วิธีปักตะกร้า TikTok ปั้นยอดขายด้วยระบบนายหน้า (Affiliate)
สรุปบล็อกนี้
Key Takeaways
การปักตะกร้าใน TikTok ทำได้ 3 รูปแบบ คือ ในคลิปวิดีโอ, ไลฟ์สด และหน้าโปรไฟล์ (Showcase) โดยผู้ที่เป็นนายหน้า (Affiliate) จำเป็นต้องมีผู้ติดตามอย่างน้อย 1,000 คน ถึงจะสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ แต่หากมีผู้ติดตามไม่ถึงตามเกณฑ์ แบรนด์สามารถแก้ไขปัญหาโดยการเชิญครีเอเตอร์ให้มาเป็นตัวแทนผ่านการตั้งค่า “บัญชีมาร์เก็ตติง” ในระบบหลังบ้านได้ และเพื่อให้การปักตะกร้าสร้างยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แบรนด์ควรตรวจสอบผลลัพธ์จากข้อมูลหลังบ้าน และปรับปรุงคอนเทนต์ให้ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายอยู่เสมอ
สำหรับธุรกิจในยุคดิจิทัล การสร้างการรับรู้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป การเปลี่ยนยอดผู้ชมให้กลายเป็นยอดสั่งซื้อแบบไร้รอยต่อ (Seamless Shopping Experience) คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น ซึ่งแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์นี้ได้ดีที่สุดในปัจจุบันก็คือ TikTok ด้วยฟีเจอร์ที่เรียกว่าการ “ปักตะกร้าสินค้า”
หากคุณคือเจ้าของแบรนด์หรือนักการตลาดที่กำลังมองหาโอกาสขยายช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าผ่านระบบนายหน้า การทำความเข้าใจวิธีปักตะกร้า TikTok แบบละเอียดไม่ใช่แค่ช่วยให้คุณทำเองได้เป็น แต่ยังทำให้คุณสามารถ “วางกลยุทธ์และแนะนำครีเอเตอร์” ให้นำสินค้าของแบรนด์ไปโปรโมตได้อย่างถูกต้อง ที่สำคัญช่วยดึงดูดนักขายสาย Affiliate ให้เข้ามาร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ ซึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนธุรกิจให้เป็นที่รู้จัก และเพิ่มยอดขายได้จริงอีกด้วย !
Table of Contents
การปักตะกร้า TikTok คืออะไร ?
การปักตะกร้าในติ๊กต็อก (TikTok) คือ การที่แบรนด์หรือนายหน้า (Affiliate) แนบลิงก์สินค้าจาก TikTok Shop เข้ากับคลิปวิดีโอ, ไลฟ์สด หรือหน้าโปรไฟล์ เพื่อให้ผู้ชมกดสั่งซื้อได้ทันที ซึ่งธุรกิจสามารถทำได้ 3 วิธีคือ
1. ขายผ่านบัญชีร้านค้าตนเอง
2. ให้นายหน้ารับค่าคอมมิชชันช่วยโปรโมต
3. ให้ครีเอเตอร์ที่ได้รับอนุญาตขายสินค้าจากแบรนด์โดยตรง
ในมุมมองของการทำธุรกิจ การเข้าใจระบบนี้คือการเปิดประตูสู่การสร้างตัวแทนจำหน่ายในช่องทางดิจิทัลจำนวนมหาศาล คุณมีหน้าที่เพียงแค่เตรียมสินค้าและตั้งค่าคอมมิชชันให้ดึงดูดใจ ส่วนครีเอเตอร์ก็จะทำหน้าที่นำเสนอเนื้อหาและปักตะกร้า TikTok เพื่อสร้างยอดขายให้แก่ธุรกิจ
ปักตะกร้าใน TikTok ทำยังไง และหากมีผู้ติดตามไม่ถึง 1,000 สามารถทำได้หรือไม่ ?
หนึ่งในข้อจำกัดที่ผู้ประกอบการมักต้องเจอเวลาไปชักชวนครีเอเตอร์หน้าใหม่มาช่วยขายสินค้า คือจำนวนผู้ติดตามไม่ถึงตามที่แพลตฟอร์มกำหนด ซึ่งในฐานะแบรนด์ คุณต้องทำความเข้าใจเงื่อนไขนี้ให้ชัดเจนเพื่ออธิบายให้พาร์ตเนอร์ฟังได้อย่างถูกต้อง โดยแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้
1. กรณีจากตัวแบรนด์/บัญชีร้านค้า (Seller)
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณสามารถไปลงทะเบียนในแอปพลิเคชัน TikTok Seller จากนั้นทำการ “เชื่อมโยงบัญชีทางการ” (Official Account) เข้ากับบัญชี TikTok ของคุณ โดยวิธีนี้จะทำให้แบรนด์สามารถปักตะกร้า TikTok ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตามแม้แต่คนเดียว อย่างไรก็ตาม วิธีนี้เหมาะสำหรับบัญชีธุรกิจเท่านั้น เพราะถ้าเป็นนายหน้าทำเองก็จะไม่สามารถรับค่าคอมมิชชันได้
2. กรณีจากนายหน้า/ครีเอเตอร์ (Affiliate)
หากครีเอเตอร์ต้องการดึงสินค้าของแบรนด์คุณไปปักตะกร้าบนบัญชี TikTok ของตัวเอง ปัจจุบันมีเงื่อนไขว่า ต้องมีผู้ติดตามขั้นต่ำ 1,000 คน และมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ดังนั้น หากคุณสมบัติของครีเอเตอร์ผิดจากเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง ก็จะไม่สามารถสมัครเป็นนายหน้าได้
ในฐานะแบรนด์หากคุณพบครีเอเตอร์ที่ถ่ายคลิปเก่งมาก แต่มีผู้ติดตามไม่ถึงเกณฑ์สักที แบรนด์สามารถใช้ฟีเจอร์ “บัญชีมาร์เก็ตติง” (Marketing Account) ในระบบหลังบ้านของร้านค้า เพื่อเชิญครีเอเตอร์คนนั้นมาเป็นตัวแทนของแบรนด์ได้ ซึ่งจะช่วยปลดล็อกให้พวกเขาปักตะกร้าสินค้าของคุณได้โดยไม่ต้องรอผู้ติดตามให้ครบ 1,000 คน
Affiliate Plan มีกี่ประเภท ธุรกิจควรเลือกแบบไหน ?
ก่อนที่จะให้นายหน้ามาปักตะกร้า TikTok แบรนด์จะต้องตั้งค่าระบบพันธมิตรใน Seller Center เสียก่อน ซึ่งการเลือกประเภทแผนงานให้เหมาะสมกับเป้าหมายของธุรกิจคือสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งตัวระบบจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้
- แผนแบบเปิด (Open Plan) : คือการเปิดให้ครีเอเตอร์ทุกคนบนแพลตฟอร์มที่ผ่านเกณฑ์ สามารถค้นหาสินค้าของคุณและดึงไปปักตะกร้า TikTok ได้อย่างอิสระ แบรนด์เพียงแค่ตั้งเปอร์เซ็นต์ค่าคอมมิชชันพื้นฐานไว้ เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้างการรับรู้ในวงกว้างและกระจายสินค้าให้คนเห็นมากที่สุด
- แผนแบบกำหนดเป้าหมาย (Targeted Plan) : คือการตั้งแคมเปญเฉพาะเจาะจง โดยแบรนด์สามารถส่งคำเชิญไปยังครีเอเตอร์ที่เลือกไว้ พร้อมเสนออัตราค่าคอมมิชชันที่สูงกว่าปกติ เพื่อจูงใจให้พวกเขามาทำคลิปให้ เหมาะสำหรับการโปรโมตสินค้าใหม่ (New Launch) หรือการร่วมงานกับ Influencer ระดับตัวท็อป
- แผนสำหรับร้านค้า (Shop Plan) : คือการตั้งค่าคอมมิชชันแบบเหมารวมให้กับ “ทุกสินค้า” ในร้านค้าของคุณในเรทเดียวกัน ทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ เหมาะสำหรับร้านค้าที่เพิ่งเริ่มต้นและมีสินค้าไม่กี่รายการ
กลยุทธ์การตั้งค่าคอมมิชชัน ดึงดูดนายหน้าให้อยากนำสินค้าของเราไปปักตะกร้า
การจะทำให้ครีเอเตอร์เลือกสินค้าของคุณไปสร้างคอนเทนต์ท่ามกลางคู่แข่งนับหมื่นร้านได้นั้น “ค่าคอมมิชชัน” (Commission Rate) คือแม่เหล็กที่ทรงพลังที่สุด ซึ่งธุรกิจต้องคำนวณต้นทุนให้ดีและใช้เทคนิคเหล่านี้เพื่อสร้างแรงจูงใจ
- กำหนดเรทคอมมิชชันที่แข่งขันได้ : โดยทั่วไป อัตราคอมมิชชันบน TikTok มักอยู่ที่ 10% – 20% หากสินค้าของคุณมีกำไรขั้นต้น (Gross Margin) สูง การดันคอมมิชชันไปถึง 25% – 30% จะทำให้คลิปที่ปักตะกร้า TikTok แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
- ใช้ฟีเจอร์ “ตัวอย่างสินค้าฟรี” (Free Samples) : ครีเอเตอร์ส่วนใหญ่มักอยากได้ของไปทดลองใช้จริงก่อนรีวิว การตั้งค่าระบบให้ครีเอเตอร์สามารถกดขอรับตัวอย่างฟรีได้ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้พวกเขาทำคลิปรีวิวที่จริงใจและมีคุณภาพสูงขึ้น แบรนด์สามารถตั้งเกณฑ์พิจารณาอนุมัติแจกของฟรีเฉพาะครีเอเตอร์ที่มียอดคนดูสูงได้
- สร้างกิจกรรมแจกรางวัลพิเศษ (Incentives) : นอกเหนือจากค่าคอมมิชชัน แบรนด์สามารถทำแคมเปญประจำเดือน เช่น “นายหน้าคนไหนทำยอดขายทะลุ 100 ออเดอร์ รับโบนัสพิเศษ 5,000 บาท” สิ่งนี้จะเป็นแรงผลักดันชั้นดีให้พวกเขาขยันไลฟ์สดและปักตะกร้าในติ๊กต็อกให้คุณทุกวัน
คู่มือที่แบรนด์ต้องรู้ แนะนำครีเอเตอร์ปักตะกร้าใน TikTok ให้ยอดพุ่ง !
เมื่อแบรนด์ตั้งค่าคอมมิชชันในระบบ Affiliate เรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญถัดมาคือการสื่อสารและแนะนำนายหน้าให้ทำงานได้อย่างถูกต้อง นี่คือวิธีปักตะกร้าในติ๊กต็อกแบบแยกตามประเภทคอนเทนต์ (Search Intents) ที่ธุรกิจสามารถนำไปใช้เป็นคู่มือแจกจ่ายให้เหล่าครีเอเตอร์ได้เลย
1. วิธีปักตะกร้าใน Short Video
การปักตะกร้าในคลิปวิดีโอ คือหัวใจหลักของการสร้างยอดขายแบบ Passive Income ครีเอเตอร์สามารถนำสินค้าของแบรนด์ไปรีวิว แกะกล่อง หรือใช้งานจริง โดยมีขั้นตอนดังนี้
- ถ่ายทำและอัปโหลด : ให้ครีเอเตอร์เปิดแอป TikTok กด “+” เพื่อถ่ายทำหรืออัปโหลดคลิปรีวิวสินค้า
- เข้าสู่หน้าตั้งค่าการโพสต์ : หลังตัดต่อเสร็จ ให้กด “ถัดไป” (Next) จนถึงหน้าพิมพ์แคปชั่น
- เพิ่มลิงก์สินค้า : กดที่คำว่า “เพิ่มลิงก์” (Add Link) และเลือก “สินค้า” (Product)
- ดึงสินค้าจากแบรนด์ : ค้นหาสินค้าจากแบรนด์ของคุณในศูนย์ Affiliate แล้วกด “เพิ่ม” (Add)
- ตั้งชื่อให้น่าคลิก : ตั้งชื่อปุ่มตะกร้าให้กระชับและกระตุ้นการตัดสินใจ (เช่น “กระเป๋ารุ่นฮิต ส่งฟรี!”) ไม่เกิน 30 ตัวอักษร
- โพสต์คลิป : เมื่อกดโพสต์ ตะกร้าสีเหลืองจะปรากฏที่มุมซ้ายล่างของคลิปทันที
2. ปักตะกร้าตอนไลฟ์สด TikTok ให้ยอดขายพุ่ง
การไลฟ์สดคือช่วงเวลาทองที่แบรนด์สามารถกอบโกยยอดขายได้แบบทวีคูณ (Spike Sales) แบรนด์ควรสนับสนุนให้ครีเอเตอร์ไลฟ์สดพร้อมกับแจกคูปองส่วนลด สำหรับขั้นตอนการปักตะกร้าตอนไลฟใน TikTok ต้องทำยังไงนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วน ดังนี้
การเตรียมตะกร้าก่อนเริ่มไลฟ์
- กด “+” แล้วเลื่อนไปที่โหมด “LIVE”
- ก่อนกดเริ่มไลฟ์ ให้มองหาไอคอน “ธุรกิจ” (Business) หรือ “สินค้า” (Products) ที่แถบเมนูด้านขวา
- กด “เพิ่มสินค้า” (Add Product) แล้วเลือกสินค้าของแบรนด์ที่ต้องการโปรโมตเข้ามาไว้ในแคตตาล็อกไลฟ์
การปักหมุด (Pin) ระหว่างที่กำลังไลฟ์
- เมื่อครีเอเตอร์เริ่มพูดถึงสินค้าชิ้นนั้น ๆ ให้กดที่ไอคอนตะกร้าบนหน้าจอไลฟ์
- เลือกสินค้าที่ต้องการแล้วกดปุ่ม “ปักหมุด” (Pin)
- ตัวสินค้าจะเด้งขึ้นมาเป็น Pop-up ชัดเจนบนหน้าจอของผู้ชม ทำให้พวกเขาสามารถกดสั่งซื้อได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนแอปพลิเคชัน
3. วิธีปักตะกร้า TikTok บนหน้าโปรไฟล์ (Showcase)
การทำ Showcase หรือหน้าตู้โชว์สินค้า เป็นการเปลี่ยนหน้าโปรไฟล์ของครีเอเตอร์ให้กลายเป็นหน้าร้านสาขาย่อยของแบรนด์คุณ
- ไปที่หน้าโปรไฟล์ของบัญชีครีเอเตอร์ แตะที่ไอคอนรูป “ตะกร้าสินค้า”
- เลือกเข้าไปที่ “เข้าสู่ศูนย์รวมครีเอเตอร์” (Creator Center) หรือพื้นที่ E-commerce
- เลือกเมนู “จัดการโชว์เคส” (Manage Showcase)
- กด “เพิ่มสินค้า” (Add product) และค้นหาสินค้าจากระบบ Affiliate ของแบรนด์คุณ
- เมื่อกดเพิ่ม สินค้าจะไปเรียงโชว์อยู่บนหน้าโปรไฟล์ ผู้ติดตามสามารถเข้ามากดชอปปิงได้ตลอดเวลา
สรุป ! เงื่อนไขและวิธีแก้ปัญหาการปักตะกร้าสินค้าบน TikTok
ในการทำงานร่วมกับนายหน้า แบรนด์มักเจอคำถามว่าทำไมสินค้าถึงปักตะกร้าไม่ได้ นี่คือตาราง Checklist ที่ธุรกิจและครีเอเตอร์สามารถนำไปใช้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาร่วมกันได้
| ปัญหาที่พบ | สาเหตุหลักในมุมมองระบบ | วิธีแก้ไขสำหรับแบรนด์และครีเอเตอร์ |
|---|---|---|
| ไอคอนเพิ่มลิงก์ “สินค้า” หายไป | ครีเอเตอร์ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน หรือการตั้งค่าภูมิภาค (Region) ในแอปไม่ตรงกับร้านค้า | แจ้งครีเอเตอร์ให้อัปโหลดบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน และเช็กตั้งค่า Location ให้ตรงกัน |
| ค้นหาสินค้าแบรนด์ไม่เจอ / เพิ่มไม่ได้ | สินค้าอาจสต็อกหมด หรือแบรนด์ตั้งค่าแคมเปญ Affiliate ผิดพลาด | แบรนด์ต้องเข้าไปใน Seller Center เพื่อเติมสต็อก หรือเปิดแคมเปญให้เป็นสาธารณะ |
| บัญชีถูกจำกัดการทำ Affiliate | ผู้ติดตามลดลงต่ำกว่า 1,000 คน หรือทำผิดกฎชุมชน (Community Guidelines) | แบรนด์สามารถดึงครีเอเตอร์เข้ามาเชื่อมเป็น “บัญชีมาร์เก็ตติ้ง” ของร้าน เพื่อปลดล็อกข้อจำกัด |
| ค่าคอมมิชชันไม่ตรงกับที่ตกลงไว้ | แบรนด์มีการแก้ไขเปอร์เซ็นต์ค่าคอมมิชชันหลังจากที่ครีเอเตอร์ดึงสินค้าไปใส่ Showcase แล้ว | แบรนด์ควรแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนปรับลดคอมมิชชัน เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตร |
| ตะกร้าหายไปจากคลิปวิดีโอ | สินค้าละเมิดข้อกำหนดแพลตฟอร์ม หรือมีการใช้คำเคลมเกินจริงในคลิปวิดีโอ | แบรนด์ต้องส่งเอกสารรับรองสินค้าให้แพลตฟอร์ม และแนะนำครีเอเตอร์ให้เลี่ยงคำต้องห้าม |
หลังปักตะกร้า TikTok แบรนด์และนายหน้าสามารถตรวจสอบยอดขายอย่างไร ?
สิ่งสำคัญที่สุดของการทำการตลาดคือ “การวัดผล” (Data Analytics) หลังจากที่คอนเทนต์ถูกปล่อยออกไป ธุรกิจและครีเอเตอร์สามารถติดตามประสิทธิภาพการปักตะกร้า TikTok ได้ดังนี้
สำหรับฝั่งแบรนด์ (TikTok Seller Center)
- ดูผ่าน Affiliate Dashboard : แบรนด์สามารถล็อกอินเข้าหลังบ้านเพื่อดูว่าครีเอเตอร์คนไหนสร้างยอดขาย (GMV) ให้มากที่สุด, สินค้าตัวไหนถูกนำไปปักตะกร้ามากที่สุด เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนแคมเปญในอนาคต
- การประเมิน Conversion Rate : หากยอดวิวคลิปของนายหน้าสูงมาก มีคนกดตะกร้าเยอะ แต่ไม่มีคนกดชำระเงิน แบรนด์อาจต้องพิจารณาปรับราคาสินค้า, เพิ่มโปรโมชัน, แจกคูปองส่งฟรี หรือปรับปรุงรูปภาพและรายละเอียดหน้าสินค้าให้ดึงดูดใจมากขึ้น
สำหรับฝั่งนายหน้า (Creator Center)
- การติดตามการคลิก (Click-Through) : นายหน้าสามารถดูสถิติว่าแต่ละคลิปมีคนกดเข้าไปดูตะกร้ากี่ครั้ง
- ตรวจสอบสถานะค่าคอมมิชชัน : ค่าคอมมิชชันจะไม่เข้าทันทีที่ลูกค้าสั่งซื้อ แต่จะได้รับก็ต่อเมื่อสถานะการสั่งซื้อเสร็จสมบูรณ์ คือลูกค้าได้รับของและหมดระยะเวลาการคืนสินค้า (โดยปกติ 7-14 วัน) ยอดเงินถึงจะถูกโอนเข้าสู่สถานะ “ถอนเงินได้” (Withdrawable)
ต่อยอดความสำเร็จ ด้วยการนำคลิปนายหน้ามายิงโฆษณา
หากพบว่า ครีเอเตอร์คนหนึ่งมีกลยุทธ์ทำคอนเทนต์ TikTok ให้เป็นไวรัล ทั้งยังรีวิวสินค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ดูน่าเชื่อถือ แถมคลิปนั้นมีคนกดซื้อเยอะ ให้รีบคว้าโอกาสนั้นไว้ ด้วยการนำคลิปที่ปักตะกร้า TikTok นั้นไปยิงโฆษณาต่อยอด ด้วยรูปแบบที่เรียกว่า “Spark Ads” ซึ่งสามารถทำได้ตามขั้นตอนด้านล่างนี้
- ขอรหัสอนุญาต (Authorization Code) : แบรนด์ต้องให้นายหน้ากดตั้งค่าอนุญาตให้สิทธิ์โฆษณาในคลิปนั้น ๆ แล้วคัดลอกรหัส (Code) ส่งมาให้แบรนด์
- ตั้งค่าใน Ads Manager : แบรนด์นำรหัสไปกรอกในระบบจัดการโฆษณาของ TikTok เพื่อดึงคลิปของครีเอเตอร์คนนั้นมาใช้เป็นชิ้นงานโฆษณา (Creative)
- เลือกวัตถุประสงค์ (Objective) : เลือกเป้าหมายแบบ “ยอดขายในร้านค้า (Shop Purchases)” ระบบจะนำส่งคลิปของนายหน้าไปหาผู้คนที่มีพฤติกรรมชอบซื้อของบนแอป
เพียงเท่านี้ก็จะได้ผลลัพธ์แบบ Win-Win แบรนด์เองก็ได้ยอดขายเพิ่มจากการเข้าถึงคนได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันนายหน้าก็ยังคงได้รับค่าคอมมิชชันจากทุกออเดอร์ที่เกิดจากคลิปนั้น ถือเป็นการสร้างผลกำไรให้เติบโตไปพร้อมกัน
กลยุทธ์ปั้นแบรนด์ ดันครีเอเตอร์ให้เป็นดาวพร้อมปักตะกร้า สรุปแล้วปังจริงหรือแค่กระแส ?
หลายธุรกิจอาจสงสัยว่าการใช้นายหน้ามาช่วยขายเป็นแค่เทรนด์ชั่วคราวหรือไม่ คำตอบคือ ทำได้จริงและเป็นกลยุทธ์ที่สร้างยอดขายได้อย่างยั่งยืน เพราะการรู้วิธีปักตะกร้าในติ๊กต็อกด้วยตัวเองเพื่อขายผ่านช่องทางออฟฟิเชียลนั้นเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่การ “ปั้น” และสนับสนุนครีเอเตอร์หน้าใหม่ให้กลายเป็นดาวเด่นประจำแบรนด์ คือวิถีของธุรกิจยุคใหม่ที่ต้องการเติบโตแบบก้าวกระโดด
ดังนั้น การทำ Affiliate Marketing แบรนด์จะต้องมองให้ลึกกว่า การตั้งค่าคอมมิชชัน โดยเฉพาะใน TikTok Affiliate คืออะไร และมีรูปแบบการทำงานอย่างไร เมื่อเข้าใจแก่นของระบบนี้แล้ว ก็จะช่วยให้คุณเปลี่ยนครีเอเตอร์ธรรมดาให้กลายเป็น “พนักงานขายและแบรนด์แอมบาสเดอร์” ได้จำนวนมหาศาล ผ่านโมเดลการจ่ายตามยอดขายจริง (Pay-Per-Sale) เรียกได้ว่าทั้งคุ้มค่า และดีกว่าการทุ่มงบจ้างพรีเซ็นเตอร์หลักแสนโดยไม่การันตียอดขายใด ๆ
ติดจรวดสร้างยอดขายควบคู่ไปกับการทำ Affiliate Marketing ด้วยบริการทำ TikTok SEO กับ Primal Digital Agency
สำหรับแบรนด์ที่รู้สึกว่า การเตรียมข้อมูลหลังบ้านเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะมีเงื่อนไขที่ต้องทำตามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับแต่งชื่อสินค้า รายละเอียด และแฮชแท็กให้ตรงตามหลัก TikTok SEO เพื่อให้นายหน้าค้นหาสินค้าเจอได้ง่าย และช่วยให้คลิปของพวกเขาติดอันดับบนหน้าค้นหา Primal Digital Agency เรามีบริการรับทำ TikTok SEO และยิง Ads โดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลและวางกลยุทธ์ตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้ทุก ๆ แคมเปญการปักตะกร้าและการไลฟ์สดของครีเอเตอร์ สามารถสร้างเม็ดเงินให้กับแบรนด์ของคุณได้อย่างคุ้มค่าและต่อยอดให้ติดกระแสตลาดแบบยาว ๆ เริ่มต้นปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของ Primal เพื่อวางกลยุทธ์โฆษณาที่เหมาะกับแผนการตลาดของคุณได้เลย !
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีปักตะกร้าใน TikTok (FAQs)
| คำถาม | คำตอบ |
|---|---|
| แบรนด์ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้ครีเอเตอร์ที่มาปักตะกร้า TikTok หรือไม่ ? | หากเป็นการเปิดระบบ Affiliate ทั่วไป แบรนด์ไม่ต้องจ่ายค่าจ้างทำคลิปเป็นเงินก้อน แต่จะจ่ายเพียงค่า “ค่าคอมมิชชัน” ให้กับครีเอเตอร์ตามเปอร์เซ็นต์ที่แบรนด์ตั้งไว้ และจ่ายต่อเมื่อเกิดคำสั่งซื้อที่สำเร็จแล้วเท่านั้น |
| ปักตะกร้า TikTok ต้องมีผู้ติดตามกี่คน แบรนด์ถึงจะสามารถเลือกให้มาช่วยขายได้ ? | ตามกฎของแพลตฟอร์ม ครีเอเตอร์ต้องมีผู้ติดตาม 1,000 คนขึ้นไป ถึงจะเปิดระบบ Affiliate ได้ อย่างไรก็ตาม แบรนด์จะพิจารณาจากยอด Engagement Rate ของคลิปประกอบด้วย บางครั้งครีเอเตอร์สาย Niche ที่มีผู้ติดตามหลักร้อย ก็อาจสร้างยอดขายได้ดีกว่าหลักพัน ซึ่งในกรณีนี้แบรนด์อาจพิจารณาส่งคำเชิญ เพื่อให้ปักตะกร้าโดยไม่ต้องมียอดผู้ติดตามถึงตามเงื่อนไขกำหนด |
| แบรนด์สามารถเพิ่มตะกร้าสินค้าในช่อง TikTok ของตัวเองได้กี่ชิ้น ? | ธุรกิจสามารถอัปโหลดสินค้าลงในบัญชี Seller Center ได้แบบไม่จำกัดจำนวน และสามารถเพิ่มสินค้าเข้าไปในหน้า Showcase บนหน้าโปรไฟล์ได้สูงสุดตามโควตาที่ระบบกำหนดในแต่ละระดับร้านค้า ส่วนในการโพสต์ 1 คลิปวิดีโอ สามารถแท็กสินค้าย่อยลงไปได้หลายรายการ |
| ปักตะกร้าใน TikTok ยังไง หากต้องการให้ครีเอเตอร์ช่วยดันสินค้าใหม่เป็นพิเศษ ? | แบรนด์สามารถเข้าไปที่ Seller Center แล้วเลือกฟีเจอร์ “แคมเปญแบบกำหนดเป้าหมาย” (Targeted Plan) เพื่อยื่นข้อเสนออัตราค่าคอมมิชชันในเรทที่สูงเป็นพิเศษให้กับกลุ่มครีเอเตอร์ที่คุณคัดเลือกมาแล้ว เพื่อจูงใจให้พวกเขาหยิบสินค้าตัวใหม่ล่าสุดไปปักตะกร้าและทำคอนเทนต์โปรโมตก่อนใคร |
| ทำไมให้ครีเอเตอร์ปักตะกร้าสินค้าแล้ว แต่พอกดซื้อกลับขึ้นว่าไม่พร้อมให้บริการในพื้นที่นี้ ? | ปัญหานี้มักเกิดจากการที่แบรนด์ไม่ได้ตั้งค่าการจัดส่ง (Shipping Template) ในระบบหลังบ้านให้ครอบคลุมพื้นที่รหัสไปรษณีย์ของลูกค้า หรือสต็อกสินค้าในคลังหมด แนะนำให้เจ้าของธุรกิจหมั่นตรวจสอบสต็อกและการตั้งค่าบริษัทขนส่งอย่างสม่ำเสมอ |
Join the discussion - 0 Comment