เพราะ Backlink คือสิ่งสำคัญต่อ SEO แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมาทำแบบสุ่มสี่สุ่มห้า

ในการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization นั้นมีกระบวนการหนึ่งที่ถือเป็นใจความสำคัญอย่างมากเพื่อทำให้ลำดับเว็บไซต์​ (Ranking) ของคุณไต่ขึ้นมาสู่หน้าแรกของ Google ได้ นั่นคือ “การทำ Link Building” ซึ่งโดยหลักการที่ถ้าจะให้อธิบายแบบสั้น กระชับและเข้าใจง่ายที่สุด ก็คือการที่เว็บไซต์อื่นๆ นำลิงก์เว็บไซต์ของเราไปแปะเอาไว้และมีคนคลิกเข้ามานั่นเอง อาจจะอยู่บนบทความหรือบนหน้าเว็บต่างๆ ได้หมด

แต่การที่เราจะสามารถทำให้คนอื่นเอาลิงก์หน้าเว็บของเราไปแปะหรือไปแชร์บนพื้นที่ของพวกเขาได้นั้นมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด จริงอยู่ว่าคุณสามารถใช้เงินในการขอซื้อพื้นที่บทความเพื่อนำลิงก์ของคุณไปฝากเอาไว้ แต่แค่นั้นมันยังไม่พอเพราะไม่ใช่ว่าเว็บไซต์ไหนก็ได้ที่คุณได้ Backlink กลับมาแล้วจะส่งผลดีเสมอไป บทความนี้เราจึงจะมาขยายความและทำความเข้าใจกับทุกๆ คนไปพร้อมๆ กันว่าแท้จริงแล้วการทำ Link Building โดยวิธีสร้าง Backlink เนี่ยมีรายละเอียดปลีกย่อยอะไรลงไปบ้าง แต่ถ้าคุณต้องการทราบความหมายของ Backlink ล่ะก็เราก็ได้มีการเขียนเอาไว้แล้วในบทความก่อนหน้านี้

ทำไม Backlink คือสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้

ด้วยความที่ Google เป็นแพลตฟอร์ม Search Engine ที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการยอมรับจากทั่วทั้งโลก แน่นอนว่าบนโลกเรามีหลายล้านเว็บไซต์ที่ยังอยู่ในสถานะ Online และไม่ใช่ทุกเว็บไซต์จะเป็นเว็บไซต์ที่ดีและมีคุณภาพเสมอไป Google จะมีการสร้าง Bot เพื่อเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ค้นเจอเว็บใหม่ๆ ผ่านลิงก์ที่เราได้ใส่เอาไว้ ดังนั้น Google จึงมีมาตรการและกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนและเข้มงวด อีกทั้งยังมีการปรับเปลี่ยน Algorithm อยู่ตลอดเวลา ทำให้การทำ SEO จะต้องใช้องค์ประกอบที่หลากหลายและละเอียดอ่อนมาก กว่าเว็บไซต์นึงจะไต่ Rank ขึ้นสู่หน้าแรกได้ด้วยเหตุนี้เอง Backlink จึงเป็นหนึ่งส่วนประกอบที่สำคัญอย่างมากสำหรับการทำ SEO ของเว็บไซต์ต่างๆ

โดยคะแนนที่ Google จะมอบให้เว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งนั้น (คะแนนคือเกณฑ์กำหนดคุณภาพเว็บไซต์และมีผลต่อการ Rank ขึ้นหน้าแรก) ส่วนนึง Google จะดูจากเครือข่ายของเว็บไซต์ว่า ภายในเว็บไซต์ของเรามีการลิงก์ไปยังหน้าต่างๆ ซึ่งมีคอนเทนต์หรือเนื้อหาที่สอดคล้องกันบ้างมั้ย มีการลิงก์ออกไปยังเว็บไซต์อื่นๆ ภายนอกที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเราแต่อาจจะมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์เราหรือเปล่า มีการถูกลิงก์เข้ามาจากเว็บไซต์ภายนอกหรือไม่ (Backlink) หากองค์ประกอบเหล่านี้ของคุณครบถ้วนเว็บไซต์ก็จะไต่อันดับ Rank ขึ้นเรื่อยๆ อย่างเป็นธรรมชาติ

แต่ทีนี้ก็ใช่ว่าเราจะสามารถทำ Link Building เพื่อได้มาซึ่ง Backlink กับทุกๆ เว็บไซต์ได้ เพราะอย่างที่บอกไปว่า “ไม่ใช่ว่าทุกเว็บไซต์จะมีคุณภาพที่ดีเสมอไป” นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเวลาคุณจะทำ Link Building เพื่อให้ได้ Backlink มานั้นจึงต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพเว็บไซต์แหล่งที่มาอย่างมากเป็นอันดับแรก

เว็บไซต์คุณภาพควรมีลักษณะอย่างไร

การจะได้ Backlink มานั้นเราต้องอาศัยพื้นที่บนเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อให้มีลิงก์ของเราไปปรากฎ ซึ่งรวมตั้งแต่หน้าเว็บ (Onsite Content) หรือในบทความต่างๆ ที่มีการอ้างอิงถึงเรา แต่เว็บไซต์ที่เรามีลิงก์แสดงเอาไว้เหล่านั้นก็จะต้องมีคุณภาพที่ดีและทำถูกกฎของ Google เพราะจะส่งผลให้ Backlink ของเรามีคุณภาพตามไปด้วย ซึ่งเว็บไซต์ที่มีคุณภาพที่ดีนั้นมีหลากหลายองค์ประกอบมาก ได้แก่

  1. มีการวาง Sitemap อย่างเป็นระบบ ง่ายต่อการเข้าใช้งาน
  2. ออกแบบ UX&UI ใช้งานได้อย่างลื่นไหลและเป็น Responsive (ใช้ได้ทั้งบนจอคอมฯ และโทรศัพท์มือถือ) และเว็บฯ จะต้องมีความลื่นไหล ดาวนโหลดอย่างรวดเร็ว
  3. เนื้อหาบนเว็บไซต์อ่านได้จริง มีประโยชน์และมีการอัปเดตอยู่ตลอดเวลา
  4. อัตราการไหลเวียนของลิงก์ มีการถูก Point กลับมาหาบ้างไหมและในเว็บนั้นมีการลิงก์ออกไปข้างนอกบ้างหรือเปล่า
  5. เว็บไซต์นั้นมีการทำ SEO อย่างถูกต้อง เป็น SEO Friendly และมีค่าความน่าเชื่อถือ (Domain Authority) อยู่ในระดับที่ดี

หากต้องการทำ Link Building จะต้องรู้องค์ประกอบอะไรบ้าง

อันที่จริงองค์ประกอบของการทำ Link Building นั้นไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมาก แต่สิ่งที่คุณควรทำความเข้าใจก่อนคือมันทำงานอย่างไร แน่นอนว่าองค์ประกอบสำคัญที่สุดในการทำ Link Building ย่อมต้องเป็นลิงก์อยู่แล้ว เพียงแต่เราควรจะมีลิงก์อะไรบ้างล่ะสำหรับการทำ SEO

Internal Link

ลิงก์ภายในจากหน้าหนึ่ง สู่อีกหน้าหนึ่งภายใต้ข้อจำกัดว่าข้อมูล (คอนเทนต์) บนหน้านั้นจะต้องเกี่ยวข้องกัน ตัวอย่างเช่น เนื้อหาในหน้าแรกบนเว็บไซต์ของคุณกำลังพูดถึงเรื่องวิธีการดูแลสุขภาพ แต่มีข้อมูลส่วนนึงกล่าวถึงชุดออกกำลังกายตรงนั้นคุณก็แปะลิงก์ (Anchor Link) เอาไว้ เมื่อคนคลิกเข้าไป ก็จะลิงก์ไปยังอีกหน้าที่ให้ข้อมูลเรื่องการออกกำลังกาย การเลือกชุด ฯลฯ แบบนี้ถือว่าเป็นการทำ Internal Link ที่ถูกต้อง

แต่ในส่วนนี้จริงๆ แล้วมีรายละเอียดปลีกย่อยที่คุณต้องจัดการ หากจะพูดให้สั้นและเข้าใจง่ายที่สุดคือการสร้างความลื่นไหลในเว็บไซต์ มีการลิงก์จากข้อมูลหน้านี้ ไปหน้านั้น แล้วสามารถลิงก์ไปอีกหน้าหรือกลับมาที่หน้าเดิม ซึ่งส่วนนี้คุณควรจะวางแผนเอาไว้ตั้งแต่ตอนทำ Site Map เพราะหากการใช้เว็บไซต์ของคุณมีความลื่นไหลใช้งานง่าย ข้อมูลน่าสนใจจนทำให้ผู้ใช้อยู่บนเว็บไซต์ของคุณได้นานเท่าไหร่ Google ก็จะยิ่งมองว่าเนื้อหาบนเว็บไซต์ของเรานั้นมีคุณภาพ

Backlink

ลิงก์ที่ถูกคลิกมาจากเว็บไซต์อื่น ซึ่งทำได้หลายวิธี อาทิ ทำเป็นบทความไปฝากไว้บนเว็บไซต์ของคนอื่น โดยภายในบทความนั้นมีการใส่ Anchor Link ที่ลิงก์กลับมายังหน้าเว็บไซต์ของเรา หรืออีกแบบก็คือบนหน้าเว็บไซต์อื่นๆ มีการเอาข้อมูลจากเว็บไซต์ของเราไปใช้และได้ทำการแปะลิงก์เอาไว้ เสมือนกับการให้แหล่งอ้างอิง (Reference) แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังคงต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่ว่า “ข้อมูลจะต้องเกี่ยวข้องกัน” 

นอกจากนี้ในบางครั้งอาจจะมีการได้ Backlink ผ่านการคอมเมนต์ที่มีการแปะลิงก์ของเราเอาไว้ (Naked URL) หรือแปะไว้ในคำ (Anchor Link) ตามเว็บไซต์ Forum ต่างๆ แต่วิธีนี้ส่วนใหญ่แล้วค่า Backlink จะน้อยกว่าที่ถูกใส่ไว้ในบทความ เนื่องจากส่วนมากจะถูกใส่ No Follow (การที่ไม่ให้ Google Bot ตามไปอ่านบทความที่เราจงใจใส่ลิงก์ไว้ได้) 

Outbound Link

นอกจาก Backlink ที่เราได้มาจากเว็บไซต์อื่นแล้ว ในเว็บไซต์ของเราเองก็ควรจะมีลิงก์ที่ถูกนำส่งออกไปยังเว็บไซต์อื่นด้วย เพราะการที่ Google จะมองเว็บไซต์ของคุณว่ามีคุณภาพหรือไม่นั้นมีหลายองค์ประกอบมาก การทำให้เว็บไซต์เป็นเครือข่าย ลิงก์เข้า-ออก ถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความน่าเชื่อถือและดูเป็นธรรมชาติให้กับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี 

เจอ Backlink ที่เป็นสแปมโจมตี ต้องทำอย่างไร

เพราะการทำธุรกิจเราย่อมมีคู่แข่งเสมอและมีบางกรณีที่ถูกคู่แข่งทำสแปมลิงก์โจมตีเว็บไซต์เรา โดยวิธีการก็คือพวกเขาจะนำลิงก์ไปแปะไว้ยังเว็บไซต์ที่คุณภาพไม่ดี เช่นเว็บไซต์ที่เป็นคนละภาษากับเว็บของเรา เข้าไปแล้วเป็นภาษาที่อ่านไม่รู้เรื่องหรือภายในเว็บมีแต่ข้อความที่แปะลิงก์เอาไว้เป็นจำนวนมากและพอเมื่อเรามี Backlink ที่ได้จากเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพเยอะๆ สิ่งที่จะเกิดตามมาคือ Google จะมองเว็บไซต์ของเราไม่มีคุณภาพไปด้วย หรือร้ายแรงที่สุดอาจถึงกับแบนและลงโทษปรับลำดับ Rank เว็บไซต์เราให้ตกจากอันดับสูงๆ ไปเลย

ดังนั้นหากคุณเจอเหตุการณ์แบบนี้อย่างแรกที่ต้องทำความเข้าใจก็คือ คุณจะพิสูจน์ไม่ได้เลยว่าใครเป็นคนทำและคุณไม่สามารถป้องกันได้ แต่ไม่ต้องเป็นกังวลจนเกินไป สิ่งเดียวที่คุณสามารถทำได้คือการแจ้งให้ทาง Google ทราบผ่าน Search Console ว่าลิงก์เหล่านี้เป็นสแปม เราไม่ได้มีส่วนรู้เห็น ทางระบบก็จะจดจำเอาไว้ทำให้เราไม่โดนลงโทษ

เพราะการทำ SEO เราต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่างและที่สำคัญแต่ละองค์ประกอบนั้นจะต้องทำอย่างถูกต้อง มีคุณภาพ เพราะหากคุณใช้วิธีการแบบที่เค้าเรียกกันว่า “สายดำ” คือใช้ทางลัดทำ Backlink เยอะๆ อัดเข้าไปโดยไม่สนใจเรื่องคุณภาพของเว็บไซต์ต้นทาง ช่วงแรกๆ ลำดับเว็บไซต์ของคุณอาจจะขึ้นอย่างรวดเร็วแต่คุณอาจจะต้องแลกมาด้วยการโดนลงโทษหรือร้ายแรงที่สุดก็โดนแบนจาก Google ในภายหลังได้ ดังนั้นทำ Link Building อย่างมีคุณภาพอาจจะใช้เวลาช้ากว่าหน่อย แต่มั่นใจได้ว่าเว็บไซต์ของคุณจะต้องไต่ลำดับขึ้นแน่นอน