ช่องทางการตลาดสำหรับ E-Commerce ที่ไม่ควรพลาดในยุคนี้

ไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่าการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) เติบโตและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการทำ E-Commerce จากข้อมูลของ eMarketer พบว่ามีอัตราการเติบโตขึ้นในปี 2020 ถึง 26% และในปี 2021 ก็เติบโตอีก 17% ซึ่งมีการประมาณการเอาไว้ว่ามีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอีกในแต่ละปีต่อจากนี้ถึง 11% ต่อปี

E-Commerce คือ แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลซ (Marketplace) ที่ใช้ดำเนินธุรกิจซื้อ-ขายสินค้าและบริการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์และระบบอินเทอร์เน็ต โดยจะมีเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันเป็นช่องทางในการโปรโมตแบรนด์ รวมถึงเป็นช่องทางติดต่อระหว่างลูกค้าและร้านค้าด้วยกันเอง

อ่านเพิ่มเติม: รู้จักเว็บไซต์ E-COMMERCE แพลตฟอร์มที่กำลังมาแรงในยุคนี้

ในบริบทของประเทศไทยเอง นับตั้งแต่เจอสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยอดขายของ E-Commerce ก็เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยยอดขายสินค้าออนไลน์ในปี 2020 เพิ่มขึ้นจากปี 2019 ถึง 80% ซึ่งสวนทางกับยอดขายหน้าร้านที่ลดฮวบเข้าแดนติดลบกว่า 10% โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมในการจับจ่ายผ่าน E-Commerce มากที่สุดก็คือ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย, เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน, ของใช้ส่วนตัว รวมทั้งอาหารและเครื่องดื่มด้วย

อัตราการเติบโตที่ก้าวกระโดดเหล่านี้ สะท้อนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งแบรนด์ก็จำเป็นต้องปรับตัวตามเพื่อความอยู่รอด ด้วยการหันมาทำช่องทาง E-Commerce ไม่ว่าจะทั้งผ่านเว็บไซต์ของแบรนด์, แพลตฟอร์มหรือโซเชียลมีเดียต่าง ๆ

ช่องทางการตลาดสำหรับ e-commerce

ช่องทางการตลาดสำหรับ E-Commerce มีกี่ประเภท?

ช่องทางการตลาดสำหรับ E-commerce มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท ดังนี้

  • Organic Channel – ช่องทางการทำการตลาดแบบ Organic คือช่องทางที่แบรนด์สามารถทำได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แก่ตัวกลาง โดยส่วนมากจะนิยมใช้ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
  • Paid Channel – ช่องทางการทำการตลาด E-Commerce แบบเสียค่าใช้จ่าย โดยส่วนมากจะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทำโฆษณาหรือการโปรโมตสินค้าและบริการของแบรนด์ผ่านตัวกลาง

ช่องทางการตลาดสำหรับ E-Commerce ที่น่าสนใจ มีอะไรบ้าง?

SEO Marketing

การทำ Search Engine Optimization (SEO) เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วในแวดวงการทำการตลาดออนไลน์ ด้วยเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและได้รับความน่าเชื่อถือบนโลกออนไลน์ ซึ่ง SEO Marketing จัดว่าเป็นช่องทางการตลาดสำหรับ E-Commerce ประเภท Organic แต่ในปัจจุบันก็ถือว่ามีอัตราการแข่งขันที่สูง รวมถึง Search Engines ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Google ก็มีการออกกฏระเบียบและมาตรการใหม่ ๆ ผ่านการอัปเดตอัลกอริทึม ซึ่งก็จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดเหล่านี้ให้ดีเพื่อให้ SEO ของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด

SEM Marketing

ตีคู่มากับการทำ SEO ก็คือการทำ Search Engine Marketing (SEM) ที่มีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก ต่างที่การทำ SEM จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาประเภท Pay-Per-Click (PPC) ซึ่งการทำ SEM ก็เป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในการทำการตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เพิ่งเริ่มสร้างแบรนด์ เพราะสามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะเวลาอันสั้น

E-Mail Marketing

การทำการตลาดผ่านอีเมล (E-Mail Marketing) คือช่องทางที่แสนจะเรียบง่ายแต่ให้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะสามารถประชาสัมพันธ์ข่าวสาร ข้อมูลสินค้าหรือบริการ กิจกรรมและโปรโมชันต่าง ๆ ถึงผู้บริโภคได้โดยตรง ช่วยให้แบรนด์ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย แต่ได้รับผลลัพธ์ที่ชัดเจน

Social Media Marketing

ไม่มีใครปฏิเสธบทบาทและความสำคัญของโซเชียลมีเดียในยุคนี้ได้ การทำ Social Media Marketing จึงได้รับความนิยมอย่างมาก ส่วนผลลัพธ์ที่แบรนด์ได้รับก็มากมายเหลือคณา ไม่ว่าจะเป็นทั้งการประชาสัมพันธ์ สื่อสารกับผู้บริโภค, การสร้างความน่าเชื่อถือ, การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง, การเข้าถึงลูกค้าใหม่ ๆ และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ในปัจจุบันช่องทางโซเชียลมีเดียยังสามารถใช้ในการขายสินค้าได้อีกด้วย

Affiliate Marketing

อีกหนึ่งช่องทางการทำการตลาดสำหรับ E-Commerce ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในยุคนี้ก็คือการทำ Affiliate Marketing หรือการทำการตลาดออนไลน์ด้วยการ “ช่วยขาย” ผ่านตัวกลางในการทำโฆษณาอย่างบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ซึ่งในปัจจุบันแพลตฟอร์ม E-Commerce ก็มีฟีเจอร์ที่รองรับการทำการตลาดในรูปแบบนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่แบรนด์และตัวกลางที่จะต้องทำงานด้วยกัน

สรุป

ในปัจจุบันมีช่องทางการตลาดสำหรับ E-Commerce อยู่มากมาย ซึ่งแต่ละช่องทางก็มีจุดเด่นและจุดด้อยที่ต่างกันไป รวมถึงความเหมาะสมของการนำไปใช้ก็มีหลากหลายเช่นกัน ดังนั้นในการวางกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ดี คุณควรศึกษารายละเอียดและรวบรวบข้อมูลของแบรนด์, กลุ่มเป้าหมาย, คู่แข่งและอุตสาหกรรมในแต่ละประเภทให้ถี่ถ้วนก่อน เพื่อที่จะสามารถนำมาปรับใช้ให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุด