
โดย Pimlapat Phansuathongเผยแพร่: อัปเดต: อ่าน 15 นาที
Google Ads ราคาเท่าไร ค่าคลิก งบรายเดือน และค่าเอเจนซี่
Google Ads ราคาไม่ตายตัว ธุรกิจจ่ายตามคลิกหรือการแสดงผลที่ได้จริงและตั้งงบเองได้ ใน 149 บัญชีโฆษณาที่ Primal ดูแลและใช้แคมเปญ Search ช่วง 12 เดือนถึง 2026-09-30 ค่ามัธยฐานของ 1 คลิกอยู่ที่ราว 20 บาท ครึ่งกลางของบัญชีจ่าย 12 ถึง 32 บาท และคลิกจาก Performance Max ราว 3.5 บาท ถ้าจ้างเอเจนซี่ ค่าบริการจ่ายแยกจากค่าโฆษณา และครอบคลุมการวางแผน การตั้งค่า การปรับแคมเปญ และรายงานผล
ประเด็นสำคัญ
- ช่วง 12 เดือนถึง 2026-09-30 ค่ามัธยฐานของคลิกจากแคมเปญ Search อยู่ที่ราว 20 บาทใน 149 บัญชีโฆษณาที่ Primal ดูแล และคลิกจาก Performance Max ราว 3.5 บาทใน 77 บัญชี
- ใน 166 บัญชีโฆษณาที่ Primal ดูแล ค่ามัธยฐานของการแสดงผล 1, 000 ครั้งบน Google Search อยู่ที่ราว 1,615 บาท บนเครือข่าย Display ราว 109 บาท และบน YouTube ราว 26 บาท
- คลิกจากคอมพิวเตอร์แพงกว่าคลิกจากมือถือราว 1.4 เท่าที่ค่ามัธยฐาน และแพงกว่าใน 118 จาก 143 บัญชีที่ Primal ดูแลและมีคลิกจากทั้ง 2 อุปกรณ์
- Google ใช้จ่ายได้ถึง 2 เท่าของงบประมาณรายวันเฉลี่ยในบางวัน แต่เรียกเก็บไม่เกิน 30.4 เท่าของงบรายวันเฉลี่ยในรอบการเรียกเก็บเงิน จึงตั้งงบรายวันจากงบรายเดือนหารด้วย 30.4
- ค่าบริการเอเจนซี่จ่ายแยกจากค่าโฆษณา และบัญชีที่มีที่อยู่เรียกเก็บเงินในไทยแต่ไม่ได้ใส่เลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 13 หลัก จะถูกเรียกเก็บ VAT (Value Added Tax) 7% เพิ่มจากค่าโฆษณา
Google Ads ราคาเท่าไร
Google Ads ราคาไม่ตายตัว ธุรกิจจ่ายตามคลิกหรือการแสดงผลที่ได้จริง และกำหนดงบต่อวันเอง ราคาของแต่ละคลิกมาจากการประมูลทุกครั้งที่มีคนค้นหา ราคาจึงต่างกันตามคีย์เวิร์ด ประเภทแคมเปญ อุปกรณ์ และเดือน
ข้อมูลจากบัญชีจริงแสดงว่าราคาห่างกันมาก ใน 149 บัญชีโฆษณาที่ Primal ดูแลและใช้แคมเปญ Search ช่วง 12 เดือนถึง 2026-09-30 ค่ามัธยฐานของ 1 คลิกอยู่ที่ราว 20 บาท ครึ่งกลางของบัญชีจ่ายราว 12 ถึง 32 บาท บัญชี 1 ใน 10 จ่ายต่ำกว่าราว 7 บาท และอีก 1 ใน 10 จ่ายมากกว่าราว 45 บาท
ราคาเฉลี่ยของตลาดจึงใช้ตั้งงบให้ธุรกิจหนึ่งไม่ได้ ให้เริ่มจากราคาคลิกของคีย์เวิร์ดตัวเอง จำนวนลูกค้าที่ต้องการ และสัดส่วนของคลิกที่กลายเป็นลูกค้า แล้วคำนวณงบย้อนกลับ ถ้าจ้างเอเจนซี่ จะมีค่าบริการอีกรายการหนึ่งที่จ่ายแยกจากค่าโฆษณา
Google Ads คิดเงินยังไง
Google Ads คิดเงินตามแบบที่แคมเปญเสนอราคา แคมเปญ Search จ่ายเมื่อมีคนคลิก เรียกว่าราคาต่อคลิก หรือ CPC (Cost Per Click) แคมเปญที่เน้นการมองเห็นบน YouTube และเครือข่าย Display จ่ายต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง หรือ CPM (Cost Per Mille) แคมเปญวิดีโอบางแบบจ่ายต่อการดู หรือ CPV (Cost Per View)
ในแคมเปญที่จ่ายต่อคลิก โฆษณาที่แสดงแต่ไม่มีใครคลิกไม่มีค่าใช้จ่าย ราคาที่จ่ายจริงมักต่ำกว่าราคาเสนอสูงสุดที่ตั้งไว้ หน้าCPC จริงของ Googleอธิบายว่าผู้ลงโฆษณาจ่ายเพียงเงินขั้นต่ำที่ต้องใช้เพื่อผ่านเกณฑ์ลำดับโฆษณาและชนะโฆษณาที่อยู่ถัดลงไป บางครั้งจึงจ่ายน้อยกว่าราคาเสนอสูงสุดมาก วิธีที่การประมูลจัดลำดับโฆษณาอยู่ในบทความGoogle Ads คืออะไร
ธุรกิจคุมค่าใช้จ่ายด้วยงบประมาณรายวันเฉลี่ยของแต่ละแคมเปญ และหยุดหรือเปลี่ยนงบได้ทุกเมื่อ
ค่าคลิก Google Ads แต่ละประเภทแคมเปญเท่าไร
คลิกจากแคมเปญ Search แพงที่สุด ส่วนคลิกจาก Performance Max, Demand Gen และ Display ถูกกว่าหลายเท่า แคมเปญ Search แสดงโฆษณาตอนที่คนพิมพ์หาสิ่งที่ธุรกิจขาย ส่วนแคมเปญอื่นแสดงโฆษณาบน YouTube ในฟีด และบนเว็บไซต์ ให้คนที่ยังไม่ได้ค้นหา
คำค้นหาบริการสำหรับธุรกิจอยู่ในกลุ่มที่แพงที่สุด เช่น คำ “รับทำ seo” หรือบริการทำ SEO (Search Engine Optimisation) Keyword Planner ของ Google ประมาณราคาเสนอสำหรับตำแหน่งด้านบนของหน้าไว้ราว 96 ถึง 265 บาท ตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณของ Google เองสำหรับคำนี้คำเดียว โดยตั้งค่าประเทศไทยและภาษาไทย ช่วง 2025-10 ถึง 2026-09
ใน 166 บัญชีโฆษณาของลูกค้าที่ Primal ดูแลช่วง 12 เดือนถึง 2026-09-30 ราคาคลิกของแต่ละประเภทเป็นไปตามตารางนี้ ตารางนับเฉพาะบัญชีที่ได้อย่างน้อย 100 คลิกจากประเภทนั้น ครึ่งกลางของบัญชีคือช่วงระหว่างบัญชีที่อยู่ตำแหน่ง 1 ใน 4 กับ 3 ใน 4 เมื่อเรียงจากถูกไปแพง
| ประเภทแคมเปญ | จำนวนบัญชี | ค่ามัธยฐานต่อคลิก | ครึ่งกลางของบัญชี |
|---|---|---|---|
| Search | 149 | 20 บาท | 12 ถึง 32 บาท |
| Performance Max | 77 | 3.5 บาท | 1.7 ถึง 6.8 บาท |
| Demand Gen | 26 | 1.8 บาท | 0.3 ถึง 3.5 บาท |
| Display | 13 | 1.7 บาท | 0.5 ถึง 3.7 บาท |
กราฟนี้แสดงค่ามัธยฐานจากตารางเดียวกัน แท่งแรกคือแคมเปญ Search

ราคาคลิกอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่าแคมเปญไหนคุ้มกว่า คลิกจาก Performance Max ส่วนหนึ่งมาจาก YouTube และเว็บไซต์ในเครือข่าย Display ซึ่งคนที่คลิกอาจยังไม่ได้ตั้งใจซื้อ ให้เทียบแต่ละแคมเปญจากต้นทุนต่อลีดหรือต่อคำสั่งซื้อที่วัดได้ แคมเปญ Video ไม่อยู่ในตาราง เพราะส่วนใหญ่ซื้อตามการดูหรือการแสดงผล
การแสดงผล 1,000 ครั้งบนแต่ละเครือข่ายราคาเท่าไร
การแสดงผล 1,000 ครั้งบน Google Search แพงที่สุด ราว 15 เท่าของเครือข่าย Display และราว 60 เท่าของ YouTube ที่ค่ามัธยฐาน ใน 166 บัญชีที่ Primal ดูแลช่วง 12 เดือนถึง 2026-09-30 ค่ามัธยฐานของ CPM บน Google Search อยู่ที่ราว 1,615 บาท บนเครือข่าย Display ราว 109 บาท และบน YouTube ราว 26 บาท ครึ่งกลางของบัญชีจ่ายราว 1,062 ถึง 2,695 บาทบน Google Search และราว 20 ถึง 40 บาทบน YouTube ตัวเลขนี้รวมทุกประเภทแคมเปญที่ซื้อพื้นที่บนเครือข่ายนั้น และนับเฉพาะบัญชีที่มีการแสดงผลบนเครือข่ายนั้นอย่างน้อย 10,000 ครั้ง
กราฟนี้แสดงค่ามัธยฐานของ 6 เครือข่าย รวมถึง Gmail, Discover และ Google Maps

ในช่วง 12 เดือนเดียวกันถึง 2026-09-30 ค่ามัธยฐานของ CPM บน Gmail อยู่ที่ราว 100 บาทจาก 24 บัญชีที่ Primal ดูแล บน Discover ราว 84 บาทจาก 56 บัญชี และบน Google Maps ราว 32 บาทจาก 35 บัญชี
การแสดงผลที่ถูกเหมาะกับงานที่ต้องการให้คนจำนวนมากเห็นแบรนด์ เช่น การเปิดตัวสินค้า หรือการแสดงโฆษณาซ้ำให้คนที่เคยเข้าเว็บไซต์ ส่วนโฆษณาบน Search ใช้กับคนที่กำลังหาสิ่งที่ธุรกิจขาย ตำแหน่งที่โฆษณา Display แสดงและวิธีเลือกกลุ่มเป้าหมายอยู่ในบทความGoogle Display Network คืออะไร
อะไรทำให้ค่าโฆษณา Google Ads แพงหรือถูก
ราคาคลิกขึ้นกับจำนวนผู้ลงโฆษณาที่แข่งในคำเดียวกัน และเงินที่แต่ละรายยอมจ่ายเพื่อได้ลูกค้า 1 ราย หน้า CPC จริงของ Google ระบุว่าการแข่งขันในการประมูลมีผลต่อราคาที่จ่ายจริง อุตสาหกรรม เจตนาของคำค้นหา ประเภทการจับคู่คีย์เวิร์ด คุณภาพของโฆษณา อุปกรณ์ และเดือน ทำให้ราคาต่างกันได้หลายเท่า
อุตสาหกรรมและคู่แข่ง
อุตสาหกรรมที่ลูกค้า 1 รายมีมูลค่าสูงมีราคาคลิกสูงกว่า เพราะผู้ลงโฆษณายอมเสนอราคามากกว่า Keyword Planner ของ Google แสดงช่วงราคาเสนอของแต่ละคีย์เวิร์ด หน้าKeyword Planner ของ Googleอธิบายว่าช่วงราคาต่ำคือราคาที่ผู้ลงโฆษณาราว 1 ใน 5 จ่ายต่ำกว่านั้น และช่วงราคาสูงคือราคาที่ราว 1 ใน 5 จ่ายสูงกว่านั้น เพื่อให้โฆษณาแสดงด้านบนของหน้า
ตารางนี้ดึงจาก Keyword Planner โดยตั้งค่าประเทศไทย ภาษาไทย และเครือข่าย Google Search
| คีย์เวิร์ด | ธุรกิจ | ราคาเสนอช่วงราคาต่ำ | ราคาเสนอช่วงราคาสูง |
|---|---|---|---|
| ประกันรถยนต์ | ประกันภัย | 62 บาท | 145 บาท |
| รับทำบัญชี | บริการบัญชี | 24 บาท | 81 บาท |
| บ้านเดี่ยว | อสังหาริมทรัพย์ | 13 บาท | 47 บาท |
| ซ่อมแอร์ | บริการซ่อมบ้าน | 14 บาท | 45 บาท |
| จองโรงแรม | ท่องเที่ยว | 10 บาท | 53 บาท |
| ทำฟัน | ทันตกรรม | 10 บาท | 37 บาท |
| เรียนภาษาอังกฤษ | การศึกษา | 9 บาท | 33 บาท |
| ครีมกันแดด | ความงาม | 6 บาท | 25 บาท |
| รองเท้าวิ่ง | ร้านค้าออนไลน์ | 0.6 บาท | 2.8 บาท |
ตัวเลขเหล่านี้เป็นราคาเสนอที่ Google ประมาณจากการประมูลที่ผ่านมา ไม่ใช่ราคาคลิกเฉลี่ยที่บัญชีจ่าย ใช้ดูว่าคำในธุรกิจของคุณอยู่ช่วงไหน แล้วเปิด Keyword Planner ในบัญชี Google Ads ของคุณเพื่อดูคีย์เวิร์ดของตัวเอง
เจตนาของคำค้นหา
คำที่บอกว่าคนพร้อมจ้างหรือพร้อมซื้อแพงกว่าคำที่คนใช้หาข้อมูล ใน Keyword Planner ราคาเสนอช่วงราคาสูงของคำ “ประกันรถยนต์” อยู่ที่ราว 145 บาท ส่วนคำ “ประกันรถยนต์ คือ” ราว 32 บาท
คลิกจากคำหาข้อมูลถูกกว่า แต่คนที่ค้นคำเหล่านี้อาจยังไม่ได้มองหาผู้ให้บริการ ให้เทียบอัตรา Conversion ของแต่ละกลุ่มคำก่อนตัดสินว่าคำไหนคุ้ม
ประเภทการจับคู่คีย์เวิร์ด
คีย์เวิร์ดแบบกว้างกับแบบตรงทั้งหมดมีราคาต่อคลิกใกล้กัน สิ่งที่ต่างคือคำค้นหาที่โฆษณาแสดง ใน 101 บัญชีที่ Primal ดูแลและได้อย่างน้อย 100 คลิกจากคีย์เวิร์ดทั้งแบบกว้างและแบบตรงทั้งหมด ราคาคลิกของ 2 แบบใกล้กันที่ค่ามัธยฐาน และแบบกว้างแพงกว่าใน 59 จาก 101 บัญชี ช่วง 12 เดือนถึง 2026-09-30 คลิกจากคีย์เวิร์ดแบบกว้างแพงกว่าแบบตรงทั้งหมดราว 1.1 เท่าที่ค่ามัธยฐานใน 101 บัญชีนี้
หน้าประเภทการจับคู่คีย์เวิร์ดของ Google ระบุว่าแบบกว้างทำให้โฆษณาแสดงกับการค้นหาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจไม่มีความหมายตรงกับคีย์เวิร์ด และแนะนำให้ใช้คู่กับ Smart Bidding งบจึงอาจไปอยู่กับคำค้นหาที่ไม่ใช่ลูกค้า ให้เปิดรายงานข้อความค้นหาทุกสัปดาห์ และเพิ่มคีย์เวิร์ดเชิงลบสำหรับคำที่ไม่ต้องการ
Quality Score และหน้า Landing Page
โฆษณาและหน้า Landing Page ที่ตรงกับคำค้นหาช่วยให้ได้ตำแหน่งที่ดีขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มราคาเสนอ หน้าเลือกราคาเสนอและงบประมาณของ Googleระบุว่าการประมูลใช้ทั้งคุณภาพและราคาเสนอ ผู้ลงโฆษณาที่ใช้คีย์เวิร์ดและโฆษณาที่เกี่ยวข้องสูงจึงอาจได้อันดับสูงกว่าคู่แข่งที่เสนอราคามากกว่า ในราคาที่ต่ำกว่า
หน้าคะแนนคุณภาพของ Googleอธิบายว่า Quality Score เป็นคะแนน 1 ถึง 10 ของแต่ละคีย์เวิร์ด คิดจาก 3 ส่วน คืออัตราการคลิกที่คาดไว้ ความเกี่ยวข้องของโฆษณา และประสบการณ์บนหน้า Landing Page Google ระบุว่าคะแนนนี้ไม่ได้ใช้ในการประมูล และเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ คะแนนที่ต่ำจึงบอกว่าควรแก้ข้อความโฆษณาหรือหน้าเว็บก่อนเพิ่มราคาเสนอ
อุปกรณ์ที่ใช้ค้นหา
คลิกจากคอมพิวเตอร์มักแพงกว่าคลิกจากมือถือ ใน 143 บัญชีที่ Primal ดูแลและได้อย่างน้อย 100 คลิกจากแคมเปญ Search ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ คลิกจากคอมพิวเตอร์แพงกว่าราว 1.4 เท่าที่ค่ามัธยฐาน และแพงกว่าใน 118 บัญชี ในครึ่งกลางของ 143 บัญชีนี้ ช่วง 12 เดือนถึง 2026-09-30 คลิกจากคอมพิวเตอร์แพงกว่าคลิกจากมือถือราว 1.1 ถึง 1.8 เท่า
ราว 3 ใน 4 ของคลิกจากแคมเปญ Search ใน 166 บัญชีมาจากมือถือ ให้ดูราคาคลิกและอัตรา Conversion แยกตามอุปกรณ์ในรายงานของ Google Ads ก่อนตัดสินว่าจะลดหรือเพิ่มราคาเสนอสำหรับคอมพิวเตอร์
เดือนและฤดูกาล
ราคาคลิกเปลี่ยนตามเดือน ใน 67 บัญชีที่ Primal ดูแลและได้อย่างน้อย 50 คลิกจากแคมเปญ Search ทุกเดือนตลอด 12 เดือน เดือนที่คลิกแพงที่สุดแพงกว่าเดือนที่ถูกที่สุดราว 2 เท่าที่ค่ามัธยฐาน ให้ดูราคาคลิกรายเดือนของบัญชีตัวเองย้อนหลัง 12 เดือน แล้ววางงบเผื่อเดือนที่ราคาสูง
ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าจะมีโปรโมชันช่วงสั้น การปรับเฉพาะช่วงเวลาของ Googleใช้แจ้ง Smart Bidding ว่าอัตรา Conversion จะเปลี่ยนในช่วงนั้น Google ระบุว่าเครื่องมือนี้เหมาะกับช่วง 1 ถึง 7 วัน
Mark McDowell ผู้ก่อตั้ง Primal เห็นมาแล้วว่าราคาคลิกขึ้นกับว่ามีใครประมูลคำค้นนั้นอยู่บ้าง ในแผนที่เราทำให้แบรนด์อสังหาริมทรัพย์รายหนึ่งปีนี้ เราพบคำค้นที่มีคนค้นจริงแต่ไม่มีผู้ลงโฆษณารายอื่นประมูลเลย รวมถึงคำค้นชื่อโครงการคู่แข่ง จึงลงโฆษณาในคำเหล่านั้นได้ในราคาถูก เดือนไหนที่มีผู้ลงโฆษณาต้องการคำค้นเดียวกันมากขึ้น ราคาคลิกก็สูงขึ้น ใน 67 บัญชีข้างต้น เดือนที่แพงที่สุดแพงกว่าเดือนที่ถูกที่สุดราว 2 เท่าที่ค่ามัธยฐาน จึงควรวางงบเผื่อเดือนที่ราคาสูงไว้ก่อนถึงเดือนนั้น
ตั้งงบ Google Ads ต่อเดือนอย่างไร
ตั้งงบจากจำนวนลูกค้าที่ต้องการ แล้วคำนวณย้อนกลับเป็นจำนวนคลิกและเงิน ตัวอย่างนี้ใช้ตัวเลขสมมติทั้งหมด และไม่ใช่งบที่แนะนำ
ธุรกิจบริการในตัวอย่างต้องการลีด 40 รายต่อเดือน หน้า Landing Page เปลี่ยนคลิกเป็นลีดได้ 5 ใน 100 คลิก และคีย์เวิร์ดของธุรกิจมีราคาคลิกเฉลี่ย 25 บาท
| ขั้น | วิธีคิด | ผลในตัวอย่างสมมติ |
|---|---|---|
| 1. คลิกที่ต้องใช้ต่อเดือน | ลีด 40 ราย หารด้วยอัตรา Conversion 5% | 800 คลิก |
| 2. งบโฆษณาต่อเดือน | 800 คลิก คูณ 25 บาท | 20,000 บาท |
| 3. งบประมาณรายวันเฉลี่ย | 20,000 บาท หารด้วย 30.4 | ราว 658 บาท |
| 4. วันที่ใช้จ่ายได้สูงสุด | 658 บาท คูณ 2 | ราว 1,316 บาท |
| 5. ยอดเรียกเก็บสูงสุดในรอบเดือน | 658 บาท คูณ 30.4 | ราว 20,000 บาท |
| 6. รวม VAT 7% ถ้าไม่ได้ใส่เลขประจำตัวผู้เสียภาษี | 20,000 บาท คูณ 1.07 | 21,400 บาท |
ขั้นที่ 3 ถึง 5 มาจากวงเงินที่ Google ใช้ หน้าเลือกราคาเสนอและงบประมาณของ Google ระบุว่าแคมเปญใช้จ่ายได้ไม่เกิน 2 เท่าของงบรายวันเฉลี่ยในแต่ละวัน และจะไม่ถูกเรียกเก็บเกิน 30.4 เท่าของงบรายวันเฉลี่ยในรอบการเรียกเก็บเงิน ภาพนี้คือส่วนนั้นจากหน้าภาษาไทย พร้อมตัวอย่างงบ 300 บาทต่อวันของ Google

อัตรา Conversion เปลี่ยนงบในตัวอย่างมากที่สุด ถ้าหน้าเว็บเปลี่ยนคลิกเป็นลีดได้เพียงครึ่งหนึ่งของในตัวอย่าง งบที่ต้องใช้จะเพิ่มเป็น 2 เท่า วิธีวัดและเพิ่มอัตรานี้อยู่ในบทความConversion Rate คืออะไร
งบต้องพอให้แคมเปญมีข้อมูลด้วย หน้าแก้ปัญหางบประมาณไม่เพียงพอของ Googleระบุว่าแคมเปญใหม่หรือแคมเปญที่เพิ่งเปลี่ยนแปลงมากต้องใช้เวลา 1 ถึง 2 สัปดาห์ในการเพิ่มประสิทธิภาพ ถ้างบต่อวันซื้อได้เพียงไม่กี่คลิก ช่วงนี้อาจยาวขึ้น และการตัดสินผลจะช้าลง
ค่าบริการเอเจนซี่ Google Ads คิดอย่างไร
ค่าบริการเอเจนซี่จ่ายแยกจากค่าโฆษณาที่จ่ายให้ Google และเป็นค่าทำงานของทีมที่วางแผน ตั้งค่า ปรับแคมเปญ และรายงานผล ค่าบริการมักคิดด้วยแบบใดแบบหนึ่งต่อไปนี้
- ค่าบริการคงที่ต่อเดือน ตามขอบเขตงานหรือจำนวนแคมเปญ
- เปอร์เซ็นต์ของค่าโฆษณา ค่าบริการขึ้นลงตามงบที่ใช้จริง
- ค่าบริการคงที่หรือเปอร์เซ็นต์ของค่าโฆษณา แล้วแต่ว่าแบบไหนสูงกว่า
- ค่าบริการที่ผูกกับผลลัพธ์ เช่น คิดต่อลีด ซึ่งต้องตกลงให้ชัดว่าลีดแบบไหนนับ
แบบเปอร์เซ็นต์ทำให้ค่าบริการเพิ่มตามงบโฆษณา ส่วนแบบคงที่ไม่เปลี่ยนตามงบ แต่ต้องเขียนขอบเขตงานไว้ชัด ก่อนเทียบใบเสนอราคาจากหลายเอเจนซี่ ให้แยกค่าโฆษณาออกก่อน แล้วเทียบเฉพาะค่าบริการกับงานที่ได้
Primal คิดค่าบริการอย่างไร
Primal คิดค่าบริการดูแลโฆษณาเป็นรายเดือน โดยใช้ค่าที่สูงกว่าระหว่างค่าบริการคงที่ของแพ็กเกจ กับเปอร์เซ็นต์ของค่าโฆษณา เมื่องบโฆษณาต่ำ ค่าบริการคงที่จะสูงกว่าและถูกใช้ เมื่องบสูง เปอร์เซ็นต์จะสูงกว่า แพ็กเกจต่างกันที่จำนวนช่องทางโฆษณาที่ดูแล และช่องทางที่เพิ่มมีค่าบริการเพิ่ม เมื่องบโฆษณาต่อเดือนสูงถึงระดับที่กำหนดและตกลงระยะสัญญาขั้นต่ำ เปอร์เซ็นต์จะลดลงเป็นขั้น สัญญาที่สั้นกว่าระยะที่กำหนดมีค่าตั้งค่าแคมเปญครั้งเดียว
ค่าบริการครอบคลุมการตรวจการติดตาม Conversion การวางโครงสร้างบัญชี การตั้งเป้าหมายราคาประมูลและงบของแต่ละแคมเปญ การปรับแคมเปญ รายงานรายเดือน การประชุมทุกเดือน และการทบทวนผลทุกไตรมาส ชิ้นงานโฆษณา หน้า Landing Page และการติดตั้งระบบติดตาม Conversion ใหม่คิดแยกตามขอบเขตงาน
บิลแต่ละเดือนจึงมี 2 รายการ รายการแรกคือค่าโฆษณาที่ Google คิดตามคลิกหรือการแสดงผลจริง รายการที่สองคือค่าบริการของ Primal ตามที่ตกลงในใบเสนอราคา
คำถามที่ควรถามเอเจนซี่ก่อนเซ็นสัญญา
- งบที่คุยกันเป็นค่าโฆษณาล้วน หรือรวมค่าบริการแล้ว
- ค่าบริการคิดแบบคงที่ เปอร์เซ็นต์ หรือแบบที่สูงกว่า และเปลี่ยนอย่างไรเมื่องบเพิ่ม
- ค่าบริการรายเดือนรวมงานอะไร และชิ้นงานโฆษณา หน้า Landing Page กับการติดตั้งระบบติดตามคิดแยกหรือไม่
- บัญชี Google Ads และโปรไฟล์การชำระเงินอยู่ในชื่อใคร และเมื่อเลิกจ้าง คีย์เวิร์ด แคมเปญ และข้อมูล Conversion ส่งต่ออย่างไร
- สัญญาขั้นต่ำกี่เดือน และออกจากสัญญาได้เมื่อไร
- รายงานแสดงอะไร ส่งบ่อยแค่ไหน และดูค่าใช้จ่ายจริงใน Google Ads ได้หรือไม่
- ใบแจ้งหนี้ค่าโฆษณามี VAT หรือไม่ และใครเป็นผู้ออก
จ่ายค่า Google Ads ในไทยอย่างไร
บัญชีที่จ่ายเงินให้ Google เองเลือกได้ว่าจะชำระภายหลังหรือชำระล่วงหน้า หน้าวิธีการชำระเงินของ Googleระบุว่าบัญชีในไทยใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต Visa หรือ Mastercard ได้ทั้ง 2 แบบ บัญชีที่มีที่อยู่เรียกเก็บเงินในไทยและใช้สกุลเงินบาทเติมเงินล่วงหน้าผ่าน TrueMoney Wallet ได้ โดยเติมขั้นต่ำครั้งละ 400 บาท
ในการชำระภายหลัง เกณฑ์การชำระเงินเริ่มจากจำนวนหนึ่ง และเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่บัญชีถึงเกณฑ์ก่อนสิ้นเดือน จนถึงเกณฑ์สูงสุด Google ระบุว่าเกณฑ์นี้ต่างกันตามบัญชี ประเทศ และสกุลเงิน ให้ดูเกณฑ์ปัจจุบันในหน้าการเรียกเก็บเงินของบัญชีตัวเอง
Google เรียกเก็บค่าโฆษณาจากบัญชีในไทยในนาม Google Asia Pacific Pte. Ltd. หน้าภาษีของ Googleระบุว่า Google เรียกเก็บ VAT 7% จากบัญชีที่มีที่อยู่เรียกเก็บเงินในไทยแต่ไม่ได้ใส่เลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของไทย 13 หลักในโปรไฟล์การชำระเงิน และเรียกเก็บภาษีของเงินที่ชำระล่วงหน้าตอนที่ชำระ
ถ้าเอเจนซี่ลงโฆษณาผ่านบัญชีของเอเจนซี่ เอเจนซี่จ่ายเงินให้ Google แล้วออกใบแจ้งหนี้ค่าโฆษณาให้ธุรกิจ ธุรกิจจึงจ่ายทั้งค่าโฆษณาและค่าบริการให้เอเจนซี่ ให้ถามว่าใบแจ้งหนี้ค่าโฆษณาแสดงยอดที่ Google เรียกเก็บจริงหรือไม่
ทีม Primal ที่สำนักงานกรุงเทพฯ วางแผนและดูแลแคมเปญ Google Ads ให้แบรนด์ ตั้งแต่ตรวจการติดตาม Conversion ไปจนถึงตั้งงบและราคาประมูลของแต่ละแคมเปญ ใบเสนอราคาของเราแยกค่าบริการออกจากงบโฆษณา รายละเอียดอยู่ในหน้าบริการ Google Ads
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าโฆษณา Google Ads
ลูกค้ามักถามเราว่า Google Ads ต้องใช้งบขั้นต่ำเท่าไร
Google ไม่กำหนดการใช้จ่ายขั้นต่ำ งบที่ใช้ได้จริงขึ้นกับราคาคลิกของคีย์เวิร์ด และจำนวนคลิกที่ต้องใช้กว่าจะได้ลีดชุดแรก ถ้างบต่อวันซื้อได้เพียงไม่กี่คลิก โฆษณาจะแสดงได้น้อยครั้ง และใช้เวลานานกว่าจะมีข้อมูลพอตัดสินผล ให้คำนวณจากราคาคลิกและอัตรา Conversion ของธุรกิจตัวเองตามตัวอย่างในหัวข้อตั้งงบ
ลูกค้ามักถามเราว่างบที่ให้เอเจนซี่รวมค่าบริการแล้วหรือยัง
ขึ้นกับเอเจนซี่ จึงต้องถามก่อนเซ็นสัญญา ที่ Primal งบโฆษณากับค่าบริการแยกกันเสมอ งบโฆษณาใช้ซื้อคลิกและการแสดงผลบน Google ทั้งหมด และค่าบริการเรียกเก็บเป็นอีกรายการ
ลูกค้ามักถามเราว่าจ่ายรายเดือนหรือจ่ายล่วงหน้าหลายเดือนได้ไหม
ได้ทั้ง 2 แบบ โดยปกติ ค่าบริการของ Primal ชำระล่วงหน้ารายเดือน และต้องชำระก่อนแคมเปญเริ่ม และการชำระล่วงหน้าหลายเดือนได้ส่วนลด ส่วนค่าโฆษณาคิดตามคลิกหรือการแสดงผลที่ได้จริงในแต่ละเดือน
ลูกค้ามักถามเราว่าเดือนแรกจะเห็นผลไหม
โฆษณาเริ่มได้คลิกเมื่อผ่านการตรวจสอบ แต่ต้นทุนต่อลีดในเดือนแรกยังไม่นิ่ง ระบบเสนอราคาอัตโนมัติยังเรียนรู้ และทีมยังตัดคำค้นหาที่ไม่ใช่ลูกค้าออก เราจึงตั้งเป้าต้นทุนต่อลีดหลังมีข้อมูลจริงราว 1 เดือน
ลูกค้ามักถามเราว่าบัญชีโฆษณาควรอยู่ในชื่อใคร
ทำได้ 2 แบบ แบบแรก บัญชีและโปรไฟล์การชำระเงินอยู่ในชื่อธุรกิจ ธุรกิจจ่าย Google เอง และเก็บประวัติบัญชีไว้เมื่อเปลี่ยนผู้ดูแล แบบที่สอง เอเจนซี่ลงโฆษณาผ่านบัญชีของเอเจนซี่และจ่าย Google แทน ไม่ว่าแบบไหน ให้เขียนในสัญญาว่าเมื่อเลิกจ้าง คีย์เวิร์ด โครงสร้างแคมเปญ และข้อมูล Conversion ส่งต่ออย่างไร
Google Ads หักเงินเองหรือไม่
หักเอง ถ้าบัญชีใช้การชำระภายหลัง Google หักเงินจากบัตรเมื่อยอดค่าโฆษณาถึงเกณฑ์การชำระเงินหรือถึงรอบเรียกเก็บเงิน ถ้าบัญชีใช้การชำระล่วงหน้า โฆษณาใช้เงินที่เติมไว้ และหยุดแสดงเมื่อเงินหมด

Content Writer
Pimlapat Phansuathong เป็นนักเขียนคอนเทนต์ของ Primal มีประสบการณ์ด้านงานเขียนกว่า 6 ปี เธอเขียนคอนเทนต์สำหรับการทำ SEO (Search Engine Optimisation) ตั้งแต่การวิเคราะห์ Search Intent และการทำ Keyword Research ไปจนถึงการวางโครงสร้างบทความ และร่วมงานกับ Primal ตั้งแต่ปี 2022
เกี่ยวกับผู้เขียน




