
โดย Pimlapat Phansuathongเผยแพร่: อัปเดต: อ่าน 14 นาที
ค่าโฆษณา Facebook เท่าไร และ Meta คิดเงินอย่างไร
ค่าโฆษณา Facebook ไม่มีราคาตายตัว เพราะ Meta ขายการแสดงผลทุกครั้งด้วยการประมูล ราคาต่อการแสดงผล 1,000 ครั้งและต่อคลิกจึงขึ้นลงตามวัตถุประสงค์ ตำแหน่งโฆษณา กลุ่มเป้าหมาย และคุณภาพโฆษณา ระบบของ Meta ส่งค่างบขั้นต่ำต่อวันของบัญชีโฆษณาสกุลบาทกลับมาที่ราว 34 บาท แต่งบที่ใช้ได้จริงควรเริ่มจากต้นทุนต่อลีดหรือต่อคำสั่งซื้อที่ธุรกิจรับได้
ประเด็นสำคัญ
- Meta ขายการแสดงผลโฆษณา Facebook ทุกครั้งด้วยการประมูล และโฆษณาที่ชนะคือโฆษณาที่มีมูลค่าทั้งหมดสูงที่สุด ซึ่งรวมราคาประมูล อัตราการดำเนินการโดยประมาณ และคุณภาพโฆษณาเข้าด้วยกัน
- ค่าคลิกลิงก์เท่ากับราคาการแสดงผล 1, 000 ครั้งหารด้วยจำนวนคลิกลิงก์ที่การแสดงผลนั้นได้ CPM กับค่าคลิกจึงเปลี่ยนไปคนละทางได้ และควรตัดสินแคมเปญจากต้นทุนต่อผลลัพธ์
- Meta ไม่ได้ประกาศงบขั้นต่ำเป็นบาท แต่ระบุว่าชุดโฆษณาออกจากช่วงการเรียนรู้หลังได้ผลลัพธ์ราว 50 ครั้งในหนึ่งสัปดาห์ และถ้าใช้เป้าหมายต้นทุนต่อผลลัพธ์ งบต่อวันควรสูงอย่างน้อย 5 เท่าของเป้าหมาย
- Meta ไม่ได้กำหนดงบรายเดือนขั้นต่ำ งบรายเดือนจึงเท่ากับจำนวนลีดหรือคำสั่งซื้อที่ต้องการ คูณต้นทุนสูงสุดที่ธุรกิจจ่ายได้ต่อรายการ
- ค่าบริการดูแลโฆษณาของ Primal ใช้ค่าที่สูงกว่าระหว่างค่าบริการรายเดือนตามแพ็กเกจกับเปอร์เซ็นต์ของงบโฆษณา และงบโฆษณาเรียกเก็บแยกจากค่าบริการ
ค่าโฆษณา Facebook เท่าไร และทำไมไม่มีราคากลาง
ค่าโฆษณา Facebook ไม่มีราคากลาง เพราะ Meta ขายโฆษณาด้วยการประมูล ราคาต่อการแสดงผล 1,000 ครั้งและราคาต่อคลิกจึงเปลี่ยนไปตามแคมเปญ กลุ่มเป้าหมาย และเดือนที่ลงโฆษณา ไม่มีตัวเลขเดียวที่ตอบคำถามนี้ได้สำหรับทุกธุรกิจ
ราคาเฉลี่ยของบัญชีใดก็ตามจึงใช้ตั้งงบให้ธุรกิจอื่นได้น้อย ให้เริ่มจากต้นทุนต่อลีดหรือต่อคำสั่งซื้อที่ธุรกิจของคุณรับได้ แล้วตัดสินจากข้อมูลแคมเปญของคุณเอง ตารางนี้แสดงตัวชี้วัดที่ Ads Manager รายงานในทุกแคมเปญ ค่าโฆษณาต่อการแสดงผล 1,000 ครั้งเรียกว่า CPM (Cost Per Mille) และค่าโฆษณาต่อคลิกเรียกว่า CPC (Cost Per Click)
| ตัวชี้วัด | นับอะไร |
|---|---|
| CPM | ค่าโฆษณาต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง |
| CPC (ทั้งหมด) | การคลิกทุกแบบบนโฆษณา |
| ค่าคลิกลิงก์ | เฉพาะคลิกที่พาคนออกไปยังปลายทางของโฆษณา |
| ต้นทุนต่อผลลัพธ์ | ค่าโฆษณาต่อลีด คำสั่งซื้อ หรือผลลัพธ์อื่นที่แคมเปญให้ Meta หา |
Meta ไม่ได้เผยแพร่ CPM หรือ CPC เฉลี่ยตามประเทศหรืออุตสาหกรรม หน้าราคาโฆษณาของ Meta บอกว่าคำถามเรื่องค่าใช้จ่ายไม่มีคำตอบตายตัว ส่วนช่วงราคายิงแอด Facebook หรือ Facebook Ads ราคาต่อคลิกที่เว็บไซต์หลายแห่งในไทยให้ไว้ ไม่ได้บอกว่ามาจากบัญชีกี่บัญชีหรือช่วงเวลาใด บทความนี้จึงไม่ให้ช่วงราคา แต่อธิบายว่า Meta ตั้งราคาอย่างไร อะไรทำให้ราคาขึ้นลง และคำนวณงบจากผลลัพธ์ที่ต้องการได้อย่างไร
Meta คิดค่าโฆษณา Facebook อย่างไร
Meta คิดค่าโฆษณาจากการประมูลที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีโอกาสแสดงโฆษณาให้คนหนึ่งคนเห็น หน้าการประมูลโฆษณาของ Meta อธิบายว่าโฆษณาที่ชนะคือโฆษณาที่มีมูลค่าทั้งหมดสูงที่สุด มูลค่านี้รวมราคาประมูลที่ผู้ลงโฆษณาตั้ง อัตราการดำเนินการโดยประมาณ ซึ่งคือโอกาสที่คนคนนั้นจะทำสิ่งที่ผู้ลงโฆษณาต้องการ และคุณภาพของโฆษณา
โฆษณาที่ตรงกับคนเห็นมากกว่าจึงชนะโฆษณาที่ประมูลสูงกว่าได้ และ Meta ระบุว่าการปรับในการประมูลจะไม่ทำให้เก็บเงินเกินราคาประมูลที่ตั้งไว้ ผู้ลงโฆษณาคุมยอดใช้จ่ายด้วยงบ 2 แบบ งบประมาณต่อวันเป็นค่าเฉลี่ยต่อวัน ซึ่งหน้าราคาโฆษณาของ Meta บอกว่าอาจใช้เกินได้ถึง 75% ในบางวัน แต่ทั้งสัปดาห์จะไม่เกิน 7 เท่าของงบต่อวัน งบประมาณตลอดอายุการใช้งานเป็นยอดรวมของทั้งแคมเปญหรือชุดโฆษณา
วัตถุประสงค์ 6 แบบของ Meta และขั้นตอนตั้งแคมเปญอยู่ในบทความวิธียิงแอด Facebook
จ่ายต่อการแสดงผลหรือต่อคลิก
โดยปกติ Meta เก็บเงินตามจำนวนการแสดงผล เว้นแต่ผู้ลงโฆษณาเลือกแบบอื่นตอนสร้างโฆษณา ตามหน้าวิธีเรียกเก็บค่าโฆษณาของ Meta ตัวเลือกที่มีขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ เอกสารสำหรับนักพัฒนาของ Meta ระบุว่าแคมเปญที่ตั้งให้หาคลิกลิงก์เลือกจ่ายต่อคลิกได้ ส่วนแคมเปญที่ให้หาลีดหรือคอนเวอร์ชั่นจ่ายตามการแสดงผล
CPC ในรายงานจึงเป็นค่าที่หารจากเงินที่ใช้ไปจริงด้วยจำนวนคลิก ถ้าแคมเปญจ่ายตามการแสดงผล ราคาต่อคลิกจะขึ้นกับว่าคนที่เห็นโฆษณาคลิกมากหรือน้อย หน้าเดียวกันของ Meta ระบุด้วยว่า Ads Manager นับคลิกและการแสดงผลทั้งหมด ส่วนใบเสร็จนับเฉพาะส่วนที่ถูกเก็บเงิน ตัวเลข 2 ชุดนี้จึงอาจไม่เท่ากัน
ยิงแอดโฆษณา Facebook ราคาต่อการแสดงผลและต่อคลิกเท่าไร
Ads Manager รายงาน CPM และ CPC คู่กันในทุกแคมเปญ และตัวเลข 2 ตัวนี้อาจบอกคนละเรื่อง วัตถุประสงค์ ตำแหน่งโฆษณา และกลุ่มเป้าหมายทำให้ทั้งสองค่าเปลี่ยน ตามที่หัวข้อถัดไปอธิบาย
ค่าคลิกลิงก์เท่ากับราคาการแสดงผล 1,000 ครั้งหารด้วยจำนวนคลิกลิงก์ที่การแสดงผลนั้นได้ ถ้าคนที่เห็นโฆษณาคลิกมากขึ้น แต่ละคลิกจึงถูกลงได้ แม้การแสดงผลจะแพงขึ้น คำถามว่ายิงแอด Facebook ราคาเท่าไรจึงมีคำตอบต่างกันตามตัวชี้วัดที่ใช้ ถ้าดูแค่ CPM แคมเปญนั้นจะดูแย่ลง ทั้งที่แต่ละคลิกมีต้นทุนต่ำลง เราจึงตัดสินแคมเปญจากต้นทุนต่อผลลัพธ์ คือต้นทุนต่อลีดหรือต่อคำสั่งซื้อ แล้วใช้ CPM และ CPC หาว่าต้นทุนนั้นมาจากส่วนไหน
ทำไมราคาเดือนนี้ไม่เท่าเดือนก่อน
ราคาเปลี่ยนทุกเดือนเพราะการประมูลเกิดใหม่ทุกครั้งที่โฆษณาแสดง บางเดือนมีผู้ลงโฆษณาต้องการเข้าถึงคนกลุ่มเดียวกันมากกว่าเดือนอื่น และชุดโฆษณาที่ถูกแก้ไขครั้งสำคัญจะกลับเข้าช่วงการเรียนรู้ แคมเปญเดียวกันจึงอาจจ่ายต่อการแสดงผล 1,000 ครั้งในเดือนหนึ่งสูงกว่าอีกเดือนหนึ่งมาก
หน้าช่วงการเรียนรู้ของ Meta ระบุว่าผลลัพธ์ในช่วงการเรียนรู้ยังไม่เสถียร และการแก้ไขโฆษณา ชุดโฆษณา หรือแคมเปญระหว่างนั้นจะรีเซ็ตการเรียนรู้ ราคาของเดือนเดียวจึงบอกได้น้อย ให้เทียบหลายเดือนประกอบกัน และตัดสินจากต้นทุนต่อผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการ
Mark McDowell ผู้ก่อตั้ง Primal ดูการตั้งค่าบัญชี Meta ก่อนจะสรุปว่าเดือนที่แพงขึ้นเป็นเพราะการประมูล ในบัญชีหนึ่งที่ผมดูในปีนี้ งบถูกแบ่งไปอยู่ในชุดโฆษณาเล็ก ๆ จำนวนมาก แผนของเราคือรวมเป็นชุดโฆษณาที่ใหญ่ขึ้นไม่กี่ชุด เพื่อให้แคมเปญออกจากช่วงการเรียนรู้ได้เมื่อมีการอัปโหลดโฆษณาใหม่ เรื่องนี้สำคัญเพราะ Meta ระบุว่าผลลัพธ์ในช่วงการเรียนรู้ยังไม่เสถียรและมักมีต้นทุนต่อผลลัพธ์สูงกว่า เรายังเปลี่ยนโฆษณาทุกเดือนตามข้อมูลที่เห็น เดือนที่แพงขึ้นจึงควรดูคู่กับสิ่งที่เปลี่ยนในบัญชีเดือนนั้นด้วย
อะไรทำให้ราคาโฆษณา Facebook แพงหรือถูก
หน้าราคาโฆษณาของ Meta ระบุปัจจัยหลักไว้ ได้แก่ คุณภาพโฆษณา กลยุทธ์การประมูล เป้าหมายประสิทธิภาพ ประเภทงบ และวัตถุประสงค์ ตำแหน่งโฆษณาและกลุ่มคนที่เห็นโฆษณาก็ทำให้ราคาเปลี่ยนด้วย
วัตถุประสงค์และผลลัพธ์ที่ให้ Meta หา
ผลลัพธ์ที่เกิดยากกว่ามักมีราคาต่อการแสดงผลสูงกว่า หน้างบขั้นต่ำของ Meta ระบุว่าเหตุการณ์บางอย่างต้องใช้งบมากกว่าเหตุการณ์อื่นตามความยากที่จะเกิด แคมเปญข้อมูลลูกค้า (Leads) ที่ให้ Meta หาคนที่จะกรอกฟอร์มบนเว็บไซต์ จึงมักจ่ายต่อการแสดงผลสูงกว่าแคมเปญจำนวนผู้เข้าชม (Traffic) ที่ให้ Meta หาคนที่จะคลิกเข้าเว็บไซต์ เพราะคนที่มีแนวโน้มกรอกฟอร์มมีน้อยกว่าคนที่มีแนวโน้มคลิก
เราเลือกวัตถุประสงค์จากผลลัพธ์ที่ธุรกิจจ่ายเงินเพื่อให้ได้ ธุรกิจที่ต้องการลีดจึงใช้แคมเปญ Leads และตัดสินจากต้นทุนต่อลีด ไม่ใช่จาก CPM
ตำแหน่งโฆษณา
แต่ละตำแหน่งโฆษณา ตั้งแต่ฟีดของ Facebook และ Instagram ไปจนถึงสตอรี่ Reels กล่องข้อความ Messenger และคอลัมน์ขวาของ Facebook ขายการแสดงผลในราคาของตัวเองและได้สัดส่วนคลิกต่างกัน ตำแหน่งที่ขายการแสดงผล 1,000 ครั้งได้ถูก อาจมีต้นทุนต่อผลลัพธ์สูงกว่าถ้ามีคนคลิกน้อย ตำแหน่งที่ราคาต่ำจึงต้องดูคู่กับจำนวนคลิกและผลลัพธ์ที่ได้ รายงานแยกตามตำแหน่งโฆษณาใน Ads Manager แสดงยอดใช้จ่าย การแสดงผล และผลลัพธ์ของแต่ละตำแหน่ง
หน้าราคาโฆษณาของ Meta แนะนำให้เปิดตำแหน่งการจัดวาง Advantage+ หรือเลือกเองอย่างน้อย 6 ตำแหน่ง เพื่อให้ระบบมีโอกาสหาคนที่ตอบรับโฆษณามากขึ้น แต่ละตำแหน่งใช้ขนาดภาพและวิดีโอต่างกัน จึงควรเตรียมชิ้นงานให้ครบก่อนเปิดหลายตำแหน่ง
กลุ่มเป้าหมาย
ราคาต่อการแสดงผลต่างกันตามกลุ่มอายุและอุปกรณ์ของคนที่เห็นโฆษณา ก่อนจำกัดกลุ่มเป้าหมายให้แคบลงเพื่อลดราคา ให้ดูต้นทุนต่อผลลัพธ์ของแต่ละกลุ่มอายุและแต่ละอุปกรณ์ในรายงานแยกตามอายุและอุปกรณ์ของ Ads Manager ก่อน กลุ่มที่เข้าถึงได้แพงกว่าอาจให้ลีดที่ถูกกว่าก็ได้
ขนาดกลุ่มเป้าหมายมีผลด้วย หน้าราคาโฆษณาของ Meta ระบุว่าชุดโฆษณาที่มีกลุ่มเป้าหมายอย่างน้อย 2 ล้านคนมักทำงานได้ดีกว่า เพราะการประมูลมีโอกาสหาคนที่สนใจธุรกิจมากขึ้น
คุณภาพโฆษณาและครีเอทีฟ
คุณภาพโฆษณาเป็นส่วนหนึ่งของมูลค่าทั้งหมดในการประมูล หน้าการประมูลของ Meta บอกว่า Meta วัดคุณภาพจากคำติชมของคนที่ดูหรือซ่อนโฆษณา และนับการปิดบังข้อมูล ภาษาที่เร้าอารมณ์เกินจริง และการล่อให้มีส่วนร่วมเป็นคุณลักษณะคุณภาพต่ำ
Mark McDowell ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Primal อธิบายในวิดีโอนี้ว่าเขาทดสอบโฆษณา Facebook ทีละอย่าง เริ่มจากข้อความหลัก แล้วจึงทดสอบชิ้นงาน หัวข้อ และหน้าปลายทาง และปิดโฆษณาที่ต้นทุนต่อผลลัพธ์สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้
วิดีโอภาษาอังกฤษความยาวราว 9 นาทีจากช่องของ Mark McDowell ว่าด้วยการทดสอบโฆษณา Facebook ทีละตัวแปรเพื่อลดต้นทุนต่อลีด
การแข่งขันในการประมูล
ราคาที่จ่ายขึ้นกับว่ามีผู้ลงโฆษณากี่รายต้องการเข้าถึงคนกลุ่มเดียวกันในเวลานั้น เพราะทุกการแสดงผลคือการประมูล 1 ครั้ง Meta ไม่ได้ประกาศตัวเลขราคาตามฤดูกาล ธุรกิจที่มีช่วงขายดีประจำปีจึงควรเก็บราคาของช่วงนั้นจากบัญชีตัวเองไว้เทียบในปีถัดไป
เสียค่าโฆษณา Facebook เดือนละเท่าไหร่ ตั้งงบอย่างไร
Meta ไม่ได้กำหนดงบรายเดือนขั้นต่ำ งบที่เหมาะคำนวณย้อนจากจำนวนลีดหรือคำสั่งซื้อที่ต้องการ คูณต้นทุนต่อผลลัพธ์ที่ธุรกิจรับได้จากกำไรต่อลูกค้า แล้วเช็กกับเงื่อนไข 2 ข้อของ Meta คืองบขั้นต่ำต่อวันและช่วงการเรียนรู้
งบขั้นต่ำต่อวันของ Meta
สำหรับบัญชีโฆษณาสกุลบาท API (Application Programming Interface) ของ Meta ส่งค่างบขั้นต่ำต่อวันกลับมาที่ราว 34 บาท Meta ไม่ได้ประกาศตัวเลขนี้เป็นบาท หน้างบขั้นต่ำของ Meta ระบุงบขั้นต่ำเป็นดอลลาร์สหรัฐ บอกว่างบขั้นต่ำต่างกันตามประเทศและวัตถุประสงค์ และ Ads Manager จะแจ้งเตือนเมื่องบต่ำกว่าเกณฑ์ งบวันละ 100 บาทจึงผ่านเกณฑ์นี้ แต่ถ้าต้องการผลลัพธ์ 50 ครั้งต่อสัปดาห์จากงบนั้น ต้นทุนต่อผลลัพธ์ต้องไม่เกินราว 14 บาท
ถ้าใช้กลยุทธ์เป้าหมายต้นทุนต่อผลลัพธ์ หน้าเดียวกันแนะนำให้ตั้งงบต่อวันอย่างน้อย 5 เท่าของเป้า เป้าลีดละ 300 บาทจึงต้องใช้งบอย่างน้อย 1,500 บาทต่อวัน
ช่วงการเรียนรู้กินงบเท่าไร
Meta ระบุว่าชุดโฆษณาจะออกจากช่วงการเรียนรู้หลังได้ผลลัพธ์ราว 50 ครั้งในสัปดาห์หลังการแก้ไขที่สำคัญครั้งล่าสุด งบต่อสัปดาห์ที่พอให้ชุดโฆษณาเดียวออกจากช่วงนี้จึงเท่ากับต้นทุนต่อผลลัพธ์คูณ 50 ถ้าลีดละ 300 บาท งบนั้นคือราว 15,000 บาทต่อสัปดาห์ต่อชุดโฆษณา
ตัวอย่างนี้ใช้ตัวเลขสมมติทั้งหมด ไม่ใช่ราคาตลาดและไม่ใช่ราคาของ Primal ธุรกิจสมมติต้องการลูกค้าใหม่ 20 รายต่อเดือน
| ขั้นตอน | ตัวเลขสมมติ | คิดจาก |
|---|---|---|
| ลูกค้าใหม่ที่ต้องการต่อเดือน | 20 ราย | เป้าของธุรกิจ |
| ลีดที่ปิดการขายได้ | 1 ใน 5 | ข้อมูลทีมขายของธุรกิจ |
| ลีดที่ต้องการต่อเดือน | 100 ราย | 20 คูณ 5 |
| ต้นทุนต่อลีดสูงสุดที่รับได้ | 300 บาท | กำไรต่อลูกค้าใหม่ |
| งบโฆษณาต่อเดือน | 30,000 บาท | 100 คูณ 300 |
| งบต่อวัน | ราว 1,000 บาท | 30,000 หาร 30 |
| ลีดต่อสัปดาห์ | ราว 23 ราย | 7,000 หาร 300 |
ลีดราว 23 รายต่อสัปดาห์ยังต่ำกว่า 50 ครั้งที่ Meta ใช้ออกจากช่วงการเรียนรู้ งบนี้จึงควรอยู่ในชุดโฆษณาเดียว ถ้าแบ่งเป็น 3 ชุด แต่ละชุดจะได้ไม่ถึง 8 รายต่อสัปดาห์ และถ้าใช้เป้าหมายต้นทุนต่อผลลัพธ์ที่ 300 บาท งบต่อวันขั้นต่ำตามคำแนะนำของ Meta คือ 1,500 บาท สูงกว่างบในแผน แผนนี้จึงควรเริ่มด้วยกลยุทธ์ปริมาณสูงสุด (Highest volume)
ต้นทุนต่อลีดมาจากค่าคลิกลิงก์หารด้วยสัดส่วนคนที่คลิกแล้วกรอกฟอร์ม ถ้าสมมติคลิกละ 15 บาท และหน้าเว็บเปลี่ยน 5 ใน 100 คลิกเป็นลีด ต้นทุนต่อลีดคือ 300 บาท สัดส่วนนี้คืออัตรา Conversion ของหน้าปลายทาง วิธีคิดและวิธีวัดอยู่ในบทความConversion Rate คืออะไร
โปรโมทโพสต์กับแคมเปญใน Ads Manager ต่างกันอย่างไรเรื่องค่าใช้จ่าย
โพสต์ที่โปรโมทเป็นโฆษณาที่ใช้งบและเข้าการประมูลเหมือนโฆษณาอื่น ราคาต่อการแสดงผลจึงไม่ได้ถูกลงเพราะกดโปรโมทจากเพจ หน้าความแตกต่างระหว่างโพสต์ที่โปรโมทกับโฆษณาของ Meta ระบุว่าโพสต์ที่โปรโมทปรับให้เหมาะกับการกดถูกใจเพจ ความคิดเห็น การแชร์ หรือการรับรู้แบรนด์ ส่วนโฆษณาใน Ads Manager ตั้งให้หาคอนเวอร์ชั่นบนเว็บไซต์ การติดตั้งแอป หรือคำสั่งซื้อได้
ความต่างด้านค่าใช้จ่ายจึงอยู่ที่ผลลัพธ์ที่ซื้อได้ หน้าเดียวกันระบุว่าการสร้างแคมเปญ การตั้งงบ และตัวชี้วัดประสิทธิภาพมีให้ใช้ใน Ads Manager เท่านั้น ถ้าเป้าหมายคือลีดหรือยอดขาย ให้ใช้ Ads Manager เพื่อเลือกผลลัพธ์และวัดต้นทุนต่อผลลัพธ์ได้ การโปรโมทโพสต์เหมาะกับการให้คนเห็นโพสต์ที่มีคนสนใจอยู่แล้วมากขึ้น
จ่ายค่าโฆษณา Facebook อย่างไร
Meta เก็บเงินได้ 2 แบบ แบบเรียกเก็บอัตโนมัติจะตัดเงินจากบัตรหรือ PayPal เมื่อยอดใช้จ่ายถึงเกณฑ์การชำระเงิน และตัดยอดที่เหลือในวันเรียกเก็บเงินรายเดือน แบบยอดเงินที่ใช้ได้ให้เติมเงินเข้าบัญชีโฆษณาล่วงหน้า และโดยปกติไม่มีเกณฑ์การชำระเงิน
หน้าเกณฑ์การชำระเงินของ Meta ระบุว่าบัญชีใหม่เริ่มที่เกณฑ์ต่ำ และเกณฑ์จะเพิ่มขึ้นเมื่อชำระเงินสำเร็จต่อเนื่อง บัญชีใหม่จึงอาจถูกเรียกเก็บหลายครั้งในเดือนเดียว PromptPay, KBank KPlus และ TrueMoney ใช้ได้กับบัญชีโฆษณาที่ตั้งประเทศเป็นไทยและสกุลเงินเป็นบาท และต้องเลือกตอนตั้งค่าบัญชีโฆษณาครั้งแรก
หน้า VAT ของประเทศไทยของ Meta อธิบายว่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT, Value Added Tax) ใช้กับค่าโฆษณาที่ซื้อในประเทศไทยอย่างไร
ค่าจ้างเอเจนซี่ยิงแอด Facebook คิดอย่างไร
ค่าจ้างเอเจนซี่ยิงแอด Facebook มักคิดแยกจากงบโฆษณาที่จ่ายให้ Meta แบบที่พบบ่อยคือเปอร์เซ็นต์ของงบโฆษณา ค่าบริการรายเดือนคงที่ หรือใช้ค่าที่สูงกว่าระหว่างสองแบบนี้ ค่ายิงแอด Facebook ที่จ่ายให้ Meta กับค่าบริการเอเจนซี่จึงเป็นคนละรายการในใบแจ้งหนี้ แพ็กเกจหรือเรทราคายิงแอด Facebook ที่ประกาศไว้อาจรวมหรือไม่รวมงานออกแบบ หน้า Landing Page และการติดตั้งระบบวัดผล
ค่าบริการดูแลโฆษณาของ Primal ใช้ค่าที่สูงกว่าระหว่างค่าบริการรายเดือนตามแพ็กเกจ กับเปอร์เซ็นต์ของงบโฆษณา เมื่องบโฆษณาน้อย ค่าบริการรายเดือนเป็นตัวกำหนด เมื่องบโฆษณามาก เปอร์เซ็นต์เป็นตัวกำหนด แพ็กเกจต่างกันที่จำนวนช่องทางที่ดูแล และช่องทางที่เพิ่มคิดเพิ่ม เมื่องบโฆษณาต่อเดือนถึงระดับที่กำหนดและทำสัญญาขั้นต่ำ เปอร์เซ็นต์จะลดลง สัญญาที่สั้นกว่าระยะที่กำหนดมีค่าตั้งค่าครั้งแรก งานกราฟิกโฆษณา หน้า Landing Page และการติดตั้งระบบวัดผลคิดแยก ค่าบริการชำระรายเดือนล่วงหน้าก่อนแคมเปญเริ่ม และงบโฆษณาเรียกเก็บแยกจากค่าบริการ
ก่อนเลือกเอเจนซี่ หรือก่อนเลือกบริการรับยิงแอด Facebook ราคาถูก ให้ถามคำถามเหล่านี้
- ค่าบริการรวมงานอะไรบ้าง และงานใดคิดแยก
- งบโฆษณาจ่ายตรงให้ Meta หรือจ่ายผ่านเอเจนซี่ และบัญชีโฆษณาเป็นชื่อใคร
- ใบเสร็จและ VAT ของงบโฆษณาออกในชื่อใคร
- จะตั้งเป้าต้นทุนต่อผลลัพธ์เมื่อไร และวัดผลลัพธ์จากระบบใด
- รายงานยอดใช้จ่ายและผลลัพธ์ถี่แค่ไหน
ถ้าต้องการให้ทีมที่สำนักงานกรุงเทพฯ วางงบ ตั้งระบบวัดผล และดูแลแคมเปญให้ ดูรายละเอียดได้ที่บริการโฆษณา Facebook ของ Primal
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าโฆษณา Facebook
ลูกค้ามักถามเราว่างบโฆษณาที่จ่ายให้เอเจนซี่ถูกใช้กับโฆษณาทั้งหมดหรือไม่
ที่ Primal งบโฆษณาแยกจากค่าบริการ และใช้ซื้อโฆษณาทั้งหมด ค่าบริการเป็นอีกรายการหนึ่ง และลูกค้าเห็นยอดใช้จ่ายในรายงานรายเดือน กับเอเจนซี่ทุกแห่ง ให้ขอใบเสนอราคาที่แยก 2 รายการนี้ออกจากกัน
ลูกค้ามักถามเราว่าต้นทุนต่อลีดเท่าไรถึงเรียกว่าดี
ต้นทุนต่อลีดที่ดีคือค่าที่ยังเหลือกำไร หลังคิดสัดส่วนลีดที่ปิดการขายไม่ได้แล้ว ต้นทุนต่อลีดจากตลาดอื่นหรือธุรกิจอื่นใช้เทียบได้น้อย เพราะกลุ่มเป้าหมายและการแข่งขันต่างกัน เราตั้งเป้าต้นทุนต่อลีดหลังเห็นข้อมูลแคมเปญของลูกค้าราว 4 สัปดาห์
ลูกค้ามักถามเราว่าทำไมเพิ่มงบแล้วต้นทุนต่อผลลัพธ์สูงขึ้น
หน้าคำแนะนำการลดต้นทุนต่อผลลัพธ์ของ Meta อธิบายว่าระบบใช้งบกับโอกาสที่ต้นทุนต่ำก่อน เมื่องบสูงกว่าปกติมาก ระบบจะไปที่โอกาสที่แพงขึ้น และการเปลี่ยนงบบ่อยอาจทำให้ชุดโฆษณากลับเข้าช่วงการเรียนรู้ ให้เพิ่มงบเป็นขั้น และรอดูผลก่อนเพิ่มอีกครั้ง
ลูกค้ามักถามเราว่างบน้อยควรเริ่มที่ Facebook หรือ Google
ถ้ามีคนค้นหาสินค้าหรือบริการของคุณบน Google อยู่แล้ว เรามักแนะนำให้เริ่มที่ Google Search เพราะเข้าถึงคนที่กำลังหาอยู่ ส่วน Facebook เหมาะกับการให้คนที่ยังไม่ได้ค้นหาเห็นสินค้าและหาคนกลุ่มใหม่ ราคาต่อคลิกบน Google อยู่ในบทความค่าโฆษณา Google Ads
โพสต์บนเพจโดยไม่จ่ายค่าโฆษณาได้ไหม
ได้ โพสต์บนเพจ Facebook ไม่เสียค่าโฆษณา ค่าใช้จ่ายเริ่มเมื่อกดโปรโมทโพสต์หรือสร้างโฆษณา เพราะ Meta นับโพสต์ที่โปรโมทเป็นโฆษณาที่ต้องใช้งบเพื่อเข้าถึงคนมากขึ้น

Content Writer
Pimlapat Phansuathong เป็นนักเขียนคอนเทนต์ของ Primal มีประสบการณ์ด้านงานเขียนกว่า 6 ปี เธอเขียนคอนเทนต์สำหรับการทำ SEO (Search Engine Optimisation) ตั้งแต่การวิเคราะห์ Search Intent และการทำ Keyword Research ไปจนถึงการวางโครงสร้างบทความ และร่วมงานกับ Primal ตั้งแต่ปี 2022
เกี่ยวกับผู้เขียน




