ติดต่อทีมงาน
คนเดินถือมือถือในห้องโทนสว่าง ร่างกายพร่าเป็นเส้นแสงสีเขียวน้ำทะเล ชมพูส้ม และเหลือง ข้างตัวมีแผ่นกระจกฝ้าเปล่า 2 แผ่น แผ่นหนึ่งกว้างแนวนอน อีกแผ่นสูงแนวตั้ง สื่อถึง GDN คือโฆษณาที่ไปแสดงบนเว็บไซต์และแอประหว่างที่คนใช้มือถือ

โดย Mark McDowellเผยแพร่: อัปเดต: อ่าน 12 นาที

เผยแพร่ครั้งแรกโดย Sitvisut Anantnakarakul เมื่อ 2023-04-07 ปรับปรุงโดย Mark McDowell เมื่อ 2026-10-20

GDN คืออะไร และโฆษณา Google Display Network ทำงานอย่างไร

GDN คือ Google Display Network เครือข่ายเว็บไซต์ วิดีโอ และแอปกว่า 2 ล้านรายการ รวมถึง YouTube และ Gmail ที่แสดงโฆษณารูปภาพและวิดีโอจาก Google Ads ต่อคนที่กำลังอ่านข่าว ดูวิดีโอ หรือใช้แอป ทุกวันนี้โฆษณาส่วนใหญ่ไปถึง GDN ผ่านแคมเปญ Performance Max, Video และ Demand Gen มากกว่าแคมเปญ Display และ Google กำลังย้ายแคมเปญ Display ไปอยู่ใน Demand Gen

ประเด็นสำคัญ

  • GDN (Google Display Network) คือเครือข่ายเว็บไซต์ วิดีโอ และแอปกว่า 2 ล้านรายการที่แสดงโฆษณาจาก Google Ads และเข้าถึงคนได้ก่อนที่เขาจะเริ่มค้นหาสินค้า
  • ใน 166 บัญชี Google Ads ที่ Primal ดูแลให้ลูกค้าในช่วง 12 เดือนถึง 2026-09-30 มี 106 บัญชีที่โฆษณาไปแสดงบน GDN แต่มีเพียง 13 บัญชีที่ใช้แคมเปญ Display และการแสดงผลบน GDN ราว 8 ใน 10 ครั้งมาจากแคมเปญประเภทอื่น
  • ใน 100 บัญชีที่ Primal ดูแลซึ่งมีการแสดงผลบน GDN อย่างน้อย 10, 000 ครั้ง ค่ามัธยฐานของค่าโฆษณาต่อการแสดงผล 1,000 ครั้งบน GDN อยู่ที่ราว 109 บาท ในช่วง 12 เดือนถึง 2026-09-30
  • Google เปิดเครื่องมือย้ายแคมเปญ Display ไปเป็น GDN ใน Demand Gen ตั้งแต่ 2026-06 และ Demand Gen ไม่รองรับการเสนอราคา CPC ด้วยตนเอง การเสนอราคาตามการแสดงผลที่มองเห็นได้ และการจ่ายเงินเมื่อเกิด Conversion
  • ใน 74 บัญชีลูกค้า ค่ามัธยฐานของอัตราการคลิกบน GDN ในช่วง 12 เดือนถึง 2026-09-30 อยู่ที่ 4.8% บนมือถือ และ 0.7% บนเดสก์ท็อป จึงควรตัดสินโฆษณาจากสิ่งที่คนทำบนเว็บไซต์หลังคลิก

GDN คืออะไร

GDN (Google Display Network) คือเครือข่ายเว็บไซต์ วิดีโอ และแอปที่รับโฆษณาจาก Google Ads ไปแสดง หน้าความช่วยเหลือของ Google ระบุว่าเครือข่ายนี้มีมากกว่า 2 ล้านรายการ รวมถึง Gmail และ YouTube เจ้าของเว็บไซต์และแอปเป็นพาร์ทเนอร์ที่เปิดพื้นที่ให้ Google วางโฆษณา โฆษณาจึงไปแสดงระหว่างที่คนใช้เว็บไซต์และแอปเหล่านั้น

ทางที่โฆษณาเข้าไปถึงเครือข่ายนี้เปลี่ยนไปมาก ใน 166 บัญชี Google Ads ที่ Primal ดูแลให้ลูกค้าตลอด 12 เดือนถึง 2026-09-30 มี 106 บัญชีที่โฆษณาไปแสดงบน GDN แต่มีเพียง 13 บัญชีที่ใช้แคมเปญ Display บัญชีที่เหลือไปถึง GDN ผ่าน Performance Max, แคมเปญวิดีโอ, Demand Gen และแคมเปญ Search ที่เปิดเครือข่าย Display ไว้

ถ้าคุณใช้ Performance Max หรือแคมเปญวิดีโออยู่ โฆษณาของคุณอาจแสดงบน GDN แล้ว แม้ไม่เคยสร้างแคมเปญ Display งานแรกจึงเป็นการดูว่าแคมเปญไหนพาโฆษณาไปที่ GDN และโฆษณาไปแสดงที่ใด จากนั้นจึงเลือกประเภทแคมเปญและการตั้งค่าให้ตรงกับเป้าหมาย

โฆษณา GDN ไปแสดงที่ไหน

โฆษณา GDN ไปแสดงบนเว็บไซต์ข่าวและบทความ แอปบนมือถือ วิดีโอบน YouTube และกล่องจดหมาย Gmail ระบบเลือกพื้นที่จากกลุ่มเป้าหมายและเนื้อหาที่คุณตั้งไว้ ร่วมกับการเสนอราคาของแคมเปญ

เว็บไซต์และแอปที่โฆษณาไปแสดงจึงต่างกันไปในแต่ละบัญชีตามแบรนด์และกลุ่มเป้าหมาย ให้เปิดรายงานตำแหน่งที่โฆษณาแสดงในบัญชีคุณเองก่อนตัดสินว่าจะเก็บหรือยกเว้นที่ใด

GDN ต่างจากโฆษณาบน Google Search อย่างไร

โฆษณาบน Google Search แสดงตอนที่คนพิมพ์ค้นหาสิ่งที่ต้องการ โฆษณาบน GDN แสดงตอนที่คนทำอย่างอื่นอยู่ หน้าโฆษณา Display ของ Google อธิบายว่า GDN เข้าถึงคนได้ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเริ่มค้นหา และใช้ย้ำเตือนคนที่เคยเข้าเว็บไซต์หรือแอปของคุณ

ความต่างนี้เห็นได้จากราคาโฆษณา ค่าโฆษณาต่อการแสดงผล 1,000 ครั้งเรียกว่า CPM (Cost Per Mille) ตารางนี้แสดงค่ามัธยฐานของ CPM บนแต่ละเครือข่าย จากบัญชีที่ Primal ดูแลซึ่งมีการแสดงผลบนเครือข่ายนั้นอย่างน้อย 10,000 ครั้ง ในช่วง 12 เดือนถึง 2026-09-30 ตัวเลขรวมทุกประเภทแคมเปญที่ซื้อพื้นที่บนเครือข่ายนั้น

เครือข่าย จำนวนบัญชี ค่ามัธยฐานของ CPM
Google Search 148 1,615 บาท
GDN 100 109 บาท
YouTube 93 26 บาท

ที่ค่ามัธยฐาน การแสดงผล 1,000 ครั้งบน Google Search แพงกว่าบน GDN ราว 15 เท่า ราคาที่ต่ำกว่ายังบอกไม่ได้ว่าคุ้มกว่า คนบน Search กำลังมองหาสิ่งที่คุณขาย ส่วนคนบน GDN ยังไม่ได้มองหา ให้เทียบ 2 ช่องทางจากต้นทุนต่อลีดหรือต่อคำสั่งซื้อ

ถ้าต้องการดูก่อนว่า Google Ads มีแคมเปญอะไรบ้างและแต่ละแบบแสดงที่ไหน อ่านประเภทแคมเปญของ Google Ads

ทุกวันนี้โฆษณาไปถึง GDN ผ่านแคมเปญไหน

โฆษณาไปถึง GDN ได้จากแคมเปญหลายประเภท ได้แก่ Display, Performance Max, แคมเปญวิดีโอ, Demand Gen และแคมเปญ Search ที่เปิดเครือข่าย Display ไว้ ใน 166 บัญชีลูกค้าที่ Primal ดูแลในช่วง 12 เดือนถึง 2026-09-30 การแสดงผลบน GDN ราว 8 ใน 10 ครั้งมาจากแคมเปญที่ไม่ใช่ Display

สำหรับบัญชีที่อยู่ตรงค่ามัธยฐาน การแสดงผลส่วนใหญ่ยังอยู่บนเครือข่ายอื่น ใน 160 บัญชีที่ Primal ดูแลซึ่งมีการแสดงผล Google Ads อย่างน้อย 10,000 ครั้ง ค่ามัธยฐานของสัดส่วนการแสดงผลบน GDN อยู่ที่ 4% ของการแสดงผลทั้งบัญชี ในช่วง 12 เดือนถึง 2026-09-30

กราฟนี้แบ่งการแสดงผลบน GDN กว่า 160 ล้านครั้งของบัญชีเหล่านั้นตามประเภทแคมเปญที่ซื้อ แคมเปญ Display ได้ไม่ถึง 1 ใน 5

กราฟแท่งสัดส่วนการแสดงผลบน GDN แยกตามประเภทแคมเปญใน 166 บัญชี Google Ads ที่ Primal ดูแลในช่วง 12 เดือนถึง 2026-09-30 Video 29.4% Performance Max 28.3% Display 17.9% Demand Gen 14.7% Search 5.2% และ App กับ Smart 4.6%

Performance Max พาโฆษณาไปที่ GDN ใน 73 บัญชี มากกว่าแคมเปญประเภทอื่น ใน Performance Max ระบบของ Google เลือกเองว่าจะใช้งบกับ Search, YouTube, GDN และช่องทางอื่นเท่าไร

แคมเปญ Search ใน 31 บัญชีก็มีการแสดงผลบน GDN ด้วย เพราะเปิดตัวเลือกเครือข่าย Display ไว้ในการตั้งค่าแคมเปญ ถ้าต้องการให้แคมเปญ Search แสดงเฉพาะบนหน้าผลการค้นหา ให้ปิดตัวเลือกนี้ แล้วแยกงบสำหรับ GDN ไปไว้ในแคมเปญที่ตั้งกลุ่มเป้าหมายและชิ้นงานสำหรับ GDN โดยตรง

Demand Gen คืออะไร และแคมเปญ Display ย้ายไปอย่างไร

Demand Gen คือแคมเปญรูปภาพและวิดีโอของ Google Ads ที่แสดงบน YouTube, Discover, Gmail, Maps และ GDN ได้ในแคมเปญเดียว Google กำลังย้ายแคมเปญ Display ไปอยู่ใน Demand Gen ในชื่อ GDN ใน Demand Gen เครือข่ายยังเป็นเครือข่ายเดิม แต่ขั้นตอนสร้างแคมเปญและตัวเลือกบางอย่างเปลี่ยนไป

ตั้งแต่ 2026-06 ผู้ลงโฆษณาที่มีสิทธิ์ย้ายแคมเปญ Display เดิมได้ด้วยเครื่องมือย้ายข้อมูลในบัญชี Google Ads ขั้นต่อไปคือสร้างแคมเปญ Display ใหม่ได้ใน Demand Gen เท่านั้น และระบบจะย้ายแคมเปญ Display ที่เหลือให้อัตโนมัติ ใน Demand Gen คุณเลือกช่องทางได้ว่าโฆษณาจะแสดงบน GDN, YouTube, Gmail หรือช่องทางอื่น

ตัวเลือกบางอย่างของแคมเปญ Display ไม่ตามไปด้วย ตารางนี้สรุปจากหน้าเดียวกันของ Google

ตัวเลือกในแคมเปญ Display ใน Demand Gen
เสนอราคา CPC (Cost Per Click) ด้วยตนเอง ไม่รองรับ ใช้ CPC เป้าหมายแทน
เสนอราคา vCPM (viewable Cost Per Mille) ตามการแสดงผลที่มองเห็นได้ ไม่รองรับ ใช้จำนวนคลิกสูงสุดแทน
จ่ายเงินเมื่อเกิด Conversion ไม่รองรับ ใช้ CPA (Cost Per Acquisition) ที่ตั้งไว้แทน
ยกเว้นเนื้อหาระดับแคมเปญ ตั้งได้ระดับบัญชีเท่านั้น
แบนเนอร์ HTML5 (HyperText Markup Language 5) ที่อัปโหลด Google มีกำหนดรองรับช่วงปลายปี 2026
ช่องทางที่แสดง เพิ่ม Discover และ Maps (เวอร์ชันเบต้า) จาก GDN, YouTube และ Gmail

ถ้าคุณมีแคมเปญ Display ที่ทำงานอยู่ ให้ย้ายด้วยเครื่องมือของ Google เครื่องมือนี้ส่งประวัติผลงาน 42 วันไปยังแคมเปญใหม่ และ Google ระบุว่าช่วงเรียนรู้จะสั้นลงเหลือราว 1 ถึง 2 วัน ถ้าสร้างแคมเปญ Demand Gen ใหม่ซ้ำกับแคมเปญเดิม แคมเปญใหม่จะเริ่มโดยไม่มีประวัติ แคมเปญที่ย้ายแล้วเปลี่ยนกลับเป็น Display ไม่ได้ และโฆษณาทุกชิ้นต้องผ่านการตรวจของ Google ใหม่ จึงควรย้ายก่อนช่วงแคมเปญสำคัญของแบรนด์

รูปแบบโฆษณาและขนาดแบนเนอร์ GDN

โฆษณาบน GDN มี 2 แบบหลัก แบบแรกคือ Responsive Display Ads ซึ่ง Google ประกอบโฆษณาจากรูป หัวข้อ คำอธิบาย และโลโก้ที่คุณอัปโหลด แบบที่สองคือแบนเนอร์สำเร็จรูปที่ออกแบบเสร็จแล้วอัปโหลดเป็นไฟล์ภาพ ซึ่งคนทำโฆษณาในไทยมักเรียกว่า GDN banner

Responsive Display Ads

แคมเปญ Display ใช้ Responsive Display Ads เป็นค่าเริ่มต้น ระบบปรับขนาดและหน้าตาของโฆษณาให้พอดีกับพื้นที่ที่ว่าง โฆษณาชุดเดียวจึงแสดงได้ในพื้นที่เกือบทุกขนาด ข้อกำหนดของ Google สรุปได้ตามตารางนี้

ชิ้นงาน ขนาดหรือความยาว จำนวน
หัวข้อสั้น ไม่เกิน 30 ตัวอักษร 1 ถึง 5
หัวข้อยาว ไม่เกิน 90 ตัวอักษร 1
คำอธิบาย ไม่เกิน 90 ตัวอักษร 1 ถึง 5
ชื่อธุรกิจ ไม่เกิน 25 ตัวอักษร 1
รูปแนวนอน 1.91:1 1200 x 628 พิกเซล (ขั้นต่ำ 600 x 314) 1 ถึง 15
รูปจัตุรัส 1:1 600 x 600 พิกเซล (ขั้นต่ำ 300 x 300) 1 ถึง 15
โลโก้ 1:1 1200 x 1200 พิกเซล (ขั้นต่ำ 128 x 128) 1 ถึง 5 ไม่บังคับ
โลโก้ 4:1 1200 x 300 พิกเซล (ขั้นต่ำ 512 x 128) 1 ถึง 5 ไม่บังคับ

Google แนะนำให้ใส่รูปแนวนอนและรูปจัตุรัสอย่างละราว 5 รูป เมื่อย้ายไป Demand Gen โลโก้ธุรกิจกลายเป็นชิ้นงานที่ต้องมี และหน้าข้อกำหนดชิ้นงาน Demand Gen รับรูปแนวตั้ง 4:5 กับ 9:16 เพิ่มจากรูปแนวนอนและรูปจัตุรัส

แบนเนอร์ที่อัปโหลด

แบนเนอร์ที่อัปโหลดคุมหน้าตาได้ทั้งหมด แต่แสดงได้เฉพาะพื้นที่ที่ขนาดตรงกับไฟล์ หน้าข้อกำหนดชิ้นงาน Demand Gen ของ Google ระบุ 7 ขนาดที่แนะนำและใช้กันทั่วไป ไฟล์ต้องเป็น JPG, PNG หรือ GIF แบบไม่เคลื่อนไหว และมีขนาดไม่เกิน 150 KB

แผนภาพนี้วาดทั้ง 7 ขนาดตามสัดส่วนจริง ขนาด 320 x 50 คือแบนเนอร์สำหรับมือถือ ส่วน 300 x 600 กับ 160 x 600 คือแบนเนอร์แนวตั้ง

แผนภาพขนาดแบนเนอร์ GDN 7 ขนาดตามสัดส่วนจริง ได้แก่ 970 x 90, 728 x 90, 300 x 250, 336 x 280, 320 x 50, 160 x 600 และ 300 x 600 พิกเซล ไฟล์ JPG, PNG หรือ GIF ไม่เคลื่อนไหว ไม่เกิน 150 KB

ถ้าทีมออกแบบมีเวลาจำกัด ให้เริ่มจาก Responsive Display Ads ก่อน แล้วทำแบนเนอร์ 7 ขนาดเมื่อแบรนด์ต้องการคุมหน้าตาโฆษณาในทุกพื้นที่

วิธีเลือกคนและหน้าเว็บที่จะเห็นโฆษณา GDN

GDN เลือกคนที่จะเห็นโฆษณาได้ 2 ทาง ทางแรกเลือกจากตัวคน ทางที่สองเลือกจากเนื้อหาที่เขากำลังดู ทั้ง 2 ทางใช้ร่วมกันในกลุ่มโฆษณาเดียวได้

ตัวเลือกจากตัวคนมีดังนี้

  • กลุ่มตามความสนใจ (Affinity) คือคนที่สนใจเรื่องหนึ่งต่อเนื่อง เช่น การท่องเที่ยวหรือการออกกำลังกาย
  • กลุ่มที่มีแผนจะซื้อ (In-Market) คือคนที่กำลังหาซื้อสินค้าหรือบริการประเภทนั้นในช่วงนี้
  • เหตุการณ์สำคัญในชีวิต (Life Events) และข้อมูลประชากรโดยละเอียด เช่น คนที่เพิ่งย้ายบ้านหรือเพิ่งเรียนจบ
  • กลุ่มที่กำหนดเอง (Custom Segments) ซึ่งสร้างจากคีย์เวิร์ด เว็บไซต์ และแอปที่ลูกค้าของคุณใช้
  • ข้อมูลของคุณ (Your Data) คือคนที่เคยเข้าเว็บไซต์ ใช้แอป หรือเป็นลูกค้าของคุณ

ตัวเลือกจากเนื้อหามี 3 แบบ คีย์เวิร์ดให้ระบบหาหน้าเว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับคำที่เลือก หัวข้อ (Topics) เลือกหมวดเนื้อหา เช่น อสังหาริมทรัพย์หรือการเงิน ส่วนตำแหน่ง (Placements) คือเว็บไซต์ แอป หรือช่อง YouTube ที่คุณระบุเอง

แคมเปญ Display เปิดการกำหนดเป้าหมายแบบเพิ่มประสิทธิภาพไว้เป็นค่าเริ่มต้น ระบบใช้ข้อมูลอย่างคีย์เวิร์ดในหน้า Landing Page เพื่อหาคนกลุ่มใหม่ที่น่าจะทำ Conversion กลุ่มที่คุณเลือกจึงเป็นจุดเริ่มต้นของระบบ และโฆษณาอาจไปถึงคนนอกกลุ่มนั้น ถ้าต้องการให้โฆษณาแสดงเฉพาะกลุ่มที่เลือก ให้ปิดตัวเลือกนี้ในการตั้งค่ากลุ่มโฆษณา

Remarketing บน GDN

Remarketing คือการแสดงโฆษณาต่อคนที่เคยเข้าเว็บไซต์หรือใช้แอปของคุณ ใน Google Ads เรียกว่ากลุ่มเป้าหมายตามข้อมูลของคุณ ตามหน้าวิธีการทำงานของข้อมูลของคุณ รายการต้องมีผู้ใช้จริงอย่างน้อย 100 คนในช่วง 30 วันที่ผ่านมาก่อนโฆษณาจะแสดงบน GDN คนในรายการจะอยู่ 30 วันโดยค่าเริ่มต้น และตั้งได้นานสุด 540 วัน

เว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมน้อยควรเก็บรายการจากทุกหน้าก่อน เมื่อแต่ละหน้ามีคนพอ ค่อยแยกรายการตามหน้าสินค้าหรือตามขั้นตอนการซื้อ

GDN คิดค่าโฆษณาอย่างไร

GDN คิดเงินจากการประมูลทุกครั้งที่มีพื้นที่โฆษณาว่าง ผู้ลงโฆษณาเลือกได้ว่าจะจ่ายต่อคลิก จ่ายต่อการแสดงผล 1,000 ครั้งที่คนมองเห็น หรือให้ระบบเสนอราคาเพื่อให้ได้ Conversion ตามต้นทุนหรือผลตอบแทนที่ตั้งไว้

CPM ที่ได้แสดง นับเฉพาะการแสดงผลที่โฆษณาอย่างน้อย 50% อยู่บนจอนานอย่างน้อย 1 วินาที ตัวเลือกนี้เหมาะกับแคมเปญที่ต้องการให้คนเห็นแบรนด์ และมีในแคมเปญ Display แต่ไม่มีใน Demand Gen

ใน 100 บัญชีที่ Primal ดูแลซึ่งมีการแสดงผลบน GDN อย่างน้อย 10,000 ครั้ง ค่ามัธยฐานของ CPM บน GDN อยู่ที่ราว 109 บาท ในช่วง 12 เดือนถึง 2026-09-30 และครึ่งกลางของบัญชีจ่ายราว 46 ถึง 232 บาท ใน 12 บัญชีลูกค้าที่ใช้แคมเปญ Display ค่ามัธยฐานของ CPM บน GDN ต่ำกว่าของ 68 บัญชีที่ไปถึง GDN ผ่าน Performance Max ราว 3 เท่า ราคาต่อการแสดงผลจึงขึ้นกับประเภทแคมเปญที่ซื้อด้วย

ถ้าต้องการช่วงราคาค่าโฆษณาในตลาดก่อนวางงบ อ่านค่าโฆษณา Google Ads ในไทย

วิธีคุมตำแหน่งที่โฆษณา GDN ไปแสดง

Google Ads คุมตำแหน่งที่โฆษณาไปแสดงผ่านการตั้งค่าความเหมาะสมของเนื้อหา ในระดับบัญชี การตั้งค่านี้ใช้กับแคมเปญ Display และแคมเปญวิดีโอทั้งบัญชี คุณเลือกประเภทพื้นที่โฆษณาได้ดังนี้

  • พื้นที่โฆษณาสูงสุด แสดงในพื้นที่ทั้งหมดที่ผ่านนโยบายของ Google และยกเว้นเนื้อหาที่ละเอียดอ่อนสูงให้อัตโนมัติ
  • พื้นที่โฆษณาปานกลาง ไม่แสดงในเนื้อหาที่มีคำหยาบคายมาก ความรุนแรงเกินจริง และธีมที่ชี้นำทางเพศ
  • พื้นที่โฆษณาแบบจำกัด ยกเว้นเนื้อหาที่ละเอียดอ่อนมากที่สุด แต่ Google เตือนว่าอาจทำให้การเข้าถึงลดลง

นอกจากนี้ คุณยกเว้นตำแหน่งที่เจาะจงได้ ทั้งเว็บไซต์ แอป ช่อง YouTube และวิดีโอ รวมสูงสุด 65,000 ตำแหน่ง การยกเว้นนี้มีผลกับ GDN, YouTube, พาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google และพาร์ทเนอร์การค้นหา

อีกเรื่องที่ควรเช็กคืออุปกรณ์ คลิกบน GDN มาจากมือถือเกือบทั้งหมด ใน 166 บัญชีลูกค้าในช่วง 12 เดือนถึง 2026-09-30 มือถือได้ 82% ของการแสดงผลบน GDN และ 94% ของคลิก กราฟนี้ใช้ 74 บัญชีที่มีข้อมูลพอในทุกอุปกรณ์ และเทียบค่ามัธยฐานของอัตราการคลิก หรือ CTR (Click-Through Rate) ซึ่งคือสัดส่วนการแสดงผลที่มีคนคลิก

กราฟแท่งค่ามัธยฐานของ CTR บน GDN แยกตามอุปกรณ์ใน 74 บัญชี Google Ads ที่ Primal ดูแลในช่วง 12 เดือนถึง 2026-09-30 มือถือ 4.8% แท็บเล็ต 3% และเดสก์ท็อป 0.7%

CTR บนมือถือสูงกว่าเดสก์ท็อปใน 73 จาก 74 บัญชี ก่อนเพิ่มงบให้มือถือ ให้ดูว่าคนที่คลิกจากแอปอยู่บนเว็บไซต์นานแค่ไหนและทำ Conversion หรือไม่ ถ้าแอปกลุ่มใดส่งคลิกที่ออกจากเว็บไซต์ทันที ให้ยกเว้นแอปกลุ่มนั้น

ทุกเดือน ให้ทำ 5 ข้อนี้กับบัญชีที่มีโฆษณาบน GDN

  1. เปิดรายงานตำแหน่งที่โฆษณาแสดงของแคมเปญ Display, Demand Gen และ Performance Max
  2. เทียบเวลาบนเว็บไซต์และ Conversion ของคลิกจากมือถือกับเดสก์ท็อปใน Google Analytics 4
  3. ยกเว้นเว็บไซต์และแอปที่ไม่เหมาะกับแบรนด์ในระดับบัญชี เพื่อให้มีผลกับทุกแคมเปญ
  4. ตรวจว่าแคมเปญ Search ไม่ได้เปิดเครือข่าย Display ไว้โดยไม่ตั้งใจ
  5. ตรวจประเภทพื้นที่โฆษณาในการตั้งค่าความเหมาะสมของเนื้อหาให้ตรงกับแบรนด์

ในการประชุมวางกลยุทธ์กับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์รายหนึ่งเมื่อไม่นานนี้ ผมดูบัญชี Google Ads ของเขาแล้วพบว่าเปิดเครือข่าย Display และ Search Partners ไว้ ซึ่งอาจนำคลิกที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามา คลิกจาก Search ดีกว่า เพราะคนกำลังค้นหาสิ่งที่ต้องการอยู่และมีความตั้งใจสูง โฆษณาบนเครือข่าย Display ไปแสดงกับคนที่อาจไม่ได้มองหาสินค้าหรือบริการของคุณ เราจึงมักปิดการตั้งค่าแบบนี้ เพื่อให้งบไปถึงคนที่มีความตั้งใจจะซื้อ

Primal วางแผนและดูแลโฆษณาบน GDN ตั้งแต่การเลือกประเภทแคมเปญ ชิ้นงาน ไปจนถึงรายการยกเว้นตำแหน่ง ดูรายละเอียดได้ที่บริการโฆษณา Display ของ Primal

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ GDN

GDN เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

GDN เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการให้คนรู้จักแบรนด์ก่อนที่เขาจะค้นหา และธุรกิจที่มีคนเข้าเว็บไซต์มากพอจะทำ Remarketing ถ้าลูกค้าของคุณค้นหาสิ่งที่คุณขายอยู่แล้วและงบยังน้อย ให้เริ่มจาก Search ก่อน แล้วเพิ่ม GDN สำหรับ Remarketing เมื่อรายการมีคนพอ

โฆษณา GDN ใช้เวลานานเท่าไรถึงเห็นผล

การเปลี่ยนราคาเสนอ งบ หรือกลุ่มเป้าหมายบน GDN อาจใช้เวลา 12 ถึง 24 ชั่วโมงจึงมีผล แคมเปญใหม่มีช่วงเรียนรู้ราว 5 ถึง 7 วัน Google แนะนำให้รอ 7 ถึง 14 วันหลังการเปลี่ยนแปลงก่อนประเมินหรือปรับแคมเปญอีกครั้ง

GDN กับ Google AdSense ต่างกันอย่างไร

GDN คือฝั่งผู้ลงโฆษณา ส่วน Google AdSense คือฝั่งเจ้าของเว็บไซต์ที่เปิดพื้นที่ให้ Google วางโฆษณาและรับส่วนแบ่งรายได้ เว็บไซต์ที่ใช้ AdSense จึงเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่โฆษณา GDN ไปแสดง

โฆษณา GDN วัดผลเป็นยอดขายหรือลีดได้ไหม

วัดได้ เมื่อติดตั้งการติดตาม Conversion ในบัญชี Google Ads แคมเปญที่แสดงบน GDN จะนับลีดหรือคำสั่งซื้อที่เกิดหลังคลิกโฆษณา และเสนอราคาเพื่อให้ได้ Conversion ตาม CPA ที่ตั้งไว้ได้ ตัวเลขที่ใช้ตัดสินแคมเปญคือต้นทุนต่อลีดหรือต่อคำสั่งซื้อ

Mark McDowell

Mark McDowell

Founder and Chief Executive Officer

Mark McDowell เป็นผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Primal โดยเริ่มต้นบริษัทที่กรุงเทพฯ ในปี 2015 เขาติดอันดับ Forbes 30 Under 30 Asia ปี 2020 และได้รับรางวัล Southeast Asia Young Achiever of the Year จาก Campaign Asia ในปี 2018 เขาเขียนบทความเรื่อง AI Search และการทำ SEO (Search Engine Optimisation)

เกี่ยวกับผู้เขียน

ร่วมกับผู้นำธุรกิจกว่า 20,000 คนที่รับข่าวสาร มุมมอง และเทคนิคการตลาดล่าสุดในยุค AI

คุยกัน 30 นาที

คุยกับเรา

นัดคุยสั้น ๆ เพื่อดูว่าเราช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างไร โดยไม่ต้องเปลี่ยนเอเจนซี่ไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องรอให้ถึงปีที่ดีกว่า และไม่ต้องจ้างทีมภายในที่มีค่าใช้จ่ายสูง

  • เราทำความเข้าใจธุรกิจและเป้าหมายของคุณ
  • เราหาว่าการเติบโตของคุณมาจากช่องทางไหนได้บ้าง
  • คุณจะเห็นขั้นตอนถัดไป คือการประชุมวางกลยุทธ์ แล้วจึงเริ่มดำเนินงาน
4.9ลูกค้าของ Primal 4 ท่านที่เขียนรีวิว
บน Google

ติดต่อทีมงาน

กรอกแบบฟอร์มนี้ แล้วผู้เชี่ยวชาญของ Primal จะติดต่อกลับเพื่อทำความเข้าใจแบรนด์และเป้าหมายของคุณ

ทีมของเราจะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง (ในวันทำการ)