ความท้าทาย
ลูกค้ารายนี้เป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวออนไลน์ในกรุงเทพฯ ที่ออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายและโภชนาการให้ลูกค้าแต่ละคน โดยตั้งใจให้ลูกค้าดูแลตัวเองได้ถูกวิธีและมีสุขภาพดีไปนาน ๆ
ธุรกิจต้องการเพิ่มรายได้จากการขายอาหารเสริมควบคุมน้ำหนักทางออนไลน์ แต่แพลตฟอร์มดิจิทัลมี ข้อจำกัดที่เข้มงวดในการลงโฆษณา สินค้ากลุ่มนี้ อีกทั้งธุรกิจยังไม่มีโปรโมชันในช่วงที่คนช้อปออนไลน์กันมาก เช่น แคมเปญวันที่เลขซ้ำ (Double Date) ช่วงกลางเดือน และช่วงเงินเดือนออก จึงไม่ได้ประโยชน์จากผู้เข้าชมที่เพิ่มขึ้นในช่วงเหล่านั้น สิ่งที่ธุรกิจต้องการคือแนวทางที่ทำงานได้ภายใต้ข้อจำกัดด้านโฆษณา และยังเพิ่มยอดซื้อออนไลน์ได้

แนวทางของเรา
Primal วางแคมเปญให้ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการตัดสินใจซื้อ โดยแยกวัตถุประสงค์เป็นการดูเนื้อหา (Content View) การเพิ่มสินค้าลงตะกร้า (Add to Cart) และการซื้อ (Purchase) แคมเปญดูเนื้อหายิงไปยังกลุ่มที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้า กลุ่มที่มีลักษณะคล้ายลูกค้าเดิม (Lookalike Audience) และกลุ่มกว้าง เพื่อเข้าถึงผู้คนให้ได้มากที่สุด
เมื่อแคมเปญเพิ่มสินค้าลงตะกร้าให้ผลดีตั้งแต่ช่วงแรก Primal จึงปรับโครงสร้างบัญชีโฆษณาใหม่เพื่อโฟกัสที่การเพิ่มลงตะกร้ามากขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 แคมเปญเพิ่มลงตะกร้า แคมเปญหนึ่งยิงไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ อีกแคมเปญยิงไปยังกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเอง (Custom Audience) จากข้อมูลบน Facebook และ Instagram ส่วนแคมเปญเน้นยอดซื้อยิงโฆษณาซ้ำ (Retargeting) ไปยังผู้ที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับแคตตาล็อกสินค้า
ลูกค้ามีชิ้นงานโฆษณาให้ใช้ไม่มาก Primal จึงแนะนำโฆษณาแบบไดนามิก (Dynamic Ads) ซึ่งยืดหยุ่นกว่า และแสดงโฆษณาได้ตรงกับผู้ชมแต่ละคนมากขึ้น
ผลลัพธ์ที่ได้
แคมเปญที่ปรับโครงสร้างใหม่เน้นการกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ตรงขึ้น และการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ในจุดที่ใกล้การซื้อ แคมเปญเพิ่มลงตะกร้าทั้ง 2 แคมเปญใช้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อเข้าถึงกลุ่มที่มีแนวโน้มจะซื้อมากที่สุด ส่วนแคมเปญเน้นยอดซื้อยิงซ้ำไปยังผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์กับโฆษณาไดนามิก ซึ่ง Primal ปรับให้เหมาะสมทุกเดือน เพื่อให้ชิ้นงานโฆษณาชิ้นเดียวที่มีอยู่ได้ผลมากที่สุด
อัตราคอนเวอร์ชัน (Conversion Rate) สูงขึ้น และ รายได้ออนไลน์เพิ่มขึ้นชัดเจนแม้ในช่วงที่ไม่มีโปรโมชัน ยอดซื้อเพิ่มขึ้น 2.2 เท่า ROAS (ผลตอบแทนจากค่าโฆษณา) เพิ่มขึ้น 63.2% และการเพิ่มสินค้าลงตะกร้าเพิ่มขึ้น 81%
- 2.2 เท่ายอดซื้อเพิ่มขึ้น
- 63.2%ROAS (ผลตอบแทนจากค่าโฆษณา) เพิ่มขึ้น
- 81%การเพิ่มสินค้าลงตะกร้าเพิ่มขึ้น
ข้อคิดสำคัญ
- ผลเพิ่มลงตะกร้าที่ดีในช่วงแรกนำไปสู่การปรับโครงสร้าง โดยแยกแคมเปญเพิ่มลงตะกร้าสำหรับกลุ่มเป้าหมายใหม่ และสำหรับกลุ่ม Custom Audience จาก Facebook และ Instagram
- โฆษณาไดนามิกที่ปรับทุกเดือน ช่วยให้ชิ้นงานโฆษณาชิ้นเดียวที่ลูกค้ามีได้ผลมากที่สุด
- ยอดซื้อเพิ่มขึ้น 2.2 เท่า และ ROAS เพิ่มขึ้น 63.2% โดยรายได้ออนไลน์เติบโตแม้ในช่วงที่ไม่มีโปรโมชัน









