ทำไมฉันถึงไม่เห็น Ad ของตัวเอง! ไขข้อสงสัย โฆษณาอนุมัติแต่ไม่แสดงแก้อย่างไรดี?

ในฐานะเอเจนซี่ บ่อยครั้งที่เรามักจะได้รับเสียงสะท้อนจากลูกค้าที่ทำแคมเปญโฆษณา Google ว่าทำไม ถึงไม่เห็นโฆษณาของตัวเอง ซึ่งความเป็นจริงนั้นโฆษณาของคุณอาจจะใช้งานได้ปกติแต่คุณเองต่างหากที่ไม่เห็นโฆษณาของตัวเองซึ่งในบทความนี้เราจะมาอธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมคุณถึงไม่เห็นโฆษณาของตัวเอง ทำไมคุณถึงไม่ควรคลิกดูโฆษณาของตัวเองบ่อยๆ แล้วโฆษณาอนุมัติแต่ไม่แสดง เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่เราจะมาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน

Google Ads โฆษณาไม่แสดง เกิดจากอะไร? 

1. คุณไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นกลุ่มเป้าหมายของแคมเปญโฆษณา

Google ได้อนุญาติให้คนที่ทำโฆษณาบนนั้นสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเจาะลึกเพื่อเฟ้นหากลุ่มลูกค้าที่แบรนด์หรือธุรกิจต้องการ ซึ่งจะมีการกำหนดทั้งโลเคชั่น เวลาของวันที่ตั้งเวลาเอาไว้ ดังนั้นหากคุณมีการค้นหาโฆษณาของตัวเอง แน่นอนว่าคุณไม่ใช่กลุ่มลูกค้าในอุดมคติของ Google ดังนั้นจึงอาจทำให้คุณเข้าใจผิดว่าโฆษณา Google AdWords ไม่แสดงซึ่งความจริงแล้วคือไม่ใช่

กับอีกทางหนึ่งก็คือคุณอาจจะอยู่นอกขอบเขตกลุ่มเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ในแคมเปญเพราะการกำหนดกลุ่มเป้าหมายประเภทนี้จะต้องอาศัยทั้งกลยุทธ์ทางการตลาดและเทคนิคต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลตอบรับที่ดีที่สุดจากกลุ่มเป้าหมายในแคมเปญโฆษณาของคุณ

2. งบโฆษณาของวันหมด จึงทำให้โฆษณาไม่สามารถแสดงผลได้ในวันนั้น

เหตุผลที่ Google AdWords ไม่แสดงนั้นก็เพราะว่า การทำโฆษณาบน Google Ads จะมีส่วนที่ต้องกำหนดจำนวนเงินหรืองบประมาณที่เราอนุญาตให้ระบบใช้ในแต่ละวันด้วยว่า ระบบจะสามารถใช้เงินได้กี่บาทในวันนั้นๆ โดย Google มีระบบการเก็บเงินที่เรียกว่า Pay Per Click หรือจะคิดเงินเราทุกๆ การคลิกนั่นเอง แน่นอนว่าเมื่อโฆษณาของคุณมีคนคลิกเยอะ ใช้เงินไปครบตามจำนวนที่ได้กำหนดเอาไว้ โฆษณาชิ้นนั้นก็จะหยุดแสดงในวันนั้นทันทีและจะไปแสดงเป็นปกติในรอบวันถัดไป 

ภาพ: kparser.com

ทำไมคุณถึงไม่ควรค้นหาโฆษณาของตัวเองบ่อยๆ

1. จะทำให้ Quality Score หรือคะแนนคุณภาพของโฆษณาลดลง

อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่า Google ต้องการทำให้โฆษณาของคุณมีประสิทธิภาพสูงที่สุดโดยการส่งโฆษณาให้ไปตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด ดังนั้นคุณจึงไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่ดีที่สุดที่ Google มองหาอย่างแน่นอน เท่ากับว่ายิ่งถ้าคุณพยายามจะเข้าไปดูโฆษณาของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นหากไปคลิกที่โฆษณาของตัวเองบ่อยๆ นอกจากจะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์แล้วนั่นจะทำให้คะแนนคุณภาพโฆษณานั้นของคุณต่ำลงด้วย ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงกับประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณาไปจนถึงค่าเฉลี่ยตำแหน่งของโฆษณาด้วยเช่นกันและเมื่อคุณภาพโฆษณาลดลงก็อาจทำให้คุณต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

2. ค่า CTR (Click Through Rate) จะลดลง

อีกสิ่งหนึ่งที่เชื่อเถอะว่าคุณต้องไม่อยากให้เกิดขึ้นนั่นก็คือ ค่า CTR ของคุณจะลดลง ความหมายคือ Google จะเลือกแสดงโฆษณาให้กับคนที่สนใจในสินค้า บริการที่อยู่ในโฆษณานั้นจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมีการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดที่จะโฆษณาของเราจะแสดงบ่อยจนเกินไป แม้ว่าจะไม่มีการคลิกเข้าไปที่โฆษณา Google จะเริ่มหยุดแสดงโฆษณาตัวนั้นด้วยเหตุผลที่ระบบมองว่าโฆษณาของเราไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย (คนที่ค้นหาด้วยคำนั้นๆ) 

3. โฆษณาจะไม่แสดงให้คุณเห็นอีกต่อไป

Google จะมีการเก็บข้อมูลของผู้ใช้ผ่าน Cookies ด้วย IP Address บนเครื่องคอมพิวเตอร์ พวกเขาจะหยุดแสดงโฆษณากับคนคนนั้นทันทีหากเขาเห็นว่า IP Address หรือคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นมีการเสิร์ชหาและเห็นโฆษณาตัวนั้นบ่อยๆ แต่ไม่มีการคลิกเข้าไป เพราะระบบมองว่าโฆษณานั้นไม่ใช่สิ่งที่คนคนนั้นสนใจนั่นเท่ากับว่าคุณก็จะไม่มีทางได้เห็นโฆษณาของตัวเองอีกอย่างแน่นอน แต่ถ้าใครจะเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วเสิร์ชดูโฆษณาของตัวเองไปเรื่อยๆ ล่ะก็ อันนี้ต้องสุดแล้วแต่ลูกค้าแต่ละรายไป

แต่ละแพลตฟอร์มก็จะมีวิธีการเก็บข้อมูลเพื่อนำไปเพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาบนระบบของตัวเองเพื่อให้ได้ชื่อว่าแม่นยำที่สุดด้วยกันทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือแม้แต่ Google ดังนั้นการทำความเข้าใจในตัวแพลตฟอร์มจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจไม่ควรมองข้าม ดังเช่น Google ที่เราได้อธิบายไปโดยสังเขปแล้วว่าคุณควรปฏิบัติกับแคมเปญโฆษณาของคุณอย่างไร จากนี้จะได้ไม่มีคำถามเช่น โฆษณาได้รับการอนุมัติแต่ไม่แสดงหรือ Google Ads โฆษณาไม่แสดงทำอย่างไรดี อีกต่อไป

เพราะสิ่งที่เราอยากให้คุณในฐานะเจ้าของธุรกิจโฟกัสมากที่สุดนั่นคือ ประสิทธิภาพของโฆษณา ความคุ้มค่าว่าเมื่อทำโฆษณานั้นๆ ไปแล้วผลเป็นอย่างไร คุ้มกับเงินที่เสียไปหรือไม่ ดีกว่ามานั่งกังวลเรื่องการไม่ได้เห็นโฆษณาของตัวเองเพราะหากคุณยังทำเช่นนั้นอยู่แทนที่จะได้ทำโฆษณาคุณภาพ อาจต้องมานั่งเสียเงินไปโดยไม่ได้อะไรกับมาเลย