
โดย Methinee Sopaเผยแพร่: อัปเดต: อ่าน 13 นาที
Backlink คืออะไร และลิงก์แบบไหนช่วยทั้ง SEO และ AI Search
Backlink คือลิงก์บนเว็บไซต์อื่นที่ชี้มายังหน้าเว็บของคุณ Google อ่านลิงก์เหล่านี้ผ่านระบบอย่าง PageRank เพื่อดูว่าหน้าไหนมีคนอ้างถึงและเกี่ยวกับเรื่องอะไร ลิงก์ที่มีค่ามาจากเว็บที่เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ อยู่ในเนื้อหาหลัก และมีคนอ่านจริง เช่น เว็บข่าวและสื่อในอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นแหล่งที่ AI อ้างอิงบ่อยด้วย
ประเด็นสำคัญ
- Google ระบุว่า PageRank ระบบที่อ่านว่าหน้าเว็บลิงก์ถึงกันอย่างไร ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบจัดอันดับหลัก ลิงก์จากเว็บอื่นจึงยังมีผลต่ออันดับบน Google
- ใน 10, 083 คำตอบของ AI ที่ Elevate, Primal's AI Visibility Tracker เก็บในเดือนที่ผ่านมา 8 ใน 10 เว็บที่ถูกอ้างอิงบ่อยที่สุดซึ่งไม่ใช่เว็บของผู้ให้บริการการตลาด คือเว็บรีวิวและเว็บข่าว
- ข้อมูล Ahrefs ของเว็บชุดเดียวกันแสดงว่าเว็บข่าว 9 จาก 12 แห่งให้ลิงก์แบบ Dofollow ส่วนเว็บรีวิว 3 จาก 4 แห่งใส่ Nofollow ให้ลิงก์ออกเกือบทั้งหมด ข่าวหนึ่งชิ้นจึงมักได้ทั้งลิงก์และชื่อแบรนด์ในแหล่งที่ AI อ่าน
- รายงานลิงก์ใน Google Search Console แสดงเว็บไซต์ที่ลิงก์มาหาคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และ Google ระบุว่าเว็บไซต์ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ Disavow
Backlink คืออะไร
Backlink คือลิงก์บนเว็บไซต์อื่นที่ชี้มายังหน้าเว็บของคุณ เมื่อคนอ่านคลิกลิงก์นั้น เขาจะมาถึงเว็บไซต์ของคุณ เอกสารภาษาไทยของ Google เรียกลิงก์แบบนี้ว่าลิงก์ย้อนกลับ
ลิงก์บนเว็บมี 3 แบบที่คนมักสับสนกัน Internal Link คือลิงก์ระหว่างหน้าในเว็บไซต์เดียวกัน Outbound Link คือลิงก์ที่เว็บของคุณชี้ออกไปหาเว็บอื่น ส่วนลิงก์ที่เว็บอื่นชี้เข้ามาหาคุณเรียกว่า Backlink ลิงก์เส้นเดียวจึงเป็น Outbound Link ของเว็บต้นทาง และเป็น Backlink ของเว็บปลายทาง
แผนภาพจากบทความเดิมของ Primal แสดงเว็บไซต์หนึ่งที่มีทั้งลิงก์เข้าและลิงก์ออก ลูกศรที่ชี้เข้าหาเว็บไซต์บนแล็ปท็อปคือ Backlink ส่วนลูกศรที่ชี้ออกคือ Outbound Link

Google ยังใช้ลิงก์ช่วยตัดสินอันดับ และเว็บที่ให้ลิงก์ดีวันนี้เป็นเว็บชุดเดียวกับที่ AI (Artificial Intelligence) อ่านก่อนตอบคำถาม ในข้อมูลของ Elevate, Primal’s AI Visibility Tracker เว็บที่ AI อ้างอิงบ่อยที่สุดนอกจากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการเอง คือเว็บรีวิวและเว็บข่าว งาน Backlink จึงควรเริ่มจากเว็บที่ลูกค้าของคุณอ่าน และเว็บที่ AI ใช้ตอบคำถามในหมวดธุรกิจของคุณ
Backlink ช่วยอันดับบน Google อย่างไร
Backlink ช่วยให้ Google รู้ว่าหน้าเว็บของคุณมีคนอ้างถึง และรู้ว่าหน้านั้นพูดเรื่องอะไร คู่มือระบบการจัดอันดับของ Google ระบุว่า Google มีระบบที่อ่านว่าหน้าเว็บลิงก์ถึงกันอย่างไร หนึ่งในนั้นคือ PageRank ซึ่งยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบจัดอันดับหลัก
ลิงก์ยังทำงานอีก 2 อย่าง อย่างแรกคือพา Google ไปพบหน้าใหม่ คู่มือวิธีการทำงานของ Google Search อธิบายว่า Google ค้นพบหน้าเว็บส่วนหนึ่งจากลิงก์บนหน้าที่รู้จักอยู่แล้ว อย่างที่สองคือส่งคนอ่านจริงมายังเว็บของคุณ ซึ่งดูได้จากการเข้าชมที่มาจากเว็บอื่น (Referral Traffic) ใน Google Analytics
ลิงก์เป็นปัจจัยหนึ่งของการทำ SEO (Search Engine Optimisation) เท่านั้น หน้าเว็บยังต้องตอบคำถามของผู้ค้นหาได้ตรง โหลดได้ และถูกจัดทำดัชนีใน Google
Backlink มีกี่ประเภท
Backlink แบ่งได้ 2 แบบ แบบแรกแบ่งตามค่าที่ใส่ในโค้ดของลิงก์ แบบที่สองแบ่งตามที่มาของลิงก์
ค่าในโค้ดคือแอตทริบิวต์ rel ในแท็กลิงก์ของ HTML (HyperText Markup Language) หน้าคู่มือของ Google เรื่องลิงก์ขาออก อธิบายไว้ 3 ค่า rel=“sponsored” ใช้กับลิงก์ที่เกิดจากการจ่ายเงิน เช่น โฆษณาและบทความสปอนเซอร์ rel=“ugc” ใช้กับลิงก์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้น (User Generated Content) เช่น ความคิดเห็นและกระทู้ในฟอรัม rel=“nofollow” ใช้เมื่อเจ้าของเว็บไม่ต้องการให้ Google เชื่อมเว็บของเขากับหน้าปลายทาง ลิงก์ที่ไม่มีค่าเหล่านี้ คนทำ SEO เรียกว่า Dofollow
<a href="https://example.com/">ลิงก์ปกติ หรือ Dofollow</a>
<a href="https://example.com/" rel="nofollow">ลิงก์ Nofollow</a>
<a href="https://example.com/" rel="sponsored">ลิงก์ที่จ่ายเงิน</a>
<a href="https://example.com/" rel="ugc">ลิงก์ในความคิดเห็นหรือฟอรัม</a>
ส่วนที่มาของลิงก์มี 4 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือลิงก์ในบทความหรือข่าวที่บรรณาธิการเลือกใส่เอง กลุ่มที่สองคือลิงก์จาก Guest Post ที่คุณเขียนให้เว็บอื่น กลุ่มที่สามคือลิงก์จากไดเรกทอรีหรือเว็บรีวิวที่ธุรกิจลงรายชื่อไว้ กลุ่มสุดท้ายคือลิงก์ในความคิดเห็นและฟอรัม ทีมเราให้น้ำหนักกับกลุ่มแรกมากที่สุด เพราะเป็นลิงก์ที่คนอื่นตัดสินใจใส่ให้ โดยที่เจ้าของเว็บปลายทางไม่ได้ควบคุม
Dofollow กับ Nofollow ต่างกันอย่างไร
Dofollow คือลิงก์ปกติที่ไม่มีค่า rel พิเศษ Google จึงอ่านลิงก์นี้เป็นการอ้างถึงหน้าปลายทางตามปกติ Nofollow คือลิงก์ที่เจ้าของเว็บต้นทางบอก Google ว่าไม่ต้องการให้เชื่อมเว็บของเขากับหน้าปลายทาง
โปรไฟล์ลิงก์ของเว็บไซต์ทั่วไปมีทั้ง 2 แบบปนกัน เพราะเว็บข่าว เว็บรีวิว และโซเชียลมีเดียแต่ละแห่งตั้งค่าลิงก์ออกต่างกัน ค่า rel บนเว็บของคนอื่นเป็นการตัดสินใจของเจ้าของเว็บนั้น ส่วนที่คุณเลือกได้คือจะเสนอเรื่องให้เว็บไหน
Backlink ที่ดีดูจากอะไร
Backlink ที่ดีมาจากเว็บที่เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ อยู่ในเนื้อหาหลักของหน้า และอยู่บนหน้าที่มีคนอ่านจริง ก่อนรับหรือขอลิงก์จากเว็บใด ให้ตรวจ 6 ข้อนี้
- เว็บต้นทางเขียนเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ และลูกค้าของคุณอ่านเว็บนั้น
- หน้าที่มีลิงก์ค้นเจอใน Google ถ้าค้นที่อยู่ของหน้านั้นแล้วไม่พบ ยังไม่ควรนับลิงก์นั้นเป็นผลงาน
- ลิงก์อยู่ในเนื้อหาของบทความ ไม่ได้อยู่ในส่วนท้ายเว็บหรือแถบข้างที่ซ้ำกันทุกหน้า
- ข้อความของลิงก์บอกว่าหน้าปลายทางพูดเรื่องอะไร
- หน้าเดียวกันไม่ได้ลิงก์ออกไปหาเว็บอื่นจำนวนมากจนเป็นหน้ารวมลิงก์
- ค่า rel ตรงกับความจริง ลิงก์ที่จ่ายเงินมี rel=“sponsored”
Anchor Text คืออะไร
Anchor Text คือข้อความที่คลิกได้ของลิงก์ ข้อความที่ดีบอกผู้อ่านว่าคลิกแล้วจะพบอะไร เช่น ชื่อแบรนด์ ชื่อบริการ หรือหัวข้อของบทความ
Anchor Text ที่พบบ่อยมี 4 แบบ ได้แก่ ชื่อแบรนด์ (Branded) คำค้นหาตรงตัว (Exact Match) คำทั่วไปอย่าง “อ่านต่อ” (Generic) และที่อยู่เว็บที่ไม่มีข้อความอื่น (Naked Link) เมื่อคนอื่นอ้างถึงคุณเอง ข้อความเหล่านี้จะปนกันหลายแบบ ถ้าลิงก์เกือบทุกเส้นใช้คีย์เวิร์ดเดียวกันเป๊ะ ให้ถือเป็นสัญญาณว่าลิงก์เหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นเอง
Domain Rating (DR) คืออะไร
Domain Rating (DR) คือคะแนนของ Ahrefs ที่วัดความแข็งแรงของโปรไฟล์ Backlink ของทั้งเว็บไซต์ เทียบกับเว็บอื่นในฐานข้อมูลของ Ahrefs บนสเกล 0 ถึง 100 ตามหน้าความช่วยเหลือของ Ahrefs
DR เป็นคะแนนของเครื่องมือ ไม่ใช่ค่าที่ Google แสดงหรือเผยแพร่ เครื่องมืออื่นจึงให้คะแนนต่างกัน เช่น Moz ใช้ Domain Authority (DA) ทีมเราใช้ DR คัดเว็บต้นทางรอบแรก แล้วตรวจความเกี่ยวข้องและผู้อ่านของแต่ละเว็บด้วยคนอีกครั้ง
Backlink เกี่ยวกับ AI Search อย่างไร
Backlink กับ AI Search เชื่อมกันผ่านแหล่งข้อมูลชุดเดียวกัน ChatGPT, Gemini และ Google AI Overviews ค้นเว็บ อ่านหน้าที่พบ แล้วอ้างอิงหน้าที่ใช้ตอบ เว็บข่าวและเว็บรีวิวที่ลิงก์ถึงแบรนด์จึงเป็นทั้งแหล่ง Backlink และแหล่งที่ AI อ่านชื่อแบรนด์
ในเดือนที่ผ่านมา Elevate, Primal’s AI Visibility Tracker เก็บคำตอบของ AI ได้ 10,083 คำตอบ จาก 86 คำถามเรื่องการเลือกเอเจนซี่ การทำ SEO และ AI Search เมื่อตัดเว็บไซต์ของผู้ให้บริการการตลาดออก 8 ใน 10 เว็บที่ถูกอ้างอิงบ่อยที่สุดคือเว็บรีวิวและเว็บข่าว Clutch ซึ่งเป็นเว็บรีวิวผู้ให้บริการ ปรากฏในราว 1 ใน 5 คำตอบ
แผนภูมิด้านล่างแสดง 10 เว็บไซต์นั้น เรียงตามจำนวนครั้งที่ถูกอ้างอิง

จากนั้นทีมเราตรวจด้วย Ahrefs ว่าเว็บเหล่านี้ลิงก์ออกแบบไหน เว็บข่าว 9 จาก 12 แห่งในรายชื่อเว็บที่ AI อ้างอิงบ่อย ให้ลิงก์แบบ Dofollow กับเว็บไซต์เกือบทุกแห่งที่ลิงก์ถึง ส่วนเว็บรีวิว 3 จาก 4 แห่งใส่ Nofollow ให้ลิงก์ออกเกือบทั้งหมด
ข่าวหนึ่งชิ้นบนเว็บข่าวจึงมักได้ทั้งลิงก์ที่ Google ใช้ และชื่อแบรนด์ในแหล่งที่ AI อ่าน การลงรายชื่อบนเว็บรีวิวให้ชื่อแบรนด์ในแหล่งที่ AI อ่านเป็นหลัก
ผลนี้ตรงกับงานวิจัยของ Primal ที่ Marketing Oops สรุปไว้ ใน 128 แบรนด์ เว็บไซต์ของแบรนด์เองคิดเป็นราว 4 ใน 100 ของการอ้างอิงใน AI ส่วนที่เหลือเกือบทั้งหมดมาจากเว็บอื่น อ่านวิธีที่ AI เลือกแหล่งข้อมูลเพิ่มได้ในบทความเรื่อง AI Search
วิดีโอภาษาอังกฤษโดย Mark McDowell ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Primal อธิบาย 6 วิธีให้แบรนด์ปรากฏใน ChatGPT รวมถึงการมีชื่ออยู่บนแหล่งข้อมูลภายนอกที่ AI เชื่อถือ
สร้าง Backlink อย่างไร
Backlink ที่ดีเกิดจากการมีสิ่งที่คนอื่นอยากอ้างถึง แล้วนำไปเสนอให้คนที่เขียนเรื่องนั้น วิธีที่ใช้ได้มี 6 วิธี
- ทำคอนเทนต์ที่คนอยากอ้างอิง เช่น ข้อมูลที่คุณเก็บเอง คู่มือที่ตอบคำถามครบ หรือเครื่องคำนวณ นักข่าวและนักเขียนลิงก์หาแหล่งข้อมูลต้นทาง อ่านวิธีวางแผนได้ในบทความเรื่อง Content Marketing
- ทำ Digital PR นำเรื่องราวหรือข้อมูลของแบรนด์ไปเสนอให้นักข่าวและสื่อออนไลน์
- เขียน Guest Post ให้เว็บที่ลูกค้าของคุณอ่าน
- ลงรายชื่อบนไดเรกทอรีและเว็บรีวิว ที่ตรงกับหมวดธุรกิจของคุณ
- แก้ลิงก์เสีย (Broken Link Building) หาหน้าบนเว็บอื่นที่ลิงก์ไปยังหน้าที่หายไปแล้ว แล้วเสนอหน้าของคุณที่ตอบเรื่องเดียวกันแทน
- ดูว่าใครลิงก์หาคู่แข่ง ใช้ Ahrefs เทียบเว็บไซต์ที่ลิงก์หาคู่แข่งแต่ยังไม่ลิงก์หาคุณ แล้วเริ่มติดต่อจากเว็บที่เกี่ยวข้องที่สุด
Mark McDowell ผู้ก่อตั้ง Primal มองว่าลิงก์จากเว็บข่าวเริ่มจากเรื่องที่มีเหตุให้เขียนเป็นข่าวจริง แบรนด์หนึ่งที่ผมเสนอแผนให้ในปีนี้มีเรื่องแบบนี้ 2 เรื่อง คือรางวัลที่ได้เมื่อปีก่อน และการได้รับการรับรองจากสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นข่าวที่ทำให้เว็บไซต์อื่นพูดถึงแบรนด์มากขึ้น AI ดูว่ามีเว็บไซต์กี่แห่งที่พูดถึงแบรนด์ และพูดถึงในหัวข้อที่เกี่ยวกับธุรกิจกว้างแค่ไหน เราจึงใช้ข่าวประชาสัมพันธ์และการลงรายชื่อบนเว็บไซต์ที่ AI อ่าน เพื่อให้ AI เชื่อถือและเอ่ยชื่อแบรนด์
Digital PR คืออะไร
Digital PR (Public Relations) คือการนำเรื่องราว ข้อมูล หรือความเห็นของแบรนด์ไปเสนอให้นักข่าวและสื่อออนไลน์ เพื่อให้ได้ข่าวที่มีทั้งชื่อแบรนด์และลิงก์กลับมายังเว็บไซต์ PR แบบดั้งเดิมวัดผลจากพื้นที่ข่าวบนสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และวิทยุ ส่วน Digital PR วัดผลจากลิงก์ ชื่อแบรนด์ที่ปรากฏ และคนที่คลิกเข้ามา
เรื่องที่ทีมเราเสนอให้สื่อมักเป็นข้อมูลใหม่หรือความเห็นของผู้เชี่ยวชาญของแบรนด์ ในงาน Digital PR ของ Primal ทีมเขียนเรื่องเสร็จใน 3 วัน และเผยแพร่บนสื่อภายใน 3 สัปดาห์หลังลูกค้าอนุมัติ
Guest Post คืออะไร
Guest Post คือบทความที่คุณเขียนให้เว็บไซต์อื่นเผยแพร่ โดยมีลิงก์กลับมายังเว็บของคุณในเนื้อหาหรือในประวัติผู้เขียน Guest Post ได้ผลเมื่อเว็บนั้นมีผู้อ่านในกลุ่มลูกค้าของคุณ และบทความให้ความรู้ที่ผู้อ่านใช้ได้จริง ถ้าเว็บนั้นคิดเงินเพื่อลงบทความ ลิงก์ควรมี rel=“sponsored” ตามคู่มือของ Google ข้างต้น
Web Directory ยังช่วย SEO ไหม
Web Directory คือเว็บที่รวบรวมรายชื่อธุรกิจหรือเว็บไซต์แยกตามหมวด เช่น ไดเรกทอรีธุรกิจท้องถิ่นและเว็บรีวิวผู้ให้บริการ ในข้อมูลข้างต้น เว็บรีวิว 3 จาก 4 แห่งใส่ Nofollow ให้ลิงก์ออกเกือบทั้งหมด
คุณค่าหลักของการลงรายชื่อจึงอยู่ที่คนที่หาผู้ให้บริการในหมวดนั้น และการที่ AI อ่านชื่อแบรนด์ของคุณ ควรลงเฉพาะไดเรกทอรีที่ตรงกับธุรกิจและมีคนใช้จริง แล้วกรอกชื่อ ที่อยู่ และบริการให้ตรงกันทุกแห่ง
เช็ก Backlink ของเว็บไซต์อย่างไร
วิธีที่ไม่มีค่าใช้จ่ายและใช้ข้อมูลจาก Google เองคือรายงานลิงก์ใน Google Search Console ตามหน้าความช่วยเหลือของ Search Console เปิดดูได้ตามขั้นตอนนี้
- เข้า Search Console แล้วเลือกพร็อพเพอร์ตี้ของเว็บไซต์คุณ
- เปิดรายงานลิงก์จากเมนูด้านซ้าย
- ในส่วนลิงก์ภายนอก ดูตารางหน้าเว็บที่เชื่อมโยงสูงสุด เพื่อดูว่าหน้าไหนได้ Backlink มากที่สุด
- ดูตารางเว็บไซต์ที่มีการลิงก์สูงสุด เพื่อดูว่าเว็บไหนลิงก์หาคุณมากที่สุด ตารางนี้รวมลิงก์ตามโดเมนหลัก
- ดูตารางข้อความที่มีการลิงก์สูงสุด เพื่อตรวจว่า Anchor Text อธิบายเว็บของคุณถูกต้อง
- ส่งออกรายการลิงก์ เพื่อเก็บไว้เทียบในเดือนถัดไป
Search Console แสดงเฉพาะลิงก์ของเว็บไซต์คุณเอง ถ้าต้องการดู Backlink ของคู่แข่ง ต้องใช้เครื่องมือที่เก็บข้อมูลลิงก์ของทั้งเว็บ เช่น Ahrefs หรือ Semrush ตัวเลขของแต่ละเครื่องมือไม่เท่ากัน เพราะแต่ละเจ้าเก็บข้อมูลจากการสำรวจเว็บของตัวเอง
Backlink แบบไหนเป็นความเสี่ยง
Backlink ที่เป็นความเสี่ยงคือลิงก์ที่มีคนสร้างขึ้นเพื่อเปลี่ยนอันดับโดยตรง ตัวอย่างคือลิงก์จำนวนมากจากเว็บที่ไม่มีคนอ่าน ลิงก์ในความคิดเห็นและโปรไฟล์ที่สร้างด้วยโปรแกรม และลิงก์จากเครือข่ายเว็บที่เจ้าของเดียวกันสร้างไว้ Google อาจดำเนินการกับเว็บไซต์ที่มีลิงก์ผิดปกติชี้เข้ามา และแจ้งผลในรายงานการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ใน Search Console
PBN คืออะไร
PBN (Private Blog Network) คือกลุ่มเว็บไซต์ที่คนหรือบริษัทเดียวกันสร้างขึ้น หรือซื้อโดเมนเก่ามาทำ เพื่อใส่ลิงก์ไปยังเว็บเป้าหมาย เว็บเหล่านี้มักมีเนื้อหาบาง ไม่มีผู้อ่านจริง และลิงก์ออกไปหาเว็บที่ไม่เกี่ยวกันหลายเว็บ ลิงก์จาก PBN เป็นลิงก์ผิดปกติแบบหนึ่งที่ทำให้เว็บไซต์ได้รับการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ได้
Disavow ใช้เมื่อไร
Disavow คือการส่งไฟล์รายชื่อลิงก์ให้ Google ผ่าน Search Console เพื่อบอกว่าไม่ต้องนำลิงก์เหล่านั้นมาพิจารณา หน้าความช่วยเหลือเรื่องการปฏิเสธลิงก์ ระบุว่าเว็บไซต์ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือนี้
Google ให้ใช้เมื่อมีลิงก์สแปม ลิงก์ปลอม หรือลิงก์คุณภาพต่ำจำนวนมากชี้มายังเว็บไซต์ และลิงก์เหล่านั้นทำให้เกิด หรือมีแนวโน้มทำให้เกิด การดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ ลิงก์สแปมที่เครื่องมือภายนอกแจ้งเตือนจึงยังไม่ใช่เหตุผลพอที่จะส่งไฟล์ Disavow
เริ่มวางแผน Backlink จากตรงไหน
เริ่มจากลิงก์ที่มีอยู่แล้ว แล้วจึงเพิ่มลิงก์ใหม่จากเว็บที่ลูกค้าและ AI อ่าน
- เปิดรายงานลิงก์ใน Search Console แล้วจดว่าหน้าไหนได้ลิงก์ และเว็บไหนลิงก์มา
- ถาม ChatGPT, Gemini และ Google ด้วยคำถามที่ลูกค้าของคุณถาม แล้วจดเว็บข่าว เว็บรีวิว และสื่อในอุตสาหกรรมที่คำตอบอ้างอิง
- เลือกหน้าเป้าหมายไม่กี่หน้า เช่น หน้าบริการหลัก แล้วทำข้อมูลหรือคู่มือที่สื่อเหล่านั้นมีเหตุผลจะอ้างถึง
- เสนอเรื่องให้บรรณาธิการและนักข่าวของสื่อในรายการ แล้วตรวจลิงก์ที่ได้ในรายงานลิงก์ทุกเดือน
ถ้าต้องการทีมที่ทำงานนี้ให้ ดูรายละเอียดบริการรับทำ Backlinkของเรา Primal ไม่ซื้อ Backlink และไม่ขาย Backlink ทุกลิงก์มาจากการติดต่อกองบรรณาธิการและ Digital PR บนเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของลูกค้า งานลิงก์เป็นส่วนหนึ่งของการทำ SEO ที่ทีมเดียวกันดูแลทั้งด้านเทคนิค คอนเทนต์ และลิงก์ และเราตรวจลิงก์ของเว็บไซต์ลูกค้าทุกเดือน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Backlink
ลูกค้ามักถามเราว่า ทำไมเครื่องมือบอกว่าเว็บไซต์มี Backlink เป็นหมื่นลิงก์
ตัวเลขนั้นมักนับทุกลิงก์ ไม่ได้นับจำนวนเว็บไซต์ เว็บเดียวที่ใส่ลิงก์หาคุณในส่วนท้ายเว็บจะสร้างลิงก์ 1 เส้นในทุกหน้าของเว็บนั้น ลิงก์หลายพันเส้นจึงอาจมาจากเว็บไม่กี่เว็บ ให้ดูจำนวนเว็บไซต์ที่ลิงก์มา (Referring Domains) และตารางเว็บไซต์ที่มีการลิงก์สูงสุดใน Search Console แทน
ลูกค้ามักถามเราว่า Link Building กับ Backlink ต่างกันอย่างไร
Backlink หมายถึงตัวลิงก์ที่ได้มา ส่วน Link Building คืองานที่ทำเพื่อให้ได้ลิงก์ เช่น ทำคอนเทนต์ ติดต่อสื่อ และทำ Digital PR เมื่อเอเจนซี่พูดถึงงาน Link Building ผลที่ควรวัดคือจำนวนเว็บไซต์ใหม่ที่ลิงก์มา และความเกี่ยวข้องของเว็บเหล่านั้น
ลูกค้ามักถามเราว่า ลิงก์ Nofollow จากเว็บอื่นมีประโยชน์ไหม
มีประโยชน์ แม้เจ้าของเว็บต้นทางจะบอก Google ว่าไม่ต้องการเชื่อมเว็บของเขากับหน้าของคุณ ลิงก์บนเว็บที่มีคนอ่านยังส่งคนเข้าเว็บไซต์ และชื่อแบรนด์บนหน้านั้นยังเป็นข้อความที่ AI อ่านได้ เว็บรีวิวหลายแห่งที่ AI อ้างอิงบ่อยใส่ Nofollow ให้ลิงก์ออกเกือบทั้งหมด
ไม่มี Backlink ติดอันดับได้ไหม
ได้ โดยเฉพาะคำค้นหาที่คนต้องการความรู้ ในหน้าผลการค้นหาของคำที่บทความนี้ตอบ ข้อมูล Ahrefs แสดงว่าหน้าในอันดับ 2 มีเว็บไซต์ลิงก์มาเพียง 3 เว็บไซต์ ขณะที่ 3 หน้าที่อยู่ต่ำกว่ามีเว็บไซต์ลิงก์มามากกว่า 1,500 เว็บไซต์ต่อหน้า สำหรับคำค้นหาแบบนี้ หน้าที่ตอบตรงคำถามจึงแข่งได้แม้มีลิงก์น้อย
ลูกค้ามักถามเราว่า Backlink ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล
Google ต้องพบหน้าที่มีลิงก์ก่อน ลิงก์จึงจะปรากฏในรายงานลิงก์ของ Search Console และมีผลกับหน้าของคุณ ในงาน SEO ของ Primal เราวัดอันดับและการเข้าชมที่ 3, 6 และ 12 เดือนหลังงานบนเว็บไซต์เสร็จ และตรวจลิงก์ใหม่ทุกเดือน

Content Writer
Methinee Sopa เป็นนักเขียนคอนเทนต์ของ Primal ที่เขียนคอนเทนต์ SEO (Search Engine Optimisation) สำหรับ Google Search และ AI Search ตั้งแต่ร่วมงานกับ Primal ในปี 2023 เธอดูแลงานตั้งแต่ Keyword Research และโครงร่างบทความ ไปจนถึงบทความบล็อกและหน้า Landing Page
เกี่ยวกับผู้เขียน




