ติดต่อทีมงาน
คนยืนหันหลังยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายคลิปตัวเองในห้องสีขาวนวล ร่างกายค่อย ๆ กลายเป็นแสงยาวสีฟ้าอมเขียว ชมพู และเหลือง พุ่งไปหาแผ่นกระจกใสหลายแผ่นที่ลอยอยู่เหมือนผู้ชม ภาพประกอบเรื่อง KOL คืออะไร

โดย Mark McDowellเผยแพร่: อัปเดต: อ่าน 14 นาที

เผยแพร่ครั้งแรกโดย Nishananda Adityapadmavanch ปรับปรุงโดย Mark McDowell เมื่อ 2026-10-20

KOL คืออะไร ต่างจาก Influencer และ KOC อย่างไร

KOL คือ Key Opinion Leader หรือคนที่ผู้ชมกลุ่มหนึ่งเชื่อความเห็นในเรื่องที่เขารู้จริง เช่น แพทย์ที่ทำคลิปให้ความรู้ หรือคนที่รีวิวกล้องมาหลายปี แบรนด์ทำงานกับ KOL เพื่อเล่าเรื่องสินค้าผ่านช่องทางของ KOL เอง ส่วน Influencer เป็นคำกว้างสำหรับคนที่มีผู้ติดตามจากตัวตนและคอนเทนต์ และ KOC (Key Opinion Consumer) คือผู้ใช้จริงที่รีวิวให้คนกลุ่มเล็กฟัง

ประเด็นสำคัญ

  • KOL ได้รับความเชื่อถือจากความรู้เฉพาะด้าน ส่วน KOC คือผู้ใช้จริงที่รีวิวให้ผู้ชมกลุ่มเล็ก และแคมเปญเดียวใช้ทั้ง 2 แบบร่วมกันได้
  • ช่วงผู้ติดตามของแต่ละระดับต่างกันตามแหล่ง ข้อมูลครีเอเตอร์ไทยที่ Brand Buffet รายงานให้ระดับ Macro เริ่มที่ 100,000 คน ขณะที่ HypeAuditor ให้เริ่มที่ 500,000 คน
  • ในคำตอบของ AI (Artificial Intelligence) 285, 098 คำตอบเกี่ยวกับ 171 แบรนด์ที่ Elevate, Primal's AI Visibility Tracker เก็บไว้ Facebook อยู่ใน 15 เว็บไซต์ที่ AI อ้างอิงบ่อยที่สุดของ 161 แบรนด์ ส่วน TikTok อยู่ในรายการของ 9 แบรนด์
  • อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ระบุว่าการรีวิวสรรพคุณอาหารเพื่อการค้านับเป็นโฆษณาที่ต้องได้รับอนุญาตก่อน และข้อความเท็จหรือเกินจริงมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท
  • ไทยยังไม่มีกฎหมายที่กำหนดคำบอกผู้ชมว่าเป็นโพสต์รับงาน แต่ Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube ต่างมีเครื่องมือเปิดเผยที่ครีเอเตอร์ต้องใช้

KOL คืออะไร และ KOL Marketing ทำงานอย่างไร

ข้อมูลใน Elevate, Primal’s AI Visibility Tracker ชี้ว่าแพลตฟอร์มที่ KOL โพสต์มีผลต่อสิ่งที่ AI ตอบเกี่ยวกับแบรนด์ เมื่อมีคนถาม ChatGPT หรือ Gemini ถึงแบรนด์หนึ่ง AI อ้างอิง Facebook, YouTube และ Pantip บ่อยกว่า TikTok หลายเท่า เมื่อเลือก KOL ให้เริ่มจากกลุ่มผู้ชมที่ตรงกับลูกค้า แล้วเลือกแพลตฟอร์มที่ทั้งลูกค้าและ AI อ่าน ส่วนการวัดผล ให้แยกงานของ KOL ออกจากโฆษณาอื่น

KOL (Key Opinion Leader) คือคนที่ผู้ชมกลุ่มหนึ่งเชื่อความเห็นในเรื่องเฉพาะด้าน เช่น แพทย์ผิวหนังที่ทำคลิปให้ความรู้ เชฟ หรือคนที่รีวิวรถยนต์มาหลายปี ความน่าเชื่อถือของ KOL มาจากความรู้และประสบการณ์ในเรื่องนั้น จำนวนผู้ติดตามเป็นเรื่องรอง

KOL Marketing คือการที่แบรนด์ทำงานร่วมกับ KOL ให้เล่าเรื่องสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางของ KOL เอง เช่น คลิปรีวิว ไลฟ์ หรือโพสต์สอนวิธีใช้ แบรนด์จ่ายค่าตอบแทนเป็นเงินหรือสินค้า และตกลงเนื้อหา วันโพสต์ และสิทธิ์การนำคอนเทนต์ไปใช้ต่อไว้ในสัญญา ผู้ชมได้ข้อมูลจากคนที่เขาเลือกติดตามเอง ข้อความของแบรนด์จึงไปถึงคนกลุ่มนั้นในรูปแบบที่เขาคุ้นเคย

KOL, Influencer และ KOC ต่างกันอย่างไร

KOL ได้รับความเชื่อถือจากความรู้เฉพาะด้าน Influencer ได้รับความสนใจจากตัวตนและคอนเทนต์ที่ผู้ชมชอบ ส่วน KOC (Key Opinion Consumer) คือผู้บริโภคที่ใช้สินค้าจริงแล้วรีวิวให้ผู้ชมกลุ่มเล็กฟัง คนคนเดียวเป็นได้หลายแบบ เช่น แพทย์ที่มีผู้ติดตามหลายแสนคนเป็นทั้ง KOL และ Influencer

ตารางด้านล่างเทียบคำที่แบรนด์ในไทยใช้บ่อยเมื่อวางแผนงานกับคนที่มีผู้ติดตาม

คำ คือใคร ผู้ชมเชื่อเพราะอะไร เหมาะกับงานแบบไหน
KOL ผู้รู้เฉพาะด้าน เช่น แพทย์ เชฟ นักรีวิวไอที ความรู้และประสบการณ์ในเรื่องนั้น สินค้าที่ต้องอธิบาย หรือต้องใช้ความน่าเชื่อถือ
Influencer คนที่มีผู้ติดตามจากตัวตนหรือไลฟ์สไตล์ ความชอบในตัวคนและคอนเทนต์ เปิดตัวสินค้า และสร้างการรับรู้ในวงกว้าง
KOC ผู้ใช้จริงที่มีผู้ติดตามไม่มาก ประสบการณ์ใช้จริงแบบคนทั่วไป รีวิวจำนวนมากก่อนการตัดสินใจซื้อ
Brand Ambassador ตัวแทนแบรนด์ตามสัญญาระยะยาว ความผูกพันกับแบรนด์ที่เห็นต่อเนื่อง ภาพลักษณ์ของแบรนด์ตลอดทั้งปี
ผู้สร้าง UGC (User-Generated Content) ลูกค้าที่โพสต์ถึงแบรนด์เองโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน เป็นเสียงของลูกค้าจริง รีวิวและรูปจริงบนหน้าสินค้า

Brand Ambassador ต่างจาก KOL อย่างไร

Brand Ambassador คือคนที่เป็นตัวแทนของแบรนด์ต่อเนื่อง มักมีสัญญาหลายเดือนหรือหลายปี และปรากฏในหลายแคมเปญ งาน KOL ส่วนใหญ่เป็นงานรายแคมเปญหรือรายโพสต์ Brand Ambassador อาจเป็นดารา ผู้เชี่ยวชาญ ลูกค้าประจำ หรือพนักงานของแบรนด์เอง สัญญาแบบนี้ควรระบุว่า Brand Ambassador รับงานจากแบรนด์คู่แข่งได้หรือไม่ระหว่างอายุสัญญา

UGC (User-Generated Content) คืออะไร

UGC (User-Generated Content) คือคอนเทนต์ที่ลูกค้าสร้างเอง เช่น รูปสินค้าที่ถ่ายเอง รีวิวบนร้านออนไลน์ คลิปแกะกล่อง หรือกระทู้ในเว็บบอร์ด โดยไม่ได้รับเงินหรือสินค้าจากแบรนด์ แบรนด์นำ UGC ไปใช้บนเว็บไซต์หรือในโฆษณาได้เมื่อเจ้าของคอนเทนต์อนุญาต คอนเทนต์ที่แบรนด์จ้างครีเอเตอร์ทำให้ดูเหมือนลูกค้าถ่ายเองนับเป็นงานที่ได้รับค่าตอบแทน และต้องบอกผู้ชมแบบเดียวกับงาน KOL

Seeding คืออะไร

Seeding คือการส่งสินค้าให้ KOL, KOC หรือผู้ใช้หลายสิบคนในช่วงเดียวกัน เพื่อให้เกิดรีวิวและการพูดถึงพร้อมกันหลายที่ แบรนด์ใช้ Seeding ช่วงเปิดตัวสินค้า เพราะคนที่หาข้อมูลจะเจอรีวิวจากหลายคนในสัปดาห์เดียวกัน คนที่ได้รับสินค้าควรบอกผู้ชมว่าได้รับสินค้าจากแบรนด์ แม้จะไม่ได้รับเงินก็ตาม

KOL มีกี่ระดับ แบ่งตามจำนวนผู้ติดตามอย่างไร

KOL และ Influencer มักแบ่งเป็น 4 ถึง 5 ระดับตามจำนวนผู้ติดตาม คือ Nano, Micro, Mid-tier, Macro และ Mega แหล่งส่วนใหญ่ให้ระดับ Nano จบที่ราว 10,000 คน และระดับ Mega เริ่มที่ 1 ล้านคน ช่วงตรงกลางต่างกันตามแหล่ง จึงควรบอกตัวเลขทุกครั้งที่คุยเรื่องระดับกับเอเจนซี่หรือ KOL

ตารางด้านล่างเทียบ 2 แหล่ง แหล่งแรกคือข้อมูลของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ที่ Brand Buffet รายงาน ซึ่งใช้ข้อมูลครีเอเตอร์ในไทยจาก Tellscore และ FutureTales LAB แหล่งที่สองคือศูนย์ช่วยเหลือของ HypeAuditor แพลตฟอร์มวิเคราะห์อินฟลูเอนเซอร์

ระดับ ผู้ติดตาม ตาม SCB EIC ผู้ติดตาม ตาม HypeAuditor เหมาะกับงานแบบไหน
Nano 1,000 ถึง 10,000 1,000 ถึง 10,000 รีวิวจำนวนมากและ Seeding
Micro 10,000 ถึง 50,000 10,000 ถึง 50,000 ผู้ชมที่สนใจเรื่องเดียวกัน เช่น คนวิ่งหรือคนเลี้ยงแมว
Mid-tier 50,000 ถึง 100,000 50,000 ถึง 500,000 ความน่าเชื่อถือในหมวดสินค้า
Macro 100,000 ถึง 1 ล้าน 500,000 ถึง 1 ล้าน การเข้าถึงในวงกว้าง
Mega 1 ล้านขึ้นไป 1 ล้านขึ้นไป การรับรู้ระดับประเทศ

SCB EIC ประเมินว่าไทยมีครีเอเตอร์ราว 11 ล้านคน ระดับ Nano มีจำนวนหลักล้านคน ขณะที่ระดับ Mega มีหลักร้อยคน

KOL ระดับเล็กมีผู้ชมที่ใกล้ชิดกับเขา และค่าตอบแทนต่อคนต่ำกว่า แต่แบรนด์ต้องดูแลคนจำนวนมากในแคมเปญเดียว KOL ระดับใหญ่เข้าถึงคนได้มากในโพสต์เดียว แต่ผู้ชมกว้างและหลากหลายกว่า แผนที่ทีมของเราเสนอสำหรับการเปิดตัวสินค้าจึงมักผสมหลายระดับ โดยใช้ KOL ระดับ Mega 1 ถึง 2 คนสร้างการรับรู้ แล้วใช้ KOL ระดับ Nano และ Micro อีกหลายคนรีวิวจากการใช้จริง

เลือกแพลตฟอร์มให้งาน KOL อย่างไร

เลือกแพลตฟอร์มที่ลูกค้าของคุณใช้ และที่ KOL คนนั้นทำคอนเทนต์ได้ดีที่สุด แพลตฟอร์มหลักในไทยมีผู้ใช้หลายสิบล้านคนแทบทุกแพลตฟอร์ม ความต่างจึงอยู่ที่รูปแบบคอนเทนต์และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังโพสต์ DataReportal รวบรวมจำนวนผู้ใช้ของ TikTok, Facebook, YouTube และ Instagram จากเครื่องมือโฆษณาของแต่ละแพลตฟอร์ม และตัวเลขของ LINE จาก LINE เอง

แพลตฟอร์ม ผู้ใช้ในไทย งาน KOL ที่เหมาะ
LINE ราว 56 ล้านคนต่อเดือน ส่งลิงก์และโค้ดของ KOL ต่อให้ลูกค้าผ่าน LINE Official Account ของแบรนด์
TikTok ราว 57 ล้านคน อายุ 18 ปีขึ้นไป คลิปสั้น ไลฟ์ขายของ และ TikTok Shop
Facebook ราว 52 ล้านคน โพสต์รีวิวยาว ไลฟ์ และกลุ่ม
YouTube ราว 47 ล้านคน รีวิวยาวและคลิปสอนใช้
Instagram ราว 21 ล้านคน ภาพ Reels และ Stories

แพลตฟอร์มยังมีผลต่อสิ่งที่ AI ตอบเมื่อมีคนถามถึงแบรนด์ ในรอบ 30 วัน Elevate, Primal’s AI Visibility Tracker เก็บคำตอบของ AI ได้ 285,098 คำตอบเกี่ยวกับแบรนด์ 171 แบรนด์ Facebook อยู่ใน 15 เว็บไซต์ที่ AI อ้างอิงบ่อยที่สุดของ 161 แบรนด์ YouTube ของ 88 แบรนด์ Pantip ของ 48 แบรนด์ และ Lemon8 ของ 33 แบรนด์ ส่วน TikTok อยู่ในรายการนี้เพียง 9 แบรนด์ กราฟด้านล่างแสดงแพลตฟอร์มโซเชียลและชุมชนออนไลน์จากข้อมูลชุดเดียวกัน

กราฟแท่งแสดงจำนวนแบรนด์จาก 171 แบรนด์ ที่มีแพลตฟอร์มนี้อยู่ใน 15 เว็บไซต์ที่ AI อ้างอิงบ่อยที่สุด Facebook 161 YouTube 88 Pantip 48 Instagram 38 Lemon8 33 และ TikTok 9

ถ้าเป้าหมายรวมถึงการให้แบรนด์ปรากฏในคำตอบของ AI ให้วางงาน KOL บางส่วนไว้บน YouTube, Facebook, Pantip หรือ Lemon8 ซึ่ง AI อ้างอิงบ่อยกว่า TikTok เรื่องนี้อธิบายต่อในAI Search คืออะไร

KOL ใน TikTok คืออะไร

KOL ใน TikTok คือครีเอเตอร์ที่ผู้ชมเชื่อความเห็นในเรื่องหนึ่ง และสื่อสารด้วยคลิปสั้นหรือไลฟ์ แบรนด์หาครีเอเตอร์ได้จาก TikTok One ซึ่ง TikTok อธิบายว่าเป็นแพลตฟอร์มให้ครีเอเตอร์หาโอกาสทางธุรกิจและร่วมงานกับแบรนด์ เมื่อครีเอเตอร์แท็กแบรนด์เป็นพาร์ตเนอร์ในโพสต์และให้สิทธิ์โฆษณา แบรนด์นำคลิปนั้นไปซื้อโฆษณาต่อด้วย Spark Ads ได้ วิธีทำคอนเทนต์และวัดผลบน TikTok อ่านต่อได้ในการตลาด TikTok สำหรับแบรนด์

วิธีเลือก KOL ให้ตรงกับแบรนด์

เลือก KOL จากกลุ่มผู้ชมก่อน แล้วจึงดูการมีส่วนร่วมที่เป็นของจริงและประวัติการรับงาน จำนวนผู้ติดตามใช้คัดรายชื่อรอบแรกได้เท่านั้น

  1. ขอข้อมูลกลุ่มผู้ชมจาก KOL โดยตรง เช่น อายุ เพศ จังหวัด และประเทศ จากหน้าข้อมูลเชิงลึกของแพลตฟอร์ม แล้วเทียบกับลูกค้าของคุณ
  2. อ่านคอมเมนต์ในโพสต์ล่าสุดหลายโพสต์ ผู้ชมที่ถามคำถามจริงและคุยกับ KOL บอกได้มากกว่ายอดถูกใจ
  3. เทียบยอดวิวและการมีส่วนร่วมของโพสต์รับงานกับโพสต์ปกติของ KOL คนเดียวกัน ถ้าโพสต์รับงานได้ผลต่ำกว่ามาก ผู้ชมอาจไม่เชื่อการรีวิวของเขา
  4. ดูว่า KOL เพิ่งรีวิวสินค้าของคู่แข่งหรือไม่ และบอกผู้ชมทุกครั้งที่รับงานหรือเปล่า
  5. อ่านโพสต์และข่าวย้อนหลังของ KOL เพื่อดูว่าความเห็นที่เคยพูดไว้ไปด้วยกันกับแบรนด์ได้
  6. ถ้าสินค้าเป็นอาหาร ยา เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ ให้ถามว่า KOL ยอมพูดตามข้อความที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นหรือไม่

ที่ Primal งาน KOL เริ่มจาก Influencer Brief ที่แบรนด์กรอก ทีมโซเชียลส่งข้อเสนอ KOL ภายใน 5 วันทำการ ระบุกลยุทธ์ แพลตฟอร์มหลัก ประเภทของ KOL รายชื่อ และการแบ่งงบประมาณ แบรนด์อนุมัติ KOL ทุกคนและบทของทุกคลิปก่อนเริ่มถ่าย

เมื่อคำตอบของ AI อ้างอิงเว็บไซต์ชุดหนึ่งซ้ำ ๆ ที่เหล่านั้นคือที่ที่ผมอยากให้แบรนด์ไปปรากฏ และตอนนี้รวมถึงแพลตฟอร์มที่ KOL โพสต์ด้วย ในรอบ 30 วัน Elevate, Primal’s AI Visibility Tracker เก็บคำตอบของ AI ได้ 285,098 คำตอบเกี่ยวกับ 171 แบรนด์ Facebook อยู่ใน 15 เว็บไซต์ที่ถูกอ้างอิงบ่อยที่สุดของ 161 แบรนด์ ขณะที่ TikTok อยู่ในรายการนี้ของ 9 แบรนด์ ผมจึงดูกลุ่มผู้ชมของ KOL ก่อน แล้วดูแพลตฟอร์มที่ KOL โพสต์เป็นลำดับถัดไป

กฎที่ KOL และแบรนด์ต้องรู้ในไทย

โพสต์ของ KOL ที่ได้รับค่าตอบแทนอยู่ใต้กฎหมายโฆษณาเหมือนโฆษณาของแบรนด์ อาหาร ยา และเครื่องมือแพทย์ต้องได้รับอนุญาตโฆษณาจาก อย. ก่อนโพสต์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ห้ามโฆษณาและห้ามคนมีชื่อเสียงชวนให้ดื่ม ส่วนการบอกผู้ชมว่าเป็นโพสต์รับงาน แต่ละแพลตฟอร์มบังคับผ่านเครื่องมือของตัวเอง

อาหาร ยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพ

อย. ระบุว่าการรีวิวคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารเพื่อการค้านับเป็นโฆษณา ต้องได้รับอนุญาตก่อนโพสต์ การโพสต์โดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ถ้าข้อความเป็นเท็จหรือเกินจริง โทษคือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เลขสารบบอาหารบนฉลากเป็นคนละเรื่องกับใบอนุญาตโฆษณา แบรนด์จึงต้องขออนุญาตโฆษณาแยกต่างหาก

คำเตือนของ อย. ถึงผู้ประกอบการและอินฟลูเอนเซอร์ ห้ามรีวิวที่อ้างว่ารักษา บรรเทา หรือป้องกันโรค ห้ามข้อความอย่าง “ปลอดภัย 100%” หรือ “แพทย์แนะนำให้ใช้” และห้ามภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังใช้ อย. ระบุด้วยว่าพบบัญชีบน Facebook, Instagram, YouTube, TikTok และ LINE ถูกระงับหรือปิดถาวรจากการรีวิวอาหารเสริมเกินจริง สำหรับ KOL ที่เป็นแพทย์ อย. ระบุว่าไม่เคยอนุญาตให้แพทย์ เภสัชกร พยาบาล หรือบุคลากรสุขภาพอื่นปรากฏในโฆษณาอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อรับรองสรรพคุณ

ยาและเครื่องมือแพทย์ต้องได้รับอนุญาตโฆษณาก่อนเช่นกัน และพระราชบัญญัติยาห้ามโฆษณาขายยาที่มีบุคคลอื่นรับรองหรือยกย่องสรรพคุณ แบรนด์ยาจึงควรตรวจกับ อย. ก่อนวางแผนงาน KOL เครื่องสำอางไม่ต้องขออนุญาตโฆษณา แต่ห้ามข้อความเท็จ เกินจริง หรืออ้างว่ารักษาโรค

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 ห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมาตรา 32/2 ห้ามผู้ใดใช้ชื่อเสียงเพื่อประโยชน์ส่วนตนแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยมุ่งชักจูงให้ผู้อื่นดื่ม ข้อนี้ตรงกับงานรีวิวของ KOL และผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกหรือปรับ แบรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงไม่ควรจ้าง KOL โพสต์ชวนดื่ม

บอกผู้ชมว่าเป็นโพสต์ที่ได้รับค่าตอบแทน

ไทยยังไม่มีกฎหมายที่กำหนดคำหรือแฮชแท็กที่ต้องใช้ สคบ. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) ระบุว่าการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ในไทยยังขาดแนวปฏิบัติและมาตรฐานกลางเรื่องการเปิดเผยความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ขณะที่พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคมีโทษสำหรับผู้ที่โฆษณาข้อความเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับสินค้า ไม่ว่าสินค้านั้นเป็นของตนเองหรือของผู้อื่น

แพลตฟอร์มหลักกำหนดให้เปิดเผยด้วยเครื่องมือของตัวเอง

  • Facebook และ Instagram ของ Meta กำหนดให้โพสต์ที่ได้รับเงินหรือสินค้าจากแบรนด์ต้องแท็กแบรนด์ด้วยเครื่องมือ Branded Content โพสต์จะแสดงป้าย Paid partnership แบรนด์ที่ถูกแท็กดูข้อมูลของโพสต์ได้ และนำโพสต์ไปทำโฆษณาแบบ Partnership Ads เมื่อครีเอเตอร์อนุญาต
  • TikTok กำหนดให้เปิดการตั้งค่าการเปิดเผยคอนเทนต์เชิงพาณิชย์ทุกครั้งที่โพสต์โปรโมตแบรนด์ สินค้า หรือบริการ โพสต์ที่ทำให้แบรนด์อื่นจะแสดงป้ายพาร์ทเนอร์แบบชำระเงิน (Paid partnership) และเปลี่ยนป้ายหลังโพสต์ไม่ได้
  • YouTube ให้ครีเอเตอร์ติ๊กช่องใน YouTube Studio ว่าวิดีโอมีการโปรโมตแบบชำระเงิน แล้ว YouTube จะแสดงข้อความแจ้งผู้ชมตอนต้นวิดีโอ

ภาพด้านล่างคือหน้าช่วยเหลือภาษาไทยของ TikTok ที่ระบุว่าผู้โพสต์ต้องเปิดการตั้งค่านี้ ให้ใส่ชื่อเครื่องมือของแต่ละแพลตฟอร์มไว้ในสัญญา และให้ KOL เขียนคำว่า “โฆษณา” หรือ “ได้รับการสนับสนุน” ไว้ต้นคำบรรยายด้วย

หน้าช่วยเหลือภาษาไทยของ TikTok เรื่องการตั้งค่าการเปิดเผยคอนเทนต์เชิงพาณิชย์ ระบุว่าผู้ที่โพสต์คอนเทนต์ที่โปรโมตแบรนด์ สินค้า หรือบริการต้องเปิดการตั้งค่านี้

บรีฟและสัญญากับ KOL ควรมีอะไรบ้าง

บรีฟบอก KOL ว่าต้องสื่อสารอะไร ส่วนสัญญากำหนดว่าใครทำอะไร เมื่อไร และแบรนด์นำคอนเทนต์ไปใช้ต่อได้นานเท่าไร ทั้งบรีฟและสัญญาควรเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มถ่ายทำ

  1. ข้อความหลัก 1 ถึง 2 ข้อ และสิ่งที่ห้ามพูด เช่น คำกล่าวอ้างที่ อย. ไม่อนุญาต
  2. รูปแบบคอนเทนต์ จำนวนโพสต์ แพลตฟอร์ม และวันโพสต์
  3. ขั้นตอนอนุมัติ KOL ส่งไอเดียหรือบท แบรนด์อนุมัติ แล้วจึงถ่ายทำ
  4. วิธีบอกผู้ชมว่าเป็นโพสต์รับงาน และเครื่องมือของแพลตฟอร์มที่ต้องเปิดใช้
  5. สิทธิ์การใช้คอนเทนต์ ใช้ในโฆษณาได้หรือไม่ บนแพลตฟอร์มไหน และนานกี่วัน
  6. ข้อมูลที่ KOL ต้องส่งหลังโพสต์ เช่น ภาพหน้าจอข้อมูลเชิงลึกหลังโพสต์ 7 วัน
  7. การชำระเงิน และสิ่งที่เกิดขึ้นถ้าโพสต์ไม่ตรงบรีฟหรือไม่ตรงวัน

วัดผล KOL Marketing อย่างไร

วัดผล KOL แต่ละคนตามงานที่ให้ทำ ถ้าเป้าหมายคือการรับรู้ ให้ดูการเข้าถึงและยอดวิว ถ้าให้ความรู้ ให้ดูเวลาดู การบันทึก และการแชร์ ส่วนงานกระตุ้นการซื้อ วัดจากคลิก การใช้โค้ดส่วนลด และคำสั่งซื้อที่ย้อนกลับไปหา KOL คนนั้นได้

ใช้สูตรเดียวกันกับ KOL ทุกคนในแคมเปญ ตัวเลขจึงเทียบกันได้

  • อัตราการมีส่วนร่วม (Engagement Rate) เท่ากับผลรวมของยอดถูกใจ คอมเมนต์ แชร์ และบันทึก หารด้วยยอดวิวหรือการเข้าถึง แล้วคูณ 100
  • ต้นทุนต่อการมีส่วนร่วม เท่ากับค่าตอบแทนของ KOL หารด้วยจำนวนการมีส่วนร่วม
  • ต้นทุนต่อคลิกหรือต่อคำสั่งซื้อ เท่ากับค่าตอบแทนหารด้วยคลิกหรือคำสั่งซื้อที่มาจากลิงก์และโค้ดของ KOL คนนั้น

ให้ KOL แต่ละคนใช้ลิงก์ที่ติด UTM (Urchin Tracking Module) ของตัวเอง และโค้ดส่วนลดของตัวเอง Google Analytics จะแยกการเข้าชมและคำสั่งซื้อตามลิงก์ ส่วนโค้ดช่วยนับคำสั่งซื้อที่เกิดในแอปหรือหน้าร้าน

ถ้านำคลิปของ KOL ไปซื้อโฆษณา ให้แยกไว้ในแคมเปญทดสอบของตัวเองอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ถ้าใส่รวมกับโฆษณาอื่นในแคมเปญเดียว ระบบจะย้ายงบไปที่ชิ้นที่ได้ผลเร็วกว่า และผลของ KOL จะปนกับโฆษณาชิ้นอื่นจนแยกไม่ออก

ทีมโซเชียลของ Primal ที่สำนักงานกรุงเทพฯ ของเรามี Influencer Specialist ดูแลงาน KOL ตั้งแต่คัดเลือกและบรีฟไปจนถึงรายงานผล และวางแผนร่วมกับทีมโฆษณาเพื่อนำคลิปที่ได้ผลไปใช้ต่อ ดูรายละเอียดได้ที่บริการ Influencer Marketing

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ KOL

KOL Specialist คืออะไร

KOL Specialist คือคนที่ดูแลงาน KOL ของแบรนด์ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่หา KOL ตรวจกลุ่มผู้ชม ต่อรองค่าตอบแทน เขียนบรีฟ ตรวจคอนเทนต์ก่อนโพสต์ ไปจนถึงสรุปผล ตำแหน่งนี้มีทั้งในทีมการตลาดของแบรนด์และในเอเจนซี่ ที่ Primal งานนี้เป็นของ Influencer Specialist ในทีมโซเชียล

ลูกค้ามักถามเราว่า แคมเปญ KOL ใช้เวลานานเท่าไร

ในงานของเรา ตั้งแต่ส่งบรีฟจนถึงวันโพสต์ใช้เวลาราว 6 สัปดาห์ การติดต่อและยืนยัน KOL ใช้ราว 2 สัปดาห์ และการทำคอนเทนต์ใช้ราว 1 เดือนหลังแบรนด์อนุมัติไอเดีย ถ้าโฆษณาต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อน ให้เผื่อเวลาส่วนนั้นเพิ่ม

ลูกค้ามักถามเราว่า ธุรกิจ B2B ใช้ KOL ได้หรือไม่

ได้ KOL ของธุรกิจ B2B (Business to Business) มักเป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม อาจารย์มหาวิทยาลัย หรือผู้บริหารที่คนในวงการติดตามบน LinkedIn, YouTube หรือ Facebook งานที่ใช้บ่อยคือการสัมภาษณ์ ไลฟ์จากงานแสดงสินค้า และคลิปที่อธิบายปัญหาของลูกค้า ให้วัดผลจากคลิกและจำนวนผู้ติดต่อเข้ามา มากกว่ายอดการแสดงผล

KOL ในไทยมีกลุ่มไหนบ้าง

KOL ในไทยแบ่งตามหมวดเนื้อหาได้หลายกลุ่ม เช่น ความงามและสกินแคร์ อาหาร ไอทีและแกดเจ็ต การเงินและการลงทุน การศึกษา สุขภาพ แม่และเด็ก และท่องเที่ยว ให้เริ่มจากหมวดของสินค้าคุณ แล้วคัดตามกลุ่มผู้ชมและความน่าเชื่อถือในเรื่องนั้น

Virtual Influencer คืออะไร

Virtual Influencer คือตัวละครที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์และมีบัญชีโซเชียลมีเดียของตัวเอง แบรนด์ควบคุมภาพและข้อความได้ทั้งหมด และตัวละครไม่มีเรื่องส่วนตัวที่กระทบแบรนด์ แต่ตัวละครไม่ได้ใช้สินค้าจริง จึงเหมาะกับงานสร้างภาพลักษณ์มากกว่าการรีวิวสินค้าที่ใช้กับร่างกาย เช่น สกินแคร์

Mark McDowell

Mark McDowell

Founder and Chief Executive Officer

Mark McDowell เป็นผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Primal โดยเริ่มต้นบริษัทที่กรุงเทพฯ ในปี 2015 เขาติดอันดับ Forbes 30 Under 30 Asia ปี 2020 และได้รับรางวัล Southeast Asia Young Achiever of the Year จาก Campaign Asia ในปี 2018 เขาเขียนบทความเรื่อง AI Search และการทำ SEO (Search Engine Optimisation)

เกี่ยวกับผู้เขียน

ร่วมกับผู้นำธุรกิจกว่า 20,000 คนที่รับข่าวสาร มุมมอง และเทคนิคการตลาดล่าสุดในยุค AI

คุยกัน 30 นาที

คุยกับเรา

นัดคุยสั้น ๆ เพื่อดูว่าเราช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างไร โดยไม่ต้องเปลี่ยนเอเจนซี่ไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องรอให้ถึงปีที่ดีกว่า และไม่ต้องจ้างทีมภายในที่มีค่าใช้จ่ายสูง

  • เราทำความเข้าใจธุรกิจและเป้าหมายของคุณ
  • เราหาว่าการเติบโตของคุณมาจากช่องทางไหนได้บ้าง
  • คุณจะเห็นขั้นตอนถัดไป คือการประชุมวางกลยุทธ์ แล้วจึงเริ่มดำเนินงาน
4.9ลูกค้าของ Primal 4 ท่านที่เขียนรีวิว
บน Google

ติดต่อทีมงาน

กรอกแบบฟอร์มนี้ แล้วผู้เชี่ยวชาญของ Primal จะติดต่อกลับเพื่อทำความเข้าใจแบรนด์และเป้าหมายของคุณ

ทีมของเราจะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง (ในวันทำการ)