ติดต่อทีมงาน
ภาพประกอบบทความทำ SEO ราคาเท่าไร คนกำลังเดินผ่านห้องสีครีมสว่าง ร่างกายกลายเป็นเส้นแสงสีฟ้าอมเขียว ส้มอมชมพู และเหลือง ข้างตัวมีแผ่นกระจกฝ้าว่างลอยอยู่ ในแผ่นมีแถบแสงนุ่ม 3 แถบ

โดย Pimlapat Phansuathongเผยแพร่: อัปเดต: อ่าน 14 นาที

ทำ SEO ราคาเท่าไร และค่าบริการขึ้นอยู่กับอะไร

ราคาของงาน SEO (Search Engine Optimisation) ขึ้นอยู่กับการแข่งขันในอุตสาหกรรม จำนวนหัวข้อและหน้าเว็บที่ต้องทำ เนื้อหาและลิงก์ที่แผนงานมี และทีมที่ทำงาน จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ตอบได้ว่าทำ SEO ราคาเท่าไร ค่าบริการซื้องานที่พาหน้าเว็บขึ้นไป 3 อันดับแรก ซึ่งในข้อมูลเว็บไซต์ลูกค้า Primal 117 เว็บ ได้ราว 31 คลิกต่อการแสดงผล 1,000 ครั้งจากคำค้นหาที่ไม่มีชื่อแบรนด์ เทียบกับ 7 คลิกที่อันดับ 4 ถึง 10

ประเด็นสำคัญ

  • Google ไม่รับค่าตอบแทนเพื่อจัดอันดับเว็บไซต์ ค่าบริการ SEO ทั้งหมดจึงเป็นค่างานบนเว็บไซต์ เนื้อหา และลิงก์
  • เรายังไม่พบผลสำรวจราคา SEO ในไทยที่บอกวิธีเก็บข้อมูลและจำนวนผู้ตอบ จึงควรเทียบใบเสนอราคาจากงานที่ระบุไว้ทีละบรรทัด เช่น จำนวนหัวข้อ หน้าเป้าหมาย บทความ และลิงก์
  • Primal คิดค่าบริการ SEO จากระดับการแข่งขันของอุตสาหกรรม 4 ระดับ และจำนวนหัวข้อในแพ็กเกจ โดยแผน ElevateSEO™ รวมงานบน Google และ AI Search ไว้ด้วยกัน
  • ในข้อมูล Search Console 1 สัปดาห์ของเว็บไซต์ลูกค้า Primal 117 เว็บ คนที่ค้นชื่อแบรนด์คลิกราว 12 ครั้งต่อการแสดงผล 100 ครั้ง ส่วนคนที่ไม่ได้ค้นชื่อแบรนด์คลิกไม่ถึง 1 ครั้ง จึงควรตัดสินค่าบริการจากคลิกของคำที่ไม่มีชื่อแบรนด์
  • เมื่อเทียบคลิกเดือนต่อเดือน 3 ครั้งติดกันในเว็บไซต์ลูกค้า Primal 137 เว็บ มีเพียง 13 เว็บที่คลิกเพิ่มทุกครั้ง จึงควรตัดสินงาน SEO จากช่วง 3 เดือนขึ้นไป

ค่าบริการ SEO ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง

คำถามว่าทำ SEO ราคาเท่าไรไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ ค่าบริการขึ้นอยู่กับการแข่งขันในอุตสาหกรรม จำนวนหัวข้อและหน้าเว็บที่ต้องทำ เนื้อหาและลิงก์ที่แผนงานมี สภาพเว็บไซต์ตอนเริ่มงาน และทีมที่ทำงาน

สิ่งที่ค่าบริการซื้อจริงคือคลิกที่เพิ่มขึ้นเมื่อหน้าเว็บขึ้นไปอยู่ 3 อันดับแรกในคำค้นหาที่ไม่มีชื่อแบรนด์ ใบเสนอราคาที่ดีจึงบอกได้ว่าจะทำหน้าไหน กับคำค้นหาไหน และวัดผลอย่างไร

Google ระบุไว้ในหน้าอธิบายการทำงานของ Google Search ว่าไม่รับค่าตอบแทนเพื่อ Crawl เว็บไซต์บ่อยขึ้นหรือจัดอันดับให้สูงขึ้น ค่าบริการ SEO ทั้งหมดจึงเป็นค่างานบนเว็บไซต์ เนื้อหา และลิงก์

เรายังไม่พบผลสำรวจราคา SEO ในไทยที่บอกวิธีเก็บข้อมูลและจำนวนผู้ตอบ ช่วงราคาที่เห็นบนหน้าเว็บต่าง ๆ เป็นราคาของผู้ให้บริการแต่ละราย หรือไม่ได้บอกที่มา การเทียบราคาจึงต้องเทียบงานในใบเสนอราคาทีละบรรทัด

ข้อมูล Google Search Console ของเว็บไซต์ลูกค้า Primal 117 เว็บใน 1 สัปดาห์ แสดงว่าทำไมอันดับจึงผูกกับราคา จากคำค้นหาที่ไม่มีชื่อแบรนด์ หน้าเว็บอันดับ 1 ถึง 3 ได้ราว 31 คลิกต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง อันดับ 4 ถึง 10 ได้ราว 7 คลิก อันดับ 11 ถึง 20 ได้ราว 4 คลิก และอันดับ 21 ลงไปได้ราว 1 คลิก

หน้าอันดับ 1 ถึง 3 ได้การแสดงผลราว 1 ใน 7 แต่ได้คลิกเกือบครึ่งของคลิกจากคำกลุ่มนี้ กราฟนี้เทียบอัตราคลิกของแต่ละช่วงอันดับ

กราฟแท่งค่ากลางของคลิกต่อการแสดงผล 1,000 ครั้งจากคำค้นหาที่ไม่มีชื่อแบรนด์ เว็บไซต์ลูกค้า 117 เว็บใน 1 สัปดาห์ อันดับ 1 ถึง 3 ได้ 31 คลิก อันดับ 4 ถึง 10 ได้ 7 คลิก อันดับ 11 ถึง 20 ได้ 4 คลิก และอันดับ 21 ลงไปได้ 1 คลิก

ข้อมูลชุดนี้มาจากการเทียบคลิกตามอันดับในบทความ SEO กับ SEM อัตราคลิกของ 3 อันดับแรกสูงกว่าอันดับ 4 ถึง 10 ราว 4 เท่า เวลาเทียบความคุ้มของค่าบริการ ให้ดูว่าแผนงานจะพาหน้าไหนจากอันดับ 4 ถึง 10 ขึ้นไป 3 อันดับแรก

ค่าบริการ SEO จ่ายเพื่องานอะไรบ้าง

ค่าบริการ SEO จ่ายให้กับการวิจัยคำค้นหาและหัวข้อ การแก้ไขทางเทคนิค (Technical SEO) การเขียนหน้าเป้าหมายและบทความ ลิงก์จากเว็บไซต์อื่น การติดตามอันดับและคำตอบของ AI (Artificial Intelligence) และรายงานผล

หน้าภาษาไทยของ Google เรื่องการจ้าง SEO ระบุบริการที่ผู้ให้บริการ SEO มักมีในทำนองเดียวกัน เช่น การตรวจเนื้อหาหรือโครงสร้างเว็บไซต์ คำปรึกษาด้านเทคนิค การพัฒนาเนื้อหา การวิจัยคีย์เวิร์ด และการเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับ Generative AI

  • การวิจัยเลือกคำที่ลูกค้าค้นจริง แล้วจัดเป็นกลุ่มหัวข้อที่แต่ละกลุ่มมีหน้าเป้าหมายของตัวเอง
  • งานเทคนิคตรวจว่า Google เข้าถึงและเก็บหน้าเว็บเข้าดัชนีได้ แล้วแก้สิ่งที่ขวางอยู่ เช่น หน้าซ้ำ ลิงก์เสีย หรือหน้าที่โหลดช้า
  • งานเนื้อหาเขียนหน้าที่ตอบคำค้นหาแต่ละกลุ่ม และปรับบทความเก่าที่ยังได้การแสดงผล
  • งานลิงก์หาเว็บไซต์ที่มีผู้อ่านตรงกลุ่มและเกี่ยวข้องกับธุรกิจ งบส่วนนี้มีบางส่วนที่จ่ายให้เว็บไซต์ผู้เผยแพร่
  • การติดตามผลดูคีย์เวิร์ดชุดเดิมทุกวัน และดูว่า AI Overviews ของ Google หรือ ChatGPT อ้างอิงเว็บไซต์หรือไม่
  • รายงานรายเดือนแยกคำค้นหาที่มีและไม่มีชื่อแบรนด์ และสรุปงานที่ขึ้นเว็บแล้ว

ถ้าใบเสนอราคาขาดงานส่วนใด ให้ถามว่าใครเป็นคนทำส่วนนั้น ที่ Primal งานแก้ไขบนเว็บรวมอยู่ในค่าบริการ ไม่ว่าทีมของเราหรือทีมของลูกค้าจะเป็นคนขึ้นงาน

Primal คิดค่าบริการ SEO อย่างไร

Primal คิดค่าบริการ SEO จาก 2 อย่าง คือระดับการแข่งขันของอุตสาหกรรม และจำนวนหัวข้อในแพ็กเกจ งาน SEO ของเราทำในโปรแกรม ElevateSEO™ ซึ่งรวมงาน SEO บน Google และ AI Search ไว้ในแผนเดียว

เราจัดทุกอุตสาหกรรมไว้ใน 4 ระดับ ยิ่งหน้าผลการค้นหาของอุตสาหกรรมมีคู่แข่งที่มีเนื้อหาและลิงก์มาก ระดับก็ยิ่งสูง

ระดับการแข่งขัน ตัวอย่างอุตสาหกรรม
ต่ำ โซลาร์เซลล์ ตกแต่งภายใน โรงงานผลิตที่ขายให้ธุรกิจ บริการสำหรับธุรกิจ
กลาง การศึกษา สุขภาพ ซอฟต์แวร์ เฟอร์นิเจอร์
สูง ยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ จัดหางาน แฟชั่น ความงามและสกินแคร์
สูงมาก ธนาคาร ประกันภัย คริปโต อีคอมเมิร์ซ ท่องเที่ยว

เมื่อจำนวนหัวข้อเท่ากัน อุตสาหกรรมระดับสูงกว่าจะได้ลิงก์ งาน Digital PR (Public Relations) และงานปรับบทความเก่ามากกว่า เพราะหน้าเว็บต้องแข่งกับเว็บไซต์ที่สะสมลิงก์และเนื้อหามานาน คลินิกความงามกับโรงงานผลิตชิ้นส่วนอาจต้องการหน้าเว็บจำนวนเท่ากัน แต่คลินิกอยู่ระดับสูง ส่วนโรงงานอยู่ระดับต่ำ

แพ็กเกจ ElevateSEO™ มีงานอะไรบ้าง

แพ็กเกจ SEO แต่ละเจ้ามีงานไม่เท่ากัน ก่อนเทียบราคาจึงควรดูว่าแต่ละแพ็กเกจระบุงานอะไรไว้ แพ็กเกจ ElevateSEO™ วางแผนจากหัวข้อ หัวข้อหนึ่งคือกลุ่มคำค้นหาที่มีหน้าเป้าหมายของตัวเอง คีย์เวิร์ดที่ติดตาม คำถามที่ใช้ติดตามคำตอบของ AI ลิงก์ และบทความในแผนงานเพิ่มขึ้นตามจำนวนหัวข้อ

แพ็กเกจ SEO บางแบบดูแค่อันดับบน Google ส่วนแพ็กเกจ ElevateSEO™ ติดตามคำตอบของ AI ด้วย และค่าบริการรวมลิงก์กับงานแก้ไขบนเว็บไว้แล้ว

ธุรกิจที่ขายในพื้นที่เดียวและมีบริการไม่กี่อย่างใช้หัวข้อไม่มาก ธุรกิจที่ขายหลายหมวดสินค้าทั่วประเทศต้องใช้หัวข้อมากกว่า ค่าบริการจึงสูงขึ้นตามระดับการแข่งขันของอุตสาหกรรมและจำนวนหัวข้อ

อะไรคิดแยก และจ่ายอย่างไร

แต่ละภาษาใช้หน้าเป้าหมายแยกกัน เว็บ 2 ภาษาจึงใช้หน้าในแพ็กเกจมากขึ้น และงานแปลเป็นรายการที่คิดแยก แต่ละประเทศเป็นแพ็กเกจของตัวเอง เพราะต้นทุนลิงก์ในแต่ละตลาดต่างกัน ลิงก์และงาน PR สำหรับตลาดอย่างสหรัฐอเมริกามีต้นทุนสูงกว่า เว็บไซต์ที่ 2 ของแบรนด์เดียวกันก็เป็นแผนงานแยก

งานออกแบบเว็บใหม่ และการดูแลระบบเว็บ เช่น อัปเดต CMS (Content Management System) และปลั๊กอิน อยู่นอกขอบเขต SEO ราคาในใบเสนอราคาของเรายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าบริการจ่ายล่วงหน้า และต้องชำระก่อนเริ่มงาน

ทำไมใบเสนอราคา SEO แต่ละเจ้าจึงต่างกัน

ใบเสนอราคา SEO ต่างกันเพราะแต่ละเจ้าเสนองานคนละปริมาณ และใช้ทีมคนละแบบ ราคาที่ต่างกันมากจึงควรอ่านคู่กับงานในแต่ละบรรทัด

สิ่งที่ทำให้ค่าบริการสูงขึ้นหรือต่ำลงมีดังนี้

  • อุตสาหกรรมที่แข่งขันสูงต้องใช้ลิงก์และเนื้อหามากกว่า แม้จำนวนหน้าจะเท่ากัน
  • ธุรกิจที่มีบริการหลายอย่างหรือขายหลายพื้นที่ต้องมีหัวข้อและหน้าเป้าหมายมากกว่า
  • เว็บที่มีหน้าซ้ำ หน้าที่ไม่เข้าดัชนี หรือระบบที่แก้ยาก ต้องใช้งานเทคนิคมากกว่าในเดือนแรก ๆ
  • เว็บหลายภาษาหรือหลายประเทศต้องใช้หน้าเป้าหมายและลิงก์มากขึ้น
  • ลิงก์จากเว็บไซต์ที่มีผู้อ่านจริงมีค่าเผยแพร่ แผนที่ไม่มีลิงก์จึงถูกกว่า
  • คนเดียวทำได้บางส่วนของงาน ทีมที่แยกคนวางแผน นักเขียน นักพัฒนาเว็บ และคนหาลิงก์มีต้นทุนสูงกว่า

ผลสำรวจผู้ให้บริการ SEO 439 รายทั่วโลกของ Ahrefs พบว่าเอเจนซี่คิดค่าบริการรายเดือนเฉลี่ยสูงกว่าฟรีแลนซ์ราว 2.4 เท่า

Mark McDowell ผู้ก่อตั้ง Primal เป็นผู้กำหนดขอบเขตใบเสนอราคา SEO กับลูกค้า เราคิดราคาจากจำนวนหัวข้อที่ช่วยให้แบรนด์ครอบคลุม จำนวนหน้าบนเว็บไซต์ที่ต้องปรับ คีย์เวิร์ดที่ต้องโฟกัส และจำนวนคำถามที่เราวัดผลทุกวันบนแพลตฟอร์ม AI เมื่อค่าบริการรายเดือนต่ำมาก ค่าเครื่องมือ ค่าผู้ดูแลบัญชี และกำไรของเอเจนซี่จะใช้เงินส่วนใหญ่ไป ที่เหลือซื้อเวลาทำงานได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อเดือน ชั่วโมงเหล่านั้นพอสำหรับการติดตามผลและทำรายงาน แต่ไม่พอสำหรับเนื้อหาใหม่หรืองานนอกเว็บไซต์ที่ทำให้แบรนด์ถูกพูดถึงบนเว็บอื่น

ดูใบเสนอราคา SEO อย่างไร

ให้ถามผู้ให้บริการทุกรายด้วยคำถามชุดเดียวกัน และขอให้ใบเสนอราคาระบุงานเป็นตัวเลข หน้าภาษาไทยของ Google เรื่องการจ้าง SEO แนะนำคำถามที่ควรถาม เช่น

  • มีตัวอย่างงานที่เคยทำให้ดูไหม
  • ทำงานตาม Google Search Essentials หรือไม่
  • คาดว่าจะได้ผลแบบไหน ภายในเวลาเท่าไร และวัดผลอย่างไร
  • มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมและประเทศของเราแค่ไหน
  • จะแจ้งทุกการเปลี่ยนแปลงบนเว็บพร้อมเหตุผลหรือไม่

หน้าเดียวกันแนะนำให้ระวังผู้ให้บริการที่ไม่อธิบายว่าจะทำอะไรกับเว็บไซต์ และถ้าผู้ให้บริการขอตรวจเว็บก่อนเสนอราคา ให้สิทธิ์ใน Search Console แบบอ่านอย่างเดียวก่อน

จากนั้นขอให้ทุกใบเสนอราคาระบุบรรทัดเดียวกัน

  1. จำนวนหัวข้อและหน้าเป้าหมาย
  2. คีย์เวิร์ดที่ติดตาม และติดตามด้วยเครื่องมืออะไร
  3. จำนวนบทความใหม่และบทความที่ปรับต่อเดือน
  4. จำนวนลิงก์ต่อเดือน และตัวอย่างเว็บไซต์ที่ลิงก์จะมาจาก
  5. งานเทคนิค และใครเป็นคนขึ้นงานบนเว็บ
  6. รายงานที่แยกคำค้นหาที่มีและไม่มีชื่อแบรนด์
  7. ระยะสัญญา เงื่อนไขการออก และรายการที่คิดแยก เช่น ค่าแปล

ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างสมมติของใบเสนอราคา 2 ใบ ไม่มีตัวเลขราคา ใช้ดูว่าบรรทัดไหนที่ทำให้เทียบกันได้

บรรทัดในใบเสนอราคา ใบเสนอราคา ก ใบเสนอราคา ข
คีย์เวิร์ด 10 คำ 120 คำ ใน 8 หัวข้อ
หน้าเป้าหมาย ไม่ระบุ 8 หน้า
บทความต่อเดือน 2 บทความ 4 บทความ และปรับบทความเก่า 2 บทความ
ลิงก์ ไม่ระบุ 3 ลิงก์ต่อเดือน พร้อมตัวอย่างเว็บไซต์
งานเทคนิค รายงานปัญหาให้ลูกค้าแก้เอง แก้ไขและขึ้นงานให้
รายงาน อันดับ 10 คำ คลิกจากคำที่ไม่มีชื่อแบรนด์ อันดับ และการติดต่อ

ใบ ข แพงกว่าได้เพราะมีงานมากกว่าในทุกบรรทัด ใบ ก อาจถูกกว่า แต่ยังเทียบไม่ได้จนกว่าจะรู้ว่าบรรทัดที่ไม่ระบุคืออะไร และใครทำงานเทคนิค

จ่ายค่า SEO แล้วแต่ละเดือนจะเห็นอะไร

เดือนแรก ๆ จะเห็นงานตั้งต้นและการแสดงผลที่เริ่มเปลี่ยน คลิกเปลี่ยนตามมา ส่วนการติดต่อมักเปลี่ยนช้าที่สุด คู่มือ SEO สำหรับมือใหม่ของ Google ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงบางอย่างมีผลในไม่กี่ชั่วโมง บางอย่างใช้เวลาหลายเดือน และโดยทั่วไปควรรอ 2 ถึง 3 สัปดาห์ก่อนดูว่างานได้ผลหรือไม่

ที่ Primal ช่วง 5 สัปดาห์แรกเป็นงานตั้งต้น เราประชุมเริ่มงาน วิจัยหัวข้อ คีย์เวิร์ด และคำถามสำหรับ AI ติดตั้งการวัดผล ตรวจเว็บทั้งด้านเนื้อหาและเทคนิค เขียนหน้าเป้าหมาย แล้วแก้ไขและขึ้นงานบนเว็บ หลังจากนั้นเป็นงานรายเดือน คือบทความใหม่ การปรับบทความเก่า ลิงก์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รายงานรายเดือน และรายงานรายไตรมาส เป้าหมายในสัญญาของเรานับเวลาจากวันที่งานแก้ไขบนเว็บเสร็จ

ตัวเลขรายเดือนขึ้นลงเป็นปกติ ข้อมูล Search Console ของเว็บไซต์ลูกค้า Primal 137 เว็บ ระหว่าง 2026-06-15 ถึง 2026-09-29 แสดงให้เห็นเรื่องนี้ เมื่อเทียบคลิกเดือนต่อเดือน 3 ครั้งติดกัน มีเพียง 13 เว็บที่คลิกเพิ่มทุกครั้ง 17 เว็บลดลงทุกครั้ง และอีก 107 เว็บมีทั้งเดือนที่คลิกเพิ่มและเดือนที่คลิกลด

กราฟนี้แบ่งเว็บตามจำนวนครั้งที่คลิกเพิ่มขึ้น

กราฟแท่งจำนวนเว็บไซต์ลูกค้า 137 เว็บ แยกตามจำนวนครั้งที่คลิกเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบเดือนต่อเดือน 3 ครั้งติดกัน คลิกไม่เพิ่มเลย 17 เว็บ เพิ่ม 1 ใน 3 ครั้ง 59 เว็บ เพิ่ม 2 ใน 3 ครั้ง 48 เว็บ และเพิ่มครบ 3 ครั้ง 13 เว็บ

ในเว็บที่อยู่ตรงกลางของกลุ่มนี้ คลิกขยับขึ้นหรือลงราว 7 ถึง 9% ต่อเดือน รายงานเดือนเดียวจึงบอกไม่ได้ว่างานได้ผลหรือไม่ อันดับเฉลี่ยก็เช่นกัน ในเว็บไซต์ลูกค้า Primal 127 เว็บที่เราเทียบช่วง 28 วัน 2 ช่วงซึ่งห่างกันราว 3 เดือน อันดับเฉลี่ยดีขึ้นอย่างน้อยครึ่งอันดับใน 46 เว็บ แต่ 20 เว็บในกลุ่มนี้ได้คลิกน้อยลง

ให้ตัดสินงานจากช่วง 3 เดือนขึ้นไป เทียบช่วงเวลาที่ยาวเท่ากัน และดูคีย์เวิร์ดชุดเดิม ใบเสนอราคาที่ระบุเวลาว่าหน้าเว็บจะขึ้นอันดับเมื่อไร ควรบอกด้วยว่านับจากวันไหนและวัดจากคีย์เวิร์ดชุดไหน

ควรตัดสินค่าบริการ SEO จากตัวเลขไหน

ให้ตัดสินค่าบริการ SEO จากคลิกของคำค้นหาที่ไม่มีชื่อแบรนด์ คนที่ค้นชื่อแบรนด์ส่วนใหญ่เจอเว็บไซต์อยู่แล้ว คลิกกลุ่มนั้นจึงไม่ได้บอกว่างาน SEO พาคนใหม่มาได้แค่ไหน

ในข้อมูล Search Console 1 สัปดาห์ของเว็บไซต์ลูกค้า Primal 117 เว็บ คนที่ค้นชื่อแบรนด์คลิกราว 12 ครั้งต่อการแสดงผล 100 ครั้ง ส่วนคนที่ไม่ได้ค้นชื่อแบรนด์คลิกไม่ถึง 1 ครั้ง เว็บครึ่งหนึ่งได้คลิกจากคำที่ไม่มีชื่อแบรนด์ระหว่างราว 3 ใน 10 ถึง 8 ใน 10 ของคลิกทั้งหมด วิธีแยก 2 กลุ่มนี้ใน Search Console อยู่ในบทความ SEO KPI

ตัวอย่างสมมติ หน้าบริการหน้าหนึ่งได้การแสดงผลจากคำที่ไม่มีชื่อแบรนด์ 2,000 ครั้งต่อเดือน ถ้าอยู่อันดับ 4 ถึง 10 จะได้ราว 14 คลิกตามอัตราในกราฟด้านบน ถ้าขึ้นไป 3 อันดับแรกจะได้ราว 62 คลิก คลิกที่เพิ่มราว 48 ครั้งต่อเดือนคือสิ่งที่ใช้เทียบกับค่าบริการ

นำคลิกที่เพิ่มขึ้นคูณอัตราการติดต่อของเว็บไซต์ และมูลค่าลูกค้า 1 ราย จะได้รายได้ต่อเดือนที่ค่าบริการต้องคุ้ม ถ้าตัวเลขนี้ต่ำกว่าค่าบริการมาก ให้ลดจำนวนหัวข้อ หรือเลือกคำที่ลูกค้ามีมูลค่าสูงก่อน

ค่าบริการ SEO มีกี่แบบ

ค่าบริการ SEO มี 4 แบบหลัก คือรายเดือน รายโปรเจกต์ จ่ายตามผล และรายชั่วโมง ผลสำรวจของ Ahrefs พบว่าผู้ให้บริการราว 8 ใน 10 คิดค่าบริการรายเดือน ราวครึ่งหนึ่งรับงานรายโปรเจกต์ และราว 1 ใน 3 คิดรายชั่วโมง ผู้ให้บริการรายหนึ่งใช้ได้มากกว่า 1 แบบ

แบบ จ่ายอย่างไร เหมาะกับ ควรถาม
รายเดือน ค่าบริการเท่ากันทุกเดือนตามขอบเขตงาน งานต่อเนื่องที่ต้องมีเนื้อหาและลิงก์ทุกเดือน แต่ละเดือนได้งานอะไร เป็นตัวเลข
รายโปรเจกต์ จ่ายครั้งเดียวต่องาน งานที่มีจุดจบ เช่น ย้ายเว็บ หรือตรวจเว็บก่อนออกแบบใหม่ ใครขึ้นงานบนเว็บหลังส่งมอบ
จ่ายตามผล จ่ายเมื่อคีย์เวิร์ดขึ้นถึงอันดับที่ตกลง ธุรกิจที่มีคีย์เวิร์ดไม่กี่คำ วัดจากคำไหน คำนั้นมีคนค้นจริงหรือไม่
รายชั่วโมง จ่ายตามชั่วโมงที่ปรึกษา ทีมในบริษัทที่ทำงานเองและต้องการคนตรวจ ทีมเรามีเวลาและสิทธิ์แก้เว็บหรือไม่

แบบจ่ายตามผลต้องดูคีย์เวิร์ดที่ใช้วัดให้ดี คำที่แทบไม่มีคนค้นขึ้นอันดับได้ง่าย แต่ไม่ได้พาลูกค้ามา Primal ใช้แบบรายเดือนเป็นหลัก มีงานรายโปรเจกต์บางส่วน และมีการรับประกันผลลัพธ์ในบางสัญญา

ถ้าอยากรู้ว่าธุรกิจของคุณอยู่ระดับการแข่งขันไหน และเว็บไซต์ต้องใช้กี่หัวข้อ ดูรายละเอียดบริการ SEO ของ Primal ทีมจากสำนักงานกรุงเทพฯ จะกำหนดขอบเขตงานหลังคุยกัน 30 นาที

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคา SEO

ลูกค้ามักถามเราว่าทำไมอีกเจ้าเสนอราคาถูกกว่ามาก

ให้เทียบงานทีละบรรทัดก่อน เมื่อเราเทียบใบเสนอราคากับลูกค้า ส่วนต่างมักอยู่ที่งบซื้อลิงก์ และงาน AI Search ที่บางแพ็กเกจไม่มี ใบเสนอราคาที่ไม่ระบุจำนวนลิงก์และเว็บไซต์ที่ลิงก์มาจาก ยังเทียบกับใบที่ระบุไว้ไม่ได้

ลูกค้ามักถามเราว่าตัดลิงก์ออกเพื่อลดราคาได้ไหม

ลิงก์เป็นส่วนที่เราไม่ตัดออกจากแผน SEO และแผนที่ไม่มีลิงก์จะไม่มีการรับประกันผลลัพธ์ ถ้าต้องการลดค่าบริการ ให้ลดจำนวนหัวข้อแทน

ลูกค้ามักถามเราว่าค่าลิงก์และงาน PR รวมอยู่ในค่าบริการไหม

รวมอยู่ในค่าบริการรายเดือนของเรา ส่วนหนึ่งของค่าบริการใช้จ่ายให้เว็บไซต์ผู้เผยแพร่ จำนวนลิงก์ในแต่ละเดือนขึ้นกับเว็บไซต์ที่หาได้ในตลาดนั้น ลิงก์ที่ซื้อเพิ่มนอกแพ็กเกจและค่าแปลภาษาคิดแยก

ลูกค้ามักถามเราว่าต้องทำสัญญากี่เดือน และจ่ายล่วงหน้าได้ส่วนลดไหม

สัญญา SEO ของเรามี 2 แบบ คือ 12 เดือน และ 12 เดือนที่ทบทวนผลเมื่อครบ 6 เดือน ซึ่งลูกค้าเลือกออกได้หลังการทบทวน ลูกค้าที่จ่ายล่วงหน้าหลายเดือนได้ส่วนลด ยิ่งจ่ายล่วงหน้านานส่วนลดยิ่งมาก และการจ่ายครบปีในงวดเดียวได้ส่วนลดมากที่สุด

ลูกค้ามักถามเราว่า SEO การันตีผลได้ไหม

ได้ ถ้าการรับประกันเขียนไว้ในสัญญา การรับประกันที่ใช้ได้จริงบอก 3 เรื่อง คือตัวเลขที่วัด วันที่วัด และสิ่งที่เกิดขึ้นถ้าไม่ถึงเป้า เช่น ลูกค้าออกจากสัญญาได้ ของเรานับเวลาจากวันที่งานแก้ไขบนเว็บเสร็จ และมีเงื่อนไข เช่น ลูกค้าต้องขึ้นงานแก้ไขที่สำคัญส่วนใหญ่ และไม่เปลี่ยนคีย์เวิร์ดหลักระหว่างปี

ลูกค้ามักถามเราว่าจ้างพนักงาน SEO เองดีกว่าไหม

ขึ้นกับว่าคนคนนั้นต้องทำงานส่วนไหนบ้าง คนเดียวทำได้บางส่วน งานที่ครบต้องมีคนวางแผน นักเขียน นักพัฒนาเว็บ และคนหาลิงก์ ถ้าจ้างคนเดียว ให้ถามว่าใครทำส่วนที่เหลือ และงบซื้อลิงก์มาจากไหน

ลูกค้ามักถามเราว่ามีแพ็กเกจเล็กกว่านี้สำหรับธุรกิจขนาดเล็กไหม

มี แพ็กเกจเริ่มจากหัวข้อเพียงไม่กี่หัวข้อได้ และยิ่งหัวข้อน้อย ค่าบริการก็ยิ่งต่ำ ถ้างบต่ำกว่านั้นมาก ฟรีแลนซ์ หรือการทำเองอาจเหมาะกว่า หน้าของ Google เรื่องการจ้าง SEO ระบุว่าธุรกิจขนาดเล็กในพื้นที่อาจทำงานส่วนใหญ่เองได้ โดยเริ่มจากคู่มือ SEO สำหรับมือใหม่ ถ้าเริ่มเล็ก ให้เริ่มจากหัวข้อที่ลูกค้ามีมูลค่าสูงที่สุดก่อน

Pimlapat Phansuathong

Pimlapat Phansuathong

Content Writer

Pimlapat Phansuathong เป็นนักเขียนคอนเทนต์ของ Primal มีประสบการณ์ด้านงานเขียนกว่า 6 ปี เธอเขียนคอนเทนต์สำหรับการทำ SEO (Search Engine Optimisation) ตั้งแต่การวิเคราะห์ Search Intent และการทำ Keyword Research ไปจนถึงการวางโครงสร้างบทความ และร่วมงานกับ Primal ตั้งแต่ปี 2022

เกี่ยวกับผู้เขียน

ร่วมกับผู้นำธุรกิจกว่า 20,000 คนที่รับข่าวสาร มุมมอง และเทคนิคการตลาดล่าสุดในยุค AI

คุยกัน 30 นาที

คุยกับเรา

นัดคุยสั้น ๆ เพื่อดูว่าเราช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างไร โดยไม่ต้องเปลี่ยนเอเจนซี่ไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องรอให้ถึงปีที่ดีกว่า และไม่ต้องจ้างทีมภายในที่มีค่าใช้จ่ายสูง

  • เราทำความเข้าใจธุรกิจและเป้าหมายของคุณ
  • เราหาว่าการเติบโตของคุณมาจากช่องทางไหนได้บ้าง
  • คุณจะเห็นขั้นตอนถัดไป คือการประชุมวางกลยุทธ์ แล้วจึงเริ่มดำเนินงาน
4.9ลูกค้าของ Primal 4 ท่านที่เขียนรีวิว
บน Google

ติดต่อทีมงาน

กรอกแบบฟอร์มนี้ แล้วผู้เชี่ยวชาญของ Primal จะติดต่อกลับเพื่อทำความเข้าใจแบรนด์และเป้าหมายของคุณ

ทีมของเราจะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง (ในวันทำการ)