช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างไร โดยไม่ต้องเปลี่ยนเอเจนซี่ไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องรอให้ถึงปีที่ดีกว่า และไม่ต้องจ้างทีมภายในที่มีค่าใช้จ่ายสูง

  • เราทำความเข้าใจธุรกิจและเป้าหมายของคุณ
  • เราหาว่าการเติบโตของคุณมาจากช่องทางไหนได้บ้าง
  • คุณจะเห็นขั้นตอนถัดไป คือการประชุมวางกลยุทธ์ แล้วจึงเริ่มดำเนินงาน
4.9ลูกค้าของ Primal 4 ท่านที่เขียนรีวิว
บน Google

ติดต่อทีมงาน

กรอกแบบฟอร์มนี้ แล้วผู้เชี่ยวชาญของ Primal จะติดต่อกลับเพื่อทำความเข้าใจแบรนด์และเป้าหมายของคุณ

ทีมของเราจะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง (ในวันทำการ)