ติดต่อทีมงาน
จอคอมพิวเตอร์ไร้ขอบลอยเอียงบนพื้นสีครีมสว่าง หน้าจอว่างเรืองแสงสีฟ้าอ่อน มีแสงสีเขียวน้ำทะเล ชมพูส้ม และเหลืองพุ่งออกจากจอเป็นเส้นยาวไปทางขวา สื่อถึงวิธียิงแอด Facebook ที่ตั้งค่าบนคอมพิวเตอร์

โดย Pimlapat Phansuathongเผยแพร่: อัปเดต: อ่าน 19 นาที

วิธียิงแอด Facebook 2026 ทีละขั้นใน Ads Manager

วิธียิงแอด Facebook คือสร้างแคมเปญใน Ads Manager (ตัวจัดการโฆษณา Meta) ซึ่งมี 3 ระดับ เลือกวัตถุประสงค์ที่ระดับแคมเปญ ตั้งกลุ่มเป้าหมาย ตำแหน่งโฆษณา และงบที่ระดับชุดโฆษณา แล้วใส่รูปหรือวิดีโอที่ระดับโฆษณา Facebook Ads แบ่งได้ 2 แบบ คือตามวัตถุประสงค์ 6 แบบ และตามรูปแบบโฆษณา 5 แบบ ได้แก่ รูปภาพ วิดีโอ ภาพสไลด์ (Carousel) คอลเลกชั่น และอินสแตนท์เอ็กซ์พีเรียนซ์

ประเด็นสำคัญ

  • Meta ให้เลือกวัตถุประสงค์โฆษณา 6 แบบ คือ การรับรู้ จำนวนผู้เข้าชม การมีส่วนร่วม ข้อมูลลูกค้า การโปรโมทแอพ และยอดขาย และวัตถุประสงค์ที่เลือกจะกำหนดว่าใช้รูปแบบโฆษณาใดได้บ้าง
  • ให้เลือกวัตถุประสงค์จากผลลัพธ์ที่ใช้ตัดสินแคมเปญ เพราะ Meta จะแสดงโฆษณากับคนที่มีแนวโน้มทำสิ่งนั้นมากที่สุด และค่าแสดงผลที่ถูกกว่าไม่ได้บอกว่าต้นทุนต่อลีดหรือต่อคำสั่งซื้อจะถูกกว่า
  • บัญชีโฆษณาที่ตั้งเป็นประเทศไทยและสกุลเงินบาทจ่ายค่าโฆษณาด้วย PromptPay, KBank KPlus หรือ TrueMoney ได้ แต่ต้องเลือกวิธีนี้ตอนตั้งค่าบัญชีโฆษณาครั้งแรก
  • Meta ไม่อนุญาตให้ลงโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย และโฆษณาอาหารเสริมหรือสินค้าลดน้ำหนักต้องตั้งกลุ่มเป้าหมายอายุ 18 ปีขึ้นไป
  • โฆษณาอาหารที่แสดงคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนเผยแพร่ และต้องแสดงเลขที่ใบอนุญาตในโฆษณา

วิธียิงแอด Facebook เริ่มจากเลือกวัตถุประสงค์

การยิงแอด Facebook มี 3 ขั้นหลัก เลือกวัตถุประสงค์ของแคมเปญ ตั้งกลุ่มเป้าหมายและงบในชุดโฆษณา แล้วใส่รูปหรือวิดีโอในตัวโฆษณา ขั้นแรกส่งผลต่อทุกขั้นที่ตามมา เพราะ Meta จะหาคนที่มีแนวโน้มทำสิ่งที่วัตถุประสงค์นั้นวัดผล และวัตถุประสงค์ยังกำหนดว่าใช้รูปแบบโฆษณาใดได้บ้าง

ที่ Primal เราเลือกวัตถุประสงค์จากผลลัพธ์ที่ธุรกิจใช้ตัดสินแคมเปญ ธุรกิจที่ติดต่อกลับลูกค้าทุกรายที่สนใจจะใช้วัตถุประสงค์ข้อมูลลูกค้า (Leads) และตั้งให้ Meta หาคนที่จะทำคอนเวอร์ชั่นบนเว็บไซต์ เช่น กรอกฟอร์ม Meta จึงแสดงโฆษณากับคนที่มีแนวโน้มให้ข้อมูลติดต่อมากที่สุด

ค่าแสดงผลต่อ 1,000 ครั้งเรียกว่า CPM (Cost Per Mille) และค่าโฆษณาต่อคลิกเรียกว่า CPC (Cost Per Click) ทั้ง 2 ค่าเปลี่ยนไปตามวัตถุประสงค์ แคมเปญข้อมูลลูกค้ามักจ่ายต่อการแสดงผลสูงกว่าแคมเปญจำนวนผู้เข้าชม (Traffic) เพราะ Meta หาคนกลุ่มที่เล็กกว่าซึ่งมีแนวโน้มติดต่อกลับมา

ค่าแสดงผลที่ต่ำกว่าจึงบอกไม่ได้ว่าแคมเปญไหนคุ้มกว่า ให้เทียบแคมเปญจากต้นทุนต่อผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการ เช่น ต้นทุนต่อลีดหรือต่อคำสั่งซื้อ

ถ้าธุรกิจของคุณต้องการลีด ให้เลือกวัตถุประสงค์ข้อมูลลูกค้า ติดตั้ง Pixel ให้ Meta เห็นการกรอกฟอร์ม และตัดสินแคมเปญจากต้นทุนต่อลีด

Facebook Ads มีกี่ประเภท

Facebook Ads แบ่งประเภทได้ 2 แบบ แบบแรกคือวัตถุประสงค์ของโฆษณา 6 แบบ แบบที่สองคือรูปแบบโฆษณา 5 แบบใน Ads Manager ได้แก่ รูปภาพ วิดีโอ ภาพสไลด์ คอลเลกชั่น และอินสแตนท์เอ็กซ์พีเรียนซ์ ตามหน้ารูปแบบที่รองรับสำหรับวัตถุประสงค์แต่ละรายการของ Meta

บทความหลายแห่งนับประเภทได้มากกว่านี้ เพราะนับตำแหน่งโฆษณาอย่าง Stories และ Messenger รวมกับรูปแบบโฆษณา หน้าแนะนำรูปแบบโฆษณาของ Meta เองก็แยก Stories, Messenger, สไลด์โชว์ และโฆษณาแบบทดลองเล่นไว้เป็นหัวข้อของตัวเอง แต่ตอนสร้างโฆษณาใน Ads Manager คุณจะเลือกจาก 5 รูปแบบข้างต้น แล้วเลือกตำแหน่งแสดงผลแยกในชุดโฆษณา

วัตถุประสงค์โฆษณา 6 แบบ เลือกแบบไหน

ให้เลือกวัตถุประสงค์จากผลลัพธ์ที่ธุรกิจยอมจ่ายเงินเพื่อให้ได้มา Meta รวมวัตถุประสงค์เดิมหลายแบบ เช่น คอนเวอร์ชั่นและข้อความ เข้าเป็น 6 แบบนี้ และอธิบายแต่ละแบบไว้ในหน้าการเลือกวัตถุประสงค์การโฆษณาของ Meta

วัตถุประสงค์ใน Ads Manager Meta ใช้หาใคร เลือกเมื่อ
การรับรู้ (Awareness) คนจำนวนมากที่สุดที่มีแนวโน้มจดจำโฆษณาได้ แบรนด์ใหม่ หรือเพิ่งเปลี่ยนชื่อ
จำนวนผู้เข้าชม (Traffic) คนที่จะคลิกไปยังเว็บไซต์ แอพ หรือเพจ ต้องการคนเข้าหน้าโปรโมชั่นหรือหน้าบริการ
การมีส่วนร่วม (Engagement) คนที่จะส่งข้อความ ดูวิดีโอ หรือโต้ตอบกับโพสต์และเพจ ต้องการให้คนทักแชทหรือมีส่วนร่วมกับเพจ
ข้อมูลลูกค้า (Leads) คนที่จะให้ข้อมูลติดต่อผ่านข้อความ การโทร หรือการลงทะเบียน ธุรกิจที่ปิดการขายผ่านทีมขาย
การโปรโมทแอพ (App promotion) คนที่จะติดตั้งแอพหรือทำบางอย่างในแอพ มีแอพบนมือถือ
ยอดขาย คนที่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้าหรือบริการ ร้านค้าออนไลน์ที่วัดคำสั่งซื้อบนเว็บไซต์ได้

ถ้าวัดผลบนเว็บไซต์ วัตถุประสงค์ข้อมูลลูกค้าและยอดขายต้องให้ Meta เห็นการกรอกฟอร์มหรือการซื้อบนเว็บไซต์ จึงควรติดตั้ง Pixel ก่อนเริ่มแคมเปญ

รูปแบบโฆษณา 5 แบบใน Ads Manager

รูปแบบโฆษณาคือหน้าตาของโฆษณาที่คนเห็น Ads Manager มีให้เลือก 5 แบบ และวัตถุประสงค์บางแบบรองรับไม่ครบทุกรูปแบบ

  1. รูปภาพ รูปเดียวพร้อมข้อความและปุ่ม ใช้ไฟล์เดียว
  2. วิดีโอ ใช้ได้ทั้งในฟีด Stories และ Reels
  3. ภาพสไลด์ (Carousel) หลายรูปหรือหลายวิดีโอในโฆษณาเดียว แต่ละการ์ดมีลิงก์ของตัวเอง
  4. คอลเลกชั่น รูปหรือวิดีโอหลักด้านบน และรูปสินค้าขนาดเล็กเรียงด้านล่าง ให้คนดูและซื้อสินค้าต่อได้
  5. อินสแตนท์เอ็กซ์พีเรียนซ์ หน้าเต็มจอที่โหลดเร็วบนมือถือ เปิดขึ้นหลังจากคนแตะโฆษณา Meta เคยเรียกรูปแบบนี้ว่า Canvas

แบบฟอร์มในโฆษณา (Instant Form) เป็นปลายทางหนึ่งของวัตถุประสงค์ข้อมูลลูกค้า และไม่ได้เป็นรูปแบบโฆษณาแยก ส่วน Stories, Reels และ Messenger เป็นตำแหน่งโฆษณา ขนาดไฟล์ของแต่ละตำแหน่งอยู่ในบทความขนาดรูปยิงแอด Facebook

ให้ทำทั้งวิดีโอและรูปภาพไว้สำหรับแคมเปญเดียวกัน เพราะ Stories และ Reels แสดงโฆษณาเต็มจอ ส่วนฟีดแสดงได้ทั้ง 2 แบบ

Carousel Ads หรือภาพสไลด์ คือโฆษณาที่ใส่รูปหรือวิดีโอหลายชิ้นให้คนปัดดูในโฆษณาเดียว และแต่ละการ์ดลิงก์ไปคนละหน้าได้ รูปแบบนี้เหมาะกับการแสดงสินค้าหลายชิ้น การเล่าขั้นตอน หรือการเทียบตัวเลือกให้คนเลือกเอง ทุกการ์ดควรใช้อัตราส่วนภาพเดียวกัน

ก่อนยิงแอด Facebook ต้องเตรียมอะไรบ้าง

ก่อนยิงแอดต้องมี 4 อย่าง คือเพจ Facebook บัญชีโฆษณาที่มีวิธีชำระเงิน พอร์ตโฟลิโอธุรกิจถ้ามีหลายคนดูแล และ Pixel บนเว็บไซต์ถ้าจะวัดผลบนเว็บไซต์

ยิงแอด Facebook ต้องมีเพจไหม

ต้องมี Meta กำหนดให้ผู้ลงโฆษณามีเพจ Facebook ของตัวเอง หรือมีบทบาทผู้ดูแล ผู้แก้ไข หรือผู้ลงโฆษณาในเพจของคนอื่น โฆษณาทุกชิ้นแสดงชื่อและรูปของเพจนั้น และบัญชี Facebook ทุกบัญชีได้บัญชีโฆษณามาตั้งแต่สมัคร

Business Manager คืออะไร

Business Manager คือชื่อเดิมของพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ (Business portfolio) ของ Meta ที่รวมเพจ Facebook บัญชี Instagram บัญชีโฆษณา และสิทธิ์ของคนในทีมไว้ในที่เดียว ศูนย์ช่วยเหลือทางธุรกิจของ Meta ระบุว่าต้องมีพอร์ตโฟลิโอธุรกิจจึงใช้ Meta Business Suite ได้ ธุรกิจที่มีพนักงานหรือเอเจนซี่ช่วยดูแลควรให้สิทธิ์ผ่านพอร์ตโฟลิโอนี้ แทนการให้รหัสผ่านบัญชีส่วนตัว

จ่ายค่าโฆษณา Facebook ด้วยอะไรได้บ้าง

บัญชีโฆษณาในไทยจ่ายได้ด้วยการโอนผ่านแอพธนาคาร บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตแบบแบรนด์ร่วม (American Express, Mastercard, Visa) PayPal และวิธีชำระเงินด้วยตนเองอย่าง KBank KPlus, PromptPay และ TrueMoney ตามหน้าวิธีชำระเงินสำหรับประเทศไทยของ Meta

วิธีชำระเงินด้วยตนเองใช้ได้เฉพาะบัญชีโฆษณาที่ตั้งเป็นประเทศไทยและสกุลเงินบาท และต้องเลือกตั้งแต่ตั้งค่าบัญชีโฆษณาครั้งแรก สกุลเงินและเขตเวลาของบัญชีก็เปลี่ยนภายหลังไม่ได้โดยตรง การเปลี่ยนเท่ากับสร้างบัญชีโฆษณาใหม่ และบัญชีเดิมจะหยุดแสดงโฆษณา ให้ตั้ง 3 ค่านี้ให้ถูกตั้งแต่วันแรก

ขั้นตอนยิงแอด Facebook ใน Ads Manager

Ads Manager แบ่งงานเป็น 3 ระดับ แคมเปญเก็บวัตถุประสงค์ ชุดโฆษณาเก็บกลุ่มเป้าหมาย ตำแหน่งโฆษณา งบ และกำหนดเวลา ส่วนโฆษณาเก็บรูป วิดีโอ ข้อความ และลิงก์ 1 แคมเปญมีได้หลายชุดโฆษณา และ 1 ชุดโฆษณามีได้หลายโฆษณา แผนภาพนี้สรุปว่าตั้งค่าอะไรที่ระดับไหน

แผนภาพ 3 ระดับใน Ads Manager แคมเปญตั้งวัตถุประสงค์ ประเภทการซื้อ และงบแคมเปญ Advantage+ ชุดโฆษณาตั้งกลุ่มเป้าหมาย ตำแหน่งโฆษณา งบประมาณ และกำหนดเวลา โฆษณาตั้งเพจและบัญชี Instagram รูปแบบโฆษณา รูปหรือวิดีโอ ข้อความ ลิงก์ และปุ่ม

ทำตาม 8 ขั้นนี้เพื่อสร้างแคมเปญแรก

  1. เปิด Ads Manager แล้วกดสร้าง เลือกวัตถุประสงค์ 1 ใน 6 แบบ
  2. ตั้งชื่อแคมเปญ แล้วเลือกว่าจะใช้งบระดับแคมเปญ (งบแคมเปญ Advantage+) หรือตั้งงบแยกในแต่ละชุดโฆษณา
  3. ในชุดโฆษณา เลือกว่าจะให้คนไปที่ไหน เช่น เว็บไซต์ แชท การโทร หรือแบบฟอร์ม และเลือกเหตุการณ์ที่ Pixel วัดผล
  4. ตั้งกลุ่มเป้าหมาย จะให้ระบบหาเองด้วยกลุ่มเป้าหมาย Advantage+ หรือกำหนดพื้นที่ อายุ และความสนใจเองก็ได้
  5. เลือกตำแหน่งโฆษณา Meta แนะนำตำแหน่งโฆษณา Advantage+ ที่ให้ระบบกระจายงบเอง แต่เลือกเฉพาะตำแหน่งที่ต้องการได้
  6. ใส่งบประมาณต่อวันหรืองบตลอดอายุแคมเปญ และวันเริ่มกับวันจบ
  7. ในโฆษณา เลือกเพจและบัญชี Instagram ที่จะแสดง เลือกรูปแบบ ใส่รูปหรือวิดีโอ ข้อความ ลิงก์ และปุ่มกระตุ้นให้ดำเนินการ (Call to Action)
  8. ตรวจตัวอย่างทุกตำแหน่ง แล้วกดเผยแพร่ โฆษณาจะเข้าสู่การตรวจสอบก่อนแสดงผล

ในขั้นที่ 7 ให้ทำข้อความหลายแบบไว้ทดสอบในชุดโฆษณาเดียวกัน วิดีโอสั้นนี้เป็นภาษาอังกฤษ ความยาวราวครึ่งนาที

Mark McDowell ซีอีโอของ Primal เล่าวิธีทดสอบข้อความโฆษณาหลายแบบบน Meta และใช้การทดสอบรอบต่อไปกับข้อความที่ได้ผล

โปรโมทโพสต์กับ Ads Manager ต่างกันอย่างไร

ลูกค้ามักถามเราว่าการกดโปรโมทโพสต์บนเพจต่างจากการยิงแอดใน Ads Manager อย่างไร การโปรโมทโพสต์คือการเอาโพสต์ สตอรี่ หรือ Reels ที่มีอยู่แล้วบนเพจหรือ Instagram ไปเป็นโฆษณา ส่วน Ads Manager ให้เลือกวัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย และการวัดผลได้ละเอียดกว่า ตามหน้าความแตกต่างระหว่างโพสต์ที่ได้รับการโปรโมทและโฆษณาบน Meta ในศูนย์ช่วยเหลือทางธุรกิจของ Meta

เรื่อง โปรโมทโพสต์ Ads Manager
เริ่มจาก โพสต์ สตอรี่ หรือ Reels ที่เผยแพร่แล้ว สร้างโฆษณาใหม่ใน Ads Manager
เป้าหมายที่เลือกได้ การคลิกเว็บไซต์ การมีส่วนร่วมกับเพจ และการโปรโมทธุรกิจท้องถิ่น ครบ 6 วัตถุประสงค์ รวมข้อมูลลูกค้า การโปรโมทแอพ และยอดขาย
กลุ่มเป้าหมาย ตัวเลือกน้อยกว่า ตั้งได้ละเอียด รวม Custom Audience และ Lookalike Audience
การตั้งงบและดูผล ตั้งงบและระยะเวลาของโพสต์ การสร้างแคมเปญ การตั้งงบ และตัวชี้วัดประสิทธิภาพมีเฉพาะใน Ads Manager

การโปรโมทโพสต์เหมาะกับโพสต์ที่คนมีส่วนร่วมดีอยู่แล้วและต้องการให้คนเห็นมากขึ้น ถ้าต้องการลีดหรือคำสั่งซื้อ ให้ใช้ Ads Manager

Dark Post คืออะไร

Dark Post คือโพสต์ที่สร้างใน Ads Manager เพื่อใช้เป็นโฆษณาอย่างเดียว และไม่แสดงบนหน้าไทม์ไลน์ของเพจ Meta เรียกว่าโพสต์บนเพจที่ไม่ได้เผยแพร่ วิธีนี้ใช้ทดสอบข้อความหลายแบบกับกลุ่มเป้าหมายต่างกัน โดยคนที่ติดตามเพจไม่เห็นโพสต์ซ้ำหลายรอบ

ตั้งกลุ่มเป้าหมายยิงแอด Facebook อย่างไร

ตั้งกลุ่มเป้าหมายได้ 2 ทาง ทางแรกคือให้ระบบหาเองด้วยกลุ่มเป้าหมาย Advantage+ ซึ่งใช้ AI (Artificial Intelligence) ของ Meta หาคนที่น่าจะตอบสนอง ทางที่สองคือกำหนดเองจากพื้นที่ อายุ เพศ ความสนใจ และพฤติกรรม Meta แนะนำให้ทดสอบแบบ A/B (เทียบ 2 แบบพร้อมกัน) กับกลุ่มเป้าหมาย Advantage+ ในแคมเปญเกือบทุกประเภท ยกเว้นแคมเปญรีมาร์เก็ตติ้ง

ลูกค้ามักถามเราว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าโฆษณาถึงคนที่ใช่ ให้เริ่มจากคนที่ซื้อได้จริง กำหนดพื้นที่ที่ส่งของหรือให้บริการได้ และช่วงอายุที่มีกำลังซื้อสินค้าราคานั้น แล้วดูรายงานแยกตามอายุ เพศ และพื้นที่ใน Ads Manager หลังแคมเปญเริ่มแสดงผล ถ้าต้องการรายชื่อความสนใจที่ใช้ตั้งเป้าหมายได้ ค้นได้จากเครื่องมือค้นหาความสนใจบน Facebook ของเรา

Custom Audience คืออะไร

Custom Audience คือกลุ่มเป้าหมายที่สร้างจากข้อมูลของธุรกิจเอง แหล่งข้อมูลมีทั้งคนที่เข้าเว็บไซต์ซึ่ง Pixel บันทึกไว้ คนที่ใช้แอพ รายชื่ออีเมลหรือเบอร์โทรของลูกค้า และคนที่เคยดูวิดีโอ กรอกฟอร์ม หรือมีส่วนร่วมกับเพจและบัญชี Instagram กลุ่มนี้ใช้กับแคมเปญรีมาร์เก็ตติ้งที่ยิงซ้ำไปหาคนที่รู้จักแบรนด์แล้ว เราแยกรีมาร์เก็ตติ้งเป็นแคมเปญของตัวเองพร้อมงบของตัวเอง งบสำหรับคนที่รู้จักแบรนด์แล้วจะได้ไม่แย่งกับงบสำหรับคนใหม่ และวัดต้นทุนต่อผลลัพธ์ของแต่ละกลุ่มแยกกันได้

Lookalike Audience คืออะไร

Lookalike Audience คือกลุ่มคนที่ Meta หาให้ว่ามีลักษณะใกล้กับกลุ่มต้นทาง เช่น รายชื่อลูกค้าที่ซื้อแล้ว กลุ่มต้นทางต้องมีอย่างน้อย 100 คน และ Meta แนะนำ 1,000 ถึง 5,000 คน ตามหน้ากลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกันของ Meta ยิ่งเลือกเปอร์เซ็นต์ต่ำ กลุ่มยิ่งใกล้ต้นทาง ส่วนพื้นที่ของกลุ่มจะใช้พื้นที่ที่ตั้งในชุดโฆษณา

Meta Pixel และ Conversions API ช่วยอะไร

Meta Pixel คือโค้ดที่ติดบนเว็บไซต์เพื่อบันทึกสิ่งที่คนทำ เช่น ดูหน้าสินค้า กรอกฟอร์ม หรือซื้อ ข้อมูลนี้ใช้วัดผลโฆษณา สร้าง Custom Audience และให้ Meta หาคนที่จะทำแบบเดียวกัน สร้าง Pixel ได้ใน Events Manager (ตัวจัดการเหตุการณ์)

Conversions API (API ย่อมาจาก Application Programming Interface) ส่งเหตุการณ์เดียวกันจากเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ไปยัง Meta โดยตรง Meta แนะนำให้ใช้คู่กับ Pixel และใส่ชื่อเหตุการณ์กับรหัสเหตุการณ์ (event_id) ชุดเดียวกันทั้ง 2 ทาง ระบบจะได้ไม่นับซ้ำ

iOS 14 ยังกระทบการวัดผลไหม

ไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มแล้ว Meta ประมวลผลเหตุการณ์จากอุปกรณ์ iOS 14 ขึ้นไปผ่านการวัดผลเหตุการณ์แบบรวม (Aggregated Event Measurement) เอง และนำแท็บตั้งค่านี้ออกจาก Events Manager แล้ว ผู้ลงโฆษณาจึงไม่ต้องจัดลำดับเหตุการณ์ของเว็บไซต์เองแบบเดิม

ตั้งงบและเลือกกลยุทธ์การประมูล

งบมี 2 แบบ งบประมาณต่อวันให้ระบบใช้งบเฉลี่ยแต่ละวัน งบตลอดอายุแคมเปญกำหนดยอดรวมทั้งแคมเปญและยืดหยุ่นกว่า ถ้ามีหลายชุดโฆษณา งบแคมเปญ Advantage+ (เดิมเรียก Campaign Budget Optimisation) จะกระจายงบไปยังชุดโฆษณาที่มีโอกาสได้ผลมากกว่าเอง

ยิงแอด Facebook ขั้นต่ำวันละเท่าไร

งบขั้นต่ำต่อวันต่างกันตามประเทศและวัตถุประสงค์ และ Ads Manager จะแจ้งเตือนเมื่องบที่ใส่ต่ำกว่าเกณฑ์ของบัญชีนั้น ให้ตั้งงบจากต้นทุนต่อผลลัพธ์ที่คาดไว้ คูณจำนวนผลลัพธ์ที่ชุดโฆษณาต้องได้ในแต่ละสัปดาห์เพื่อออกจากช่วงการเรียนรู้ ช่วงงบที่ตลาดใช้อยู่ในบทความค่าโฆษณา Facebook

Bid Strategy มีกี่แบบ

Ads Manager มีกลยุทธ์การประมูล 5 แบบ ปริมาณสูงสุด (Highest volume) ให้ได้ผลลัพธ์มากที่สุดจากงบ เป้าหมายต้นทุนต่อผลลัพธ์ (Cost per result goal) คุมต้นทุนเฉลี่ยให้ใกล้ตัวเลขที่ตั้ง เป้าหมาย ROAS (Return On Ad Spend) คุมรายได้ต่อค่าโฆษณา เพดานราคาประมูล (Bid cap) จำกัดราคาประมูลสูงสุด และมูลค่าสูงสุด (Highest value) หาคำสั่งซื้อที่มูลค่าสูง ชื่อ 3 แบบแรกคือชื่อใหม่ของ Lowest cost, Cost cap และ Minimum ROAS

เราเริ่มแคมเปญใหม่ด้วยปริมาณสูงสุด เพราะแคมเปญใหม่ยังไม่มีต้นทุนต่อผลลัพธ์ให้ใช้ตั้งเป้า แบบอื่นต้องรู้ต้นทุนต่อผลลัพธ์หรือรายได้จริงก่อน จึงควรใช้หลังแคมเปญมีข้อมูลแล้ว

ช่วงการเรียนรู้คืออะไร

ช่วงการเรียนรู้ (Learning phase) คือช่วงที่ระบบยังหาวิธีแสดงโฆษณาที่ได้ผลคงที่ ชุดโฆษณาจะออกจากช่วงนี้หลังได้ผลลัพธ์ราว 50 ครั้งในสัปดาห์หลังการแก้ไขสำคัญครั้งล่าสุด ตามหน้าช่วงการเรียนรู้ของ Meta ตัวอย่างเช่น ถ้าคาดต้นทุนต่อลีดไว้ 200 บาท ชุดโฆษณาต้องใช้งบราว 10,000 บาทต่อสัปดาห์จึงจะได้ 50 ลีดในสัปดาห์นั้น

ลูกค้ามักถามเราว่าทำไมพอเพิ่มงบแล้วลีดหายไป การแก้ไขสำคัญระหว่างช่วงนี้ทำให้ระบบเริ่มเรียนรู้ใหม่ Meta นับการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย ชิ้นงาน เหตุการณ์ที่ใช้วัดผล กลยุทธ์การประมูล การเพิ่มโฆษณาใหม่ และการหยุดชุดโฆษณาตั้งแต่ 7 วันขึ้นไปเป็นการแก้ไขสำคัญ ส่วนการเปลี่ยนงบอาจนับหรือไม่นับก็ได้ ให้ปรับงบทีละน้อยและเว้นระยะระหว่างการแก้ไข

ข้อห้ามโฆษณาสุขภาพ อาหาร และแอลกอฮอล์บน Facebook

โฆษณาสินค้าสุขภาพ อาหาร และแอลกอฮอล์ในไทยต้องผ่าน 2 ชั้น ชั้นแรกคือมาตรฐานการโฆษณาของ Meta ชั้นที่สองคือกฎหมายไทย Meta ระบุว่าโฆษณาบน Facebook และ Instagram ต้องไม่ผิดกฎหมายท้องถิ่น โฆษณาที่ผ่านการตรวจของ Meta จึงยังต้องถูกต้องตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ด้วย

นโยบายของ Meta สำหรับสินค้าสุขภาพ

โฆษณาอาหารเสริม สินค้าสุขภาพ และสินค้าหรือบริการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักต้องตั้งกลุ่มเป้าหมายอายุ 18 ปีขึ้นไป ตามมาตรฐานการโฆษณาเรื่องสุขภาพและความงามของ Meta เกณฑ์อายุนี้ไม่ใช้กับอาหารทั่วไป หน้าเดียวกันห้ามข้อความที่ดูถูกรูปร่างหน้าตา และห้ามอ้างว่ารักษาโรคบางกลุ่มให้หาย เช่น เบาหวาน มะเร็ง และอัลไซเมอร์

โฆษณาต้องไม่ระบุหรือสื่อว่าคนดูมีโรคหรือภาวะสุขภาพ หน้าคุณลักษณะส่วนบุคคลในมาตรฐานการโฆษณาของ Meta ยกตัวอย่างว่า “คุณเป็นโรคเบาหวานหรือเปล่า” ใช้ไม่ได้ ส่วน “การรักษาโรคเบาหวานแบบใหม่อยู่นี่แล้ว” ใช้ได้ Meta ยังห้ามโฆษณาอาหารเสริมที่ไม่ปลอดภัย เช่น สเตียรอยด์อนาโบลิก ไคโตซาน และฮอร์โมนการเจริญเติบโต และให้โฆษณายาตามใบสั่งแพทย์ได้เฉพาะในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และนิวซีแลนด์

เว็บไซต์ที่ Meta จัดอยู่ในหมวดสุขภาพอาจถูกจำกัดการส่งเหตุการณ์ช่วงท้าย เช่น การซื้อ ศูนย์ช่วยเหลือของ Meta แนะนำให้ใช้เหตุการณ์ช่วงต้นแทน หรือใช้วัตถุประสงค์การรับรู้ การมีส่วนร่วม และจำนวนผู้เข้าชม

โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทย

ลงไม่ได้ มาตรฐานการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของ Meta ระบุประเทศไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่ผู้ลงโฆษณาไม่สามารถลงโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ ในประเทศที่ลงได้ กลุ่มเป้าหมายต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไปเป็นอย่างน้อย

โฆษณาอาหารต้องขออนุญาต อย. เมื่อไร

ต้องขออนุญาตเมื่อโฆษณาแสดงคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่องหลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร ยื่นคำขอด้วยแบบ ฆอ.1 (คำขออนุญาตโฆษณาอาหาร) และแสดงเลขที่ใบอนุญาตในโฆษณา ใบอนุญาตใช้ได้ไม่เกิน 5 ปี ประกาศนับรูปภาพเป็นส่วนหนึ่งของข้อความโฆษณา โพสต์และรูปโฆษณาบน Facebook จึงอยู่ในเกณฑ์นี้ด้วย

โฆษณาที่บอกเพียงราคา โปรโมชั่น หรือภาพลักษณ์องค์กรไม่ต้องขออนุญาต โฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องมีข้อความ “ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค” เลข อย. บนฉลากไม่ได้แปลว่าได้รับอนุญาตให้โฆษณาแล้ว ส่วนเครื่องสำอางไม่ต้องขออนุญาตโฆษณา แต่ห้ามข้อความเท็จ เกินจริง หรืออ้างว่ารักษาโรค

คำที่ห้ามใช้ในโฆษณาอาหาร

ภาคผนวกของประกาศฉบับเดียวกันระบุคำและข้อความที่ไม่อนุญาตในโฆษณาอาหาร รวมถึงภาพที่สื่อความหมายเดียวกัน

  • คำโอ้อวด เช่น ศักดิ์สิทธิ์ มหัศจรรย์ ที่สุด ดีที่สุด หายขาด ไม่มีผลข้างเคียง อย. รับรอง ปลอดภัย เห็นผลเร็ว
  • รักษาหรือป้องกันโรค เช่น ลดระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน
  • การทำงานของร่างกาย เช่น Detox ล้างสารพิษ เพิ่มภูมิคุ้มกัน บำรุงสมอง
  • ผิวและความงาม เช่น ผิวขาว กระจ่าง ใส ออร่า ชะลอความแก่
  • ลดน้ำหนัก เช่น ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ภาพ Before และ After ภาพสายวัดหรือเครื่องชั่ง Weight Loss ไม่โยโย่

ให้เขียนถึงสิ่งที่ตรวจสอบได้แทน เช่น ส่วนประกอบ ปริมาณ วิธีรับประทาน ราคา และโปรโมชั่น ข้อความลดน้ำหนักใช้ได้เฉพาะอาหารที่ขึ้นทะเบียนเป็นอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ลูกค้ามักถามเราว่าจะเขียนโฆษณาอย่างไรไม่ให้ผิดกฎ ให้ตรวจข้อความและรูปกับรายการนี้และมาตรฐานของ Meta ก่อนกดเผยแพร่ทุกครั้ง

Mark McDowell ผู้ก่อตั้ง Primal มองรายการนี้เป็นแนวทางว่าโฆษณาอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเขียนอะไรได้บ้าง อย. ตัดสินจากสิ่งที่โฆษณาพูด ไม่ว่าโฆษณาจะลงที่ไหน ข้อความที่แก้แล้วจึงใช้ได้ทั้งบน Facebook และสื่ออื่น ข้อความอย่าง เห็นผลเร็ว หรือ ไม่มีผลข้างเคียง ให้เปลี่ยนเป็นข้อมูลที่ผู้ซื้อตรวจสอบได้ เช่น ส่วนประกอบ ปริมาณ และวิธีรับประทาน ถ้า Meta ยังไม่อนุมัติโฆษณา ให้อ่านเหตุผลที่ Meta แจ้ง แก้ข้อความนั้น แล้วจึงขอให้ตรวจอีกครั้ง

โฆษณาไม่ผ่านหรือบัญชีโฆษณาถูกจำกัดต้องทำอย่างไร

Meta ตรวจโฆษณาทุกชิ้นก่อนแสดงผล โดยใช้ระบบอัตโนมัติเป็นหลัก และอาจตรวจซ้ำหลังโฆษณาแสดงผลแล้ว การแก้กลุ่มเป้าหมาย ชิ้นงาน หรือเหตุการณ์ที่วัดผลทำให้โฆษณาเข้าตรวจใหม่ ส่วนการแก้งบหรือกำหนดเวลาไม่ต้องตรวจใหม่

ถ้าโฆษณาไม่ผ่าน ทำได้ 3 ทาง แก้โฆษณาให้ตรงนโยบาย สร้างโฆษณาใหม่ หรือขอให้ตรวจอีกครั้งในหน้าหลักการสนับสนุนทางธุรกิจของ Meta (Business Support Home ซึ่งเดิมชื่อ Account Quality) อย่าลบโฆษณาที่ไม่ผ่านก่อนขอตรวจใหม่ เพราะอาจเสียสิทธิ์ขอตรวจ

บัญชีโฆษณาอาจถูกจำกัดวงเงินต่อวัน ถูกปิดบางฟีเจอร์ หรือถูกระงับการลงโฆษณา ตามหน้าข้อจำกัดในการโฆษณาของ Meta สาเหตุมีทั้งการไม่ทำตามมาตรฐานชุมชนหรือมาตรฐานการโฆษณา บัญชีหรือพอร์ตโฟลิโอธุรกิจถูกเจาะ และการชำระเงินที่ผิดปกติหรือล้มเหลวบ่อย ผู้ดูแลบัญชีเท่านั้นที่ขอตรวจใหม่ได้ จำนวนครั้งที่ขอได้มีจำกัด และผลการตรวจถือเป็นที่สิ้นสุด

ลดความเสี่ยงได้ 3 ทาง เปิดการยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอนให้ทุกคนที่ดูแลบัญชี ตรวจให้วิธีชำระเงินใช้ได้และมียอดพอเพื่อไม่ให้การชำระเงินล้มเหลวซ้ำ และตรวจข้อความโฆษณากับมาตรฐานของ Meta ก่อนส่งตรวจ

คำศัพท์ยิงแอด Facebook ที่ควรรู้

คำเหล่านี้คือคอลัมน์และค่าที่เห็นใน Ads Manager บ่อยที่สุด

  • Reach (การเข้าถึง) คือจำนวนคนที่เห็นโฆษณาอย่างน้อย 1 ครั้ง
  • Impression (การแสดงผล) คือจำนวนครั้งที่โฆษณาแสดงบนหน้าจอ คนเดียวเห็นได้หลายครั้ง
  • Frequency (ความถี่) คือจำนวนครั้งเฉลี่ยที่แต่ละคนเห็นโฆษณา
  • CPM คือค่าโฆษณาต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง
  • CPC คือค่าโฆษณาต่อ 1 คลิก
  • CTR (Click-Through Rate) คือสัดส่วนคนที่คลิกต่อการแสดงผลทั้งหมด
  • ผลลัพธ์และต้นทุนต่อผลลัพธ์ คือจำนวนสิ่งที่วัตถุประสงค์วัด เช่น ลีด และค่าโฆษณาเฉลี่ยต่อ 1 ผลลัพธ์
  • ROAS คือรายได้ที่ได้ต่อค่าโฆษณา 1 บาท
  • ตำแหน่งโฆษณา (Placement) คือที่ที่โฆษณาแสดง เช่น ฟีด Stories Reels และ Messenger
  • การระบุแหล่งที่มา (Attribution setting) คือช่วงเวลาหลังคลิกหรือดูโฆษณาที่ระบบนับผลลัพธ์ให้โฆษณานั้น

ช่วงค่า CPM และ CPC ที่ตลาดใช้อยู่ในบทความค่าโฆษณา Facebook

รายการตรวจก่อนกดเผยแพร่

ก่อนกดเผยแพร่แคมเปญแรก ให้ตรวจ 7 ข้อนี้ทีละข้อ

  1. วัตถุประสงค์ตรงกับผลลัพธ์ที่ธุรกิจยอมจ่ายเงิน
  2. Pixel หรือ Conversions API ส่งเหตุการณ์ที่ใช้วัดผลเข้ามาใน Events Manager แล้ว
  3. บัญชีโฆษณาตั้งประเทศ สกุลเงิน และเขตเวลาถูกต้อง และมีวิธีชำระเงินที่ใช้ได้
  4. กลุ่มเป้าหมายครอบคลุมพื้นที่ที่ขายหรือให้บริการได้ และอายุ 18 ปีขึ้นไปสำหรับสินค้าสุขภาพ
  5. ไฟล์รูปและวิดีโอมีครบทุกอัตราส่วน และข้อความอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
  6. ข้อความและรูปไม่มีคำในรายการคำต้องห้าม และไม่ถามถึงโรคหรือรูปร่างของคนดู
  7. ตัวอย่างโฆษณาทุกตำแหน่งแสดงผลถูกต้อง

ทีม Primal ที่สำนักงานกรุงเทพฯ รับยิงแอด Facebook ตั้งแต่ตั้งค่าบัญชีและ Pixel ไปจนถึงทดสอบชิ้นงานและวัดผลจากลีดและคำสั่งซื้อ Primal เป็น Meta Business Partner

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยิงแอด Facebook

ยิงแอด Facebook ผ่านมือถือได้ไหม

ได้ Meta มีแอพตัวจัดการโฆษณา (Meta Ads Manager) บนมือถือสำหรับสร้างและจัดการโฆษณา แต่การตั้งค่าที่ละเอียด เช่น Custom Audience และการดูรายงานหลายคอลัมน์ ทำบนคอมพิวเตอร์ได้สะดวกกว่า

ยิงแอดลง Instagram จาก Ads Manager เดียวกันได้ไหม

ได้ Ads Manager แสดงโฆษณาบน Facebook, Instagram, Messenger, WhatsApp และ Audience Network จากแคมเปญเดียวกัน ให้เชื่อมบัญชี Instagram เข้ากับพอร์ตโฟลิโอธุรกิจก่อน แล้วเลือกบัญชีนั้นในระดับโฆษณา

ควรเก็บลีดด้วยแบบฟอร์มหรือให้ลูกค้าทักแชท

ลูกค้ามักถามเราเรื่องนี้ วัตถุประสงค์ข้อมูลลูกค้าเก็บลีดได้ทั้งทางข้อความ การโทร และการลงทะเบียนผ่านแบบฟอร์ม ให้เลือกช่องทางที่ทีมขายตอบได้เร็วที่สุด ถ้าทีมตอบแชทได้ทันทีในเวลาทำงาน แชทเหมาะกว่า ถ้าทีมโทรกลับเป็นรอบ แบบฟอร์มบนเว็บไซต์หรือแบบฟอร์มในโฆษณาเหมาะกว่า

ใช้ ChatGPT ช่วยเขียนข้อความโฆษณา Facebook ได้ไหม

ได้ ใช้ ChatGPT ร่างข้อความหลายแบบไว้ทดสอบ โดยบอกสินค้า กลุ่มเป้าหมาย ข้อเสนอ และปุ่มที่ต้องการ แล้วให้คนตรวจทุกข้อความกับมาตรฐานการโฆษณาของ Meta และคำต้องห้ามของ อย. ก่อนใช้ เพราะเครื่องมือเขียนข้อความไม่รู้ว่าสินค้าของคุณขึ้นทะเบียนอะไรไว้

Pimlapat Phansuathong

Pimlapat Phansuathong

Content Writer

Pimlapat Phansuathong เป็นนักเขียนคอนเทนต์ของ Primal มีประสบการณ์ด้านงานเขียนกว่า 6 ปี เธอเขียนคอนเทนต์สำหรับการทำ SEO (Search Engine Optimisation) ตั้งแต่การวิเคราะห์ Search Intent และการทำ Keyword Research ไปจนถึงการวางโครงสร้างบทความ และร่วมงานกับ Primal ตั้งแต่ปี 2022

เกี่ยวกับผู้เขียน

ร่วมกับผู้นำธุรกิจกว่า 20,000 คนที่รับข่าวสาร มุมมอง และเทคนิคการตลาดล่าสุดในยุค AI

คุยกัน 30 นาที

คุยกับเรา

นัดคุยสั้น ๆ เพื่อดูว่าเราช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างไร โดยไม่ต้องเปลี่ยนเอเจนซี่ไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องรอให้ถึงปีที่ดีกว่า และไม่ต้องจ้างทีมภายในที่มีค่าใช้จ่ายสูง

  • เราทำความเข้าใจธุรกิจและเป้าหมายของคุณ
  • เราหาว่าการเติบโตของคุณมาจากช่องทางไหนได้บ้าง
  • คุณจะเห็นขั้นตอนถัดไป คือการประชุมวางกลยุทธ์ แล้วจึงเริ่มดำเนินงาน
4.9ลูกค้าของ Primal 4 ท่านที่เขียนรีวิว
บน Google

ติดต่อทีมงาน

กรอกแบบฟอร์มนี้ แล้วผู้เชี่ยวชาญของ Primal จะติดต่อกลับเพื่อทำความเข้าใจแบรนด์และเป้าหมายของคุณ

ทีมของเราจะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง (ในวันทำการ)