ความท้าทาย
บริษัทรายนี้พัฒนาซอฟต์แวร์ CRM (Customer Relationship Management หรือระบบบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า) ระบบของบริษัทช่วยให้ทีมขายและทีมการตลาดทำงานได้ตามเป้าหมายทางธุรกิจ ช่วยให้องค์กรรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า และเติบโตได้ในระยะยาว
ช่วง 2024-03 ถึง 2024-06 เป็นช่วงที่ตลาดชะลอตัว (Low Season) บริษัทต้องการลูกค้าเป้าหมาย (Lead) ในจำนวนที่มากขึ้นและ มีคุณภาพสูงขึ้น การทำการตลาดแบบกว้าง ๆ จึงไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป บริษัทต้องการแนวทางที่เจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เพื่อให้ได้ลูกค้าที่ตรงกลุ่มกว่าเดิม

แนวทางของเรา
ในช่วง Low Season ดังกล่าว Primal เริ่มจากแคมเปญ Performance Max (PMax) ซึ่งใช้ระบบอัตโนมัติของ Google ปรับโฆษณาบนหลายช่องทางพร้อมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์
แต่แคมเปญ PMax ยังให้ผลไม่ตรงกับที่บริษัทต้องการ ทีม Primal จึงดูข้อจำกัดของแนวทางนี้และปรับแผนใหม่ ตั้งแต่ 2024-07 ทีมหันมาทำ SEM (Search Engine Marketing หรือการตลาดบนเครื่องมือค้นหา) เพียงอย่างเดียว เพิ่มงบประมาณให้แคมเปญ Generic ซึ่งให้ผลดีที่สุด และขยายเวลาแสดงโฆษณาจาก 5 วันเป็น 7 วันต่อสัปดาห์
ผลลัพธ์ที่ได้
Primal เริ่มใช้แผนใหม่ที่เน้น SEM ใน 2024-07 โดยเพิ่มงบประมาณให้แคมเปญที่ได้ผลดี และให้โฆษณาแสดงครบทั้งสัปดาห์ การปรับครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าจังหวะเวลาและการจัดสรรงบประมาณมีผลอย่างมากต่อการหาลูกค้าเป้าหมาย
บริษัทได้ลูกค้าเป้าหมายคุณภาพตามที่ต้องการ แม้อยู่ในช่วง Low Season ลูกค้าเป้าหมายเพิ่มขึ้น 471% ใน 3 เดือน อัตรา Conversion เพิ่มขึ้น 431% และต้นทุนต่อลูกค้าเป้าหมาย (CPL หรือ Cost per Lead) ลดลง 75%
- 471%ลูกค้าเป้าหมาย (Leads) เพิ่มขึ้น
- 431%อัตรา Conversion เพิ่มขึ้น
- 75%CPL (ต้นทุนต่อลูกค้าเป้าหมาย) ลดลง
ข้อคิดสำคัญ
- ในช่วง Low Season การทำการตลาดแบบกว้าง ๆ ไม่ได้ลูกค้าเป้าหมายในจำนวนและคุณภาพที่บริษัทต้องการ
- เมื่อ Performance Max ให้ผลไม่ตรงกับที่ต้องการ Primal จึง หันมาทำ SEM เพียงอย่างเดียว เพิ่มงบประมาณให้แคมเปญที่ได้ผลดีที่สุด และแสดงโฆษณา 7 วันต่อสัปดาห์
- จังหวะเวลาและการจัดสรรงบประมาณมีผลอย่างมาก ลูกค้าเป้าหมายเพิ่มขึ้น 471% ใน 3 เดือน และต้นทุนต่อลูกค้าเป้าหมายลดลง 75%









