เมื่อ AI กลายเป็น Search Engine ใหม่ แบรนด์ไทยควรทำอย่างไร ?
สรุปบล็อกนี้
Key Takeaways
AI Search กำลังเปลี่ยนเกมการมองเห็นของแบรนด์ไทย จากเดิมที่แบรนด์แข่งกันทำอันดับบนหน้าแรกของ Google สู่ยุคที่ต้องทำให้ AI เข้าใจ เชื่อถือ และเลือกพูดถึงในคำตอบ การทำ SEO บนเว็บไซต์อย่างเดียวจึงไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะ AI ยังอ้างอิงข้อมูลจาก Social Media, Review Sites, Forums, Marketplace และแหล่งข้อมูลท้องถิ่นจำนวนมาก แบรนด์จึงต้องสร้าง Brand Presence ให้แข็งแรงและสอดคล้องกันในหลายช่องทาง พร้อมวางกลยุทธ์แยกสำหรับ Google AI Overviews, ChatGPT และ Gemini เพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกเลือกเป็นคำตอบ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การเป็นผู้ชนะในโลก Search Marketing มักหมายถึงการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google ให้ได้มากที่สุด ยิ่งแบรนด์อยู่หน้าแรก ยิ่งมีโอกาสได้คลิก ได้แทรฟฟิก และเปลี่ยนผู้เข้าชมให้กลายเป็นลูกค้า โมเดลแบบเดิมจึงค่อนข้างตรงไปตรงมา คือทำอันดับให้ดี ดึงคนเข้าเว็บไซต์ แล้วปิดการขายให้ได้
แต่ในปี 2026 เกมนี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพราะ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยค้นหาอีกต่อไป แต่เริ่มทำหน้าที่เป็น “ผู้เลือกคำตอบ” ให้ผู้บริโภคโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น Google AI Overviews, AI Mode, Gemini หรือ ChatGPT ผู้ใช้จำนวนมากอาจไม่ได้เลื่อนลงไปดูเว็บไซต์หลาย ๆ แห่งเหมือนเดิม แต่รับคำตอบจาก AI ตั้งแต่หน้าแรกของการค้นหา หรือจากบทสนทนากับ AI Assistant ทันที
นั่นหมายความว่า แบรนด์ไม่ได้แข่งขันกันแค่ว่าใครติดอันดับสูงกว่า แต่กำลังแข่งขันกันว่า “AI จะเลือกพูดถึงแบรนด์ไหน” และ “AI จะใช้ข้อมูลจากที่ใดมาตอบคำถามเกี่ยวกับแบรนด์”
Caption: AI Search กำลังเปลี่ยนบทบาทของ Search Engine จากการแสดงผลลัพธ์ สู่การคัดเลือกคำตอบที่ผู้บริโภคควรเห็น
Table of Contents
AI Search ในไทยยังเริ่มจาก Google เป็นหลัก
จากข้อมูลที่ Primal วิเคราะห์ตลอด 90 วัน ครอบคลุม 128 แบรนด์ไทย และ AI Citations มากกว่า 1.17 ล้านรายการ พบว่า Search และ AI Traffic ในไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ใน Google Ecosystem ซึ่งรวม Google Search, AI Overviews และ Gemini เข้าด้วยกัน
ข้อมูลนี้สำคัญมาก เพราะแม้ ChatGPT จะเป็นเครื่องมือที่ถูกพูดถึงมากในระดับโลก แต่สำหรับตลาดไทย แบรนด์ยังไม่ควรมองข้าม Google เป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเมื่อ AI Overviews เริ่มปรากฏอยู่ด้านบนของผลการค้นหา และ AI Mode กำลังกลายเป็นประสบการณ์ Search รูปแบบใหม่ที่เน้นการสนทนาเป็นหลัก
ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์
| Metric | จำนวน |
|---|---|
| แบรนด์ไทยที่ถูกติดตาม | 128 แบรนด์ |
| AI Answers ที่ถูกติดตาม | 481,560 คำตอบ |
| AI Citations ที่ถูกวิเคราะห์ | 1,175,709 รายการ |
| แหล่งข้อมูลที่ AI อ้างอิง | 35,352 แหล่ง |
| ระยะเวลาการเก็บข้อมูล | 90 วัน |
ในอดีต ผู้ใช้ค้นหาคีย์เวิร์ด เห็นลิงก์ 10 อันดับ แล้วเลือกคลิกเว็บไซต์ด้วยตัวเอง แต่ปัจจุบัน AI สามารถสรุปคำตอบให้ก่อนที่ผู้ใช้จะคลิกเข้าเว็บ และในอนาคต เมื่อ AI Mode กลายเป็นค่าเริ่มต้นมากขึ้น การคลิกเข้าเว็บไซต์อาจลดลงเรื่อย ๆ ดังนั้น ตัวชี้วัดสำคัญอาจไม่ได้มีแค่ Click หรือ Traffic อีกต่อไป แต่คือ Brand Visibility ในคำตอบของ AI ว่าแบรนด์ถูกพูดถึงบ่อยแค่ไหน และถูกพูดถึงในบริบทใด
การเปลี่ยนผ่านของ Search
| ยุคของ Search | รูปแบบการค้นหา | สิ่งที่เกิดขึ้นกับแบรนด์ |
|---|---|---|
| ก่อนปี 2024 | Blue Links | ผู้ใช้เห็นลิงก์หลายเว็บไซต์และเลือกคลิกเอง |
| ปี 2025 | AI Overviews | AI สรุปคำตอบอยู่ด้านบนของผลการค้นหา |
| ปี 2026 | AI Mode | Search กลายเป็นบทสนทนา และ Click อาจลดลง |
ถ้าไม่ใช่ Top Brand AI อาจแทบไม่เห็นคุณ
หนึ่งในข้อสังเกตที่ได้จากการสำรวจครั้งนี้คือ ในแต่ละหมวดธุรกิจ AI มักเลือกพูดถึงแบรนด์เพียงไม่กี่ราย โดยเฉลี่ยแล้ว Top 2 Brands ในแต่ละ Category ได้สัดส่วน AI Mentions รวมกันถึง 76% หมายความว่าแบรนด์ที่เหลือทั้งหมดต้องแบ่งพื้นที่การมองเห็นกันในสัดส่วนที่น้อยกว่ามาก
สัดส่วน AI Mentions ของ Top 2 Brands ในแต่ละอุตสาหกรรม
| อุตสาหกรรม | สัดส่วน AI Mentions ของ Top 2 Brands |
|---|---|
| คลินิกเสริมความงาม | 94% |
| เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน | 91% |
| โรงแรม | 73% |
| ธนาคาร | 64% |
| การท่องเที่ยว | 57% |
| ค่าเฉลี่ยรวม | 76% |
ในบางอุตสาหกรรม ภาพนี้ยิ่งชัดเจนขึ้น เช่น หมวดคลินิกเสริมความงาม ที่ Top 2 Brands ได้ AI Mentions รวมกันสูงถึง 94% หรือหมวดเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ที่ Top 2 Brands ได้ 91% สะท้อนว่า ยิ่งหมวดธุรกิจแคบหรือเฉพาะทางมากเท่าไร AI ก็ยิ่งมีแนวโน้มจะเลือกพูดถึงแบรนด์เดิม ๆ ซ้ำมากขึ้นเท่านั้น
สำหรับแบรนด์ไทย นี่คือสัญญาณเตือนสำคัญ เพราะถ้าแบรนด์ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ AI เลือกพูดถึง โอกาสในการถูกค้นพบอาจลดลงอย่างมาก แม้จะยังมีเว็บไซต์ มีคอนเทนต์ หรือมีแคมเปญการตลาดอยู่ก็ตาม
AI ไม่ได้เชื่อแค่สิ่งที่แบรนด์พูดถึงตัวเอง
อีกประเด็นที่เปลี่ยนวิธีคิดของนักการตลาดอย่างมาก คือ AI ไม่ได้อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ของแบรนด์เป็นหลัก จากข้อมูลของ Primal พบว่า มีเพียงประมาณ 4% ของ AI Citations เกี่ยวกับแบรนด์ที่มาจากเว็บไซต์ของแบรนด์เอง และมีเพียงประมาณ 2% ที่มาจาก Blog ของแบรนด์
แหล่งที่มาของ AI Citations เกี่ยวกับแบรนด์
| แหล่งข้อมูล | สัดส่วนโดยประมาณ |
|---|---|
| เว็บไซต์ของแบรนด์เอง | 4% |
| บล็อกของแบรนด์เอง | 2% |
| แหล่งข้อมูลอื่น เช่น Social, Forums, News, Reviews, Wikipedia | 96% |
นั่นหมายความว่า การเขียนบทความ SEO เพิ่มบนเว็บไซต์ตัวเองอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการชนะ AI Search อีกต่อไป เพราะ AI ไม่ได้ดูแค่ว่าแบรนด์พูดถึงตัวเองอย่างไร แต่ดูว่าคนอื่น แพลตฟอร์มอื่น และเว็บไซต์อื่นพูดถึงแบรนด์อย่างไรด้วย พูดง่าย ๆ คือ AI กำลังตัดสินแบรนด์จาก “ภาพรวมของชื่อเสียงบนเว็บไซต์” มากกว่า “สิ่งที่แบรนด์ประกาศบนเว็บไซต์ตัวเอง”
Local Sources มีบทบาทมากกว่าที่คิด
สิ่งที่น่าสนใจสำหรับตลาดไทยคือ แหล่งข้อมูลท้องถิ่นมีบทบาทสูงมากใน AI Citations แหล่งข้อมูลที่ AI ใช้อ้างอิงเกี่ยวกับแบรนด์ไทยบ่อย ได้แก่ YouTube, Facebook, Google, Reddit, Pantip, Shopee, Kapook, my-best.com, Wongnai และ Wikipedia
Top 10 แหล่งข้อมูลที่ AI ใช้อ้างอิงเกี่ยวกับแบรนด์ไทย
| อันดับ | แหล่งข้อมูล | จำนวนครั้งที่ใช้อ้างอิง |
|---|---|---|
| 1 | YouTube | 60,474 |
| 2 | 36,674 | |
| 3 | 28,706 | |
| 4 | 10,275 | |
| 5 | Pantip | 8,666 |
| 6 | Shopee | 8,630 |
| 7 | Kapook | 7,447 |
| 8 | my-best.com | 6,729 |
| 9 | Wongnai | 5,426 |
| 10 | Wikipedia | 4,698 |
ใน Top 10 ข้างต้นนี้ มีหลายแพลตฟอร์มที่เป็น Local Layer ของไทย เช่น Pantip, Shopee, Kapook, my-best.com และ Wongnai ซึ่งหลายแบรนด์อาจยังไม่เคยวางแผนจัดการ Presence อย่างจริงจัง ทั้งที่แพลตฟอร์มเหล่านี้กำลังมีผลต่อสิ่งที่ AI ใช้สรุปและแนะนำผู้บริโภค
กรณี my-best.com ที่หลายแบรนด์อาจมองข้าม
ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ my-best.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์รีวิวและจัดอันดับสินค้าแบบ Listicle จากญี่ปุ่น แต่มีบทบาทในไทย และติดอันดับแหล่งข้อมูลที่ AI ใช้อ้างอิงเกี่ยวกับแบรนด์ไทยค่อนข้างสูง สำหรับบาง Category หากแบรนด์ไม่มี Presence บนเว็บไซต์ลักษณะนี้เลย ก็อาจกลายเป็นช่องว่างสำคัญที่ทำให้ AI ไม่เห็นแบรนด์ หรือเห็นแบรนด์น้อยกว่าคู่แข่งได้
ดังนั้น AI Search Strategy สำหรับไทยจึงไม่ใช่การนำ Global SEO Playbook มาใช้ตรง ๆ แต่ต้องเข้าใจว่า AI ในไทยอ่านเว็บจากแหล่งใด และ Local Sources ใดกำลังมีผลต่อคำตอบของ AI
AI ไม่ได้อ่านแค่ Top 10 Sources
แม้จะมีแหล่งข้อมูลหลักที่ AI อ้างอิงบ่อย แต่ความจริงคือ AI ไม่ได้อ่านแค่เว็บไซต์ใหญ่ ๆ ไม่กี่แห่งเท่านั้น จากข้อมูลพบว่า Top 10 Sources คิดเป็นเพียง 15% ของ AI Brand Citations เท่านั้น ขณะที่ Top 100 Sources รวมกันอยู่ที่ 33% และ Top 1,000 Sources รวมกันอยู่ที่ 67% ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในเว็บไซต์อีกหลายหมื่นแห่ง
สัดส่วน AI Citations ตามกลุ่มแหล่งข้อมูล
| กลุ่มแหล่งข้อมูล | สัดส่วน AI Citations |
|---|---|
| Top 10 Sources | 15% |
| Top 100 Sources | 33% |
| Top 1,000 Sources | 67% |
| แหล่งข้อมูลอื่นอีกกว่า 34,000 เว็บไซต์ | 33% |
สิ่งนี้ทำให้ Brand Presence ต้องมีทั้งความลึกและความกว้าง แบรนด์ควรมีตัวตนในแหล่งข้อมูลหลักที่ AI อ้างอิงบ่อย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ละเลย Long-tail Sources เช่น เว็บไซต์รีวิวเฉพาะกลุ่ม สื่อเฉพาะทาง เว็บบอร์ด บทความจากพาร์ตเนอร์ หรือแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Category โดยตรง เพราะในโลกของ AI Answers แบรนด์อาจถูกหยิบไปพูดถึงจากแหล่งข้อมูลที่ทีมการตลาดไม่เคยคิดว่ามีผลมาก่อนเลย
Google AI และ ChatGPT ต้องใช้คนละกลยุทธ์
อีกประเด็นที่สำคัญมากคือ Google AI Overviews และ ChatGPT ไม่ได้อ้างอิงแหล่งข้อมูลเดียวกัน ใน Top 30 Sources ของทั้งสองแพลตฟอร์ม มีแหล่งข้อมูลที่ซ้ำกันเพียง 3 แห่งเท่านั้น
ความต่างของ Google AI Overviews และ ChatGPT
| แพลตฟอร์ม | แหล่งข้อมูลที่มีแนวโน้มให้น้ำหนัก |
|---|---|
| Google AI Overviews | Social Platforms เช่น Facebook, YouTube, Instagram รวมถึงเว็บไซต์ของแบรนด์ และ Aggregators ที่มักเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ Rank บน Google |
| ChatGPT | แหล่งข้อมูลเชิง Authority เช่น Reddit, Wikipedia, FDA, FAO, MDPI, ScienceDirect |
| Gemini | แม้เป็นผลิตภัณฑ์ของ Google แต่มีแนวโน้มพฤติกรรมใกล้เคียงกับ ChatGPT มากกว่า Google AI Overviews |
ดังนั้น การชนะบน Google AI Overviews ไม่ได้แปลว่าจะชนะบน ChatGPT หรือ Gemini โดยอัตโนมัติ แบรนด์จึงควรวางอย่างน้อย 2 กลยุทธ์ควบคู่กัน ได้แก่
- กลยุทธ์สำหรับ Google AI Overviews ที่เน้น Google, YouTube, Facebook, Social Signals และ SEO Foundation
- กลยุทธ์สำหรับ ChatGPT และ Gemini ที่เน้น Authority, Third-party Mentions, Reddit, Wikipedia, Expert Content และแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือในระดับสถาบัน
แล้วตอนนี้แบรนด์ไทยควรเริ่มทำอะไร ?
จากผลการศึกษาทั้งหมด สามารถสรุปแนวทางสำคัญสำหรับแบรนด์ไทยได้เป็น 5 เรื่อง ดังนี้
1. Map Category ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา
แบรนด์ต้องเริ่มจากการดูว่าในหมวดธุรกิจของตัวเอง AI พูดถึงแบรนด์ใดมากที่สุด Top 2 Brands คือใคร และแหล่งข้อมูลใดทำให้แบรนด์เหล่านั้นถูก AI เลือกพูดถึง เพราะถ้าไม่รู้ว่าคู่แข่งชนะจากจุดไหน ก็ยากที่จะวางกลยุทธ์เพื่อไล่ให้ทัน
2. สร้าง Presence บน Local Sources ที่ AI อ้างอิงจริง
แบรนด์ควรให้ความสำคัญกับ Pantip, Wongnai, Kapook, my-best.com, Shopee และ Review Sites ที่เกี่ยวข้องกับ Category ไม่ใช่โฟกัสเฉพาะเว็บไซต์ของตัวเองเท่านั้น เพราะ Local Sources เหล่านี้อาจเป็นส่วนสำคัญที่ AI ใช้ในการสรุปภาพรวมของแบรนด์
3. สร้าง YouTube และ Facebook Layer ให้แข็งแรง
YouTube และ Facebook เป็นแหล่งข้อมูลที่ AI ใช้อ้างอิงบ่อย โดยเฉพาะในฝั่ง Google AI Overviews แบรนด์จึงควรมีคอนเทนต์ที่ช่วยให้ AI เข้าใจแบรนด์ได้ดีขึ้น เช่น วิดีโอ Q&A, Explainer, Product Guide หรือคอนเทนต์ที่ตอบคำถามของผู้บริโภคอย่างชัดเจน
4. สร้าง Authority Layer สำหรับ ChatGPT และ Gemini
สำหรับ ChatGPT และ Gemini แบรนด์ควรสร้างความน่าเชื่อถือผ่านแหล่งข้อมูลที่มี Authority เช่น Wikipedia, Reddit, Expert Commentary, Research-based Content หรือบทความที่ถูกอ้างอิงต่อได้ เพราะแพลตฟอร์มเหล่านี้ไม่ได้ให้น้ำหนักกับ Social Signals แบบเดียวกับ Google AI Overviews
5. วัดผล AI Visibility อย่างสม่ำเสมอ
แบรนด์ควร Track ว่า AI พูดถึงแบรนด์บ่อยแค่ไหน อ้างอิงจากแหล่งใด พูดถึงคู่แข่งอย่างไร และข้อมูลที่ AI ใช้ตอบถูกต้องหรือไม่ เพราะแบรนด์ที่เริ่มวัดก่อนจะมีโอกาสตั้ง Benchmark และปรับกลยุทธ์ได้เร็วกว่า
ถึงเวลาปรับกลยุทธ์ให้แบรนด์พร้อม สำหรับยุค AI Search
AI Search กำลังเปลี่ยนวิธีที่ผู้บริโภคค้นหา เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกแบรนด์ จากเดิมที่แบรนด์ต้องแข่งกันเพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับและดึงคนให้คลิกเข้ามา วันนี้แบรนด์ต้องเริ่มคิดให้ไกลกว่านั้น คือทำอย่างไรให้ AI มองเห็น เข้าใจ เชื่อถือ และเลือกพูดถึงแบรนด์ในคำตอบ
สำหรับแบรนด์ที่ต้องการเตรียมตัวให้พร้อมกับยุค AI Search การเริ่มต้นจากการวัดผลคือสิ่งสำคัญ แบรนด์จำเป็นต้องรู้ว่า วันนี้ AI พูดถึงแบรนด์ของเราอย่างไร พูดถึงคู่แข่งมากน้อยแค่ไหน อ้างอิงข้อมูลจากที่ใด และมีช่องว่างตรงไหนที่ทำให้แบรนด์ยังไม่ถูกเลือกเป็นคำตอบ
Primal ในฐานะบริษัทรับทำ AI SEO ชั้นนำของไทย พร้อมช่วยแบรนด์วิเคราะห์ AI Visibility วางกลยุทธ์การปรากฏตัวบนแหล่งข้อมูลที่ AI ใช้อ้างอิง และออกแบบกลยุทธ์ที่เหมาะสำหรับทั้ง Google AI Overviews, ChatGPT และ Gemini เพื่อให้แบรนด์มีโอกาสถูกเลือกในคำตอบของ AI มากขึ้น
หากต้องการรู้ว่าแบรนด์ของคุณถูก AI มองเห็นอย่างไรในวันนี้ และควรปรับกลยุทธ์อย่างไรเพื่อสร้างความได้เปรียบในยุค AI Search สามารถกรอกฟอร์มบนหน้าเว็บไซต์เพื่อรับคำปรึกษาฟรีจากทีมกลยุทธ์ของเรา พร้อมเริ่มวางแนวทางให้แบรนด์ก้าวทันเกม Search ที่กำลังเปลี่ยนไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ AI Search (FAQs)
| คำถาม | คำตอบ |
|---|---|
| Q : AI Search ต่างจาก Google Search แบบเดิมอย่างไร ? | ความต่างระหว่าง AI Search กับ Google Search อยู่ที่ AI Search ไม่ได้มองแค่การจัดอันดับเว็บไซต์บนหน้าผลการค้นหา แต่ให้ความสำคัญกับการที่ AI เข้าใจแบรนด์และเลือกนำข้อมูลของแบรนด์ไปใช้ตอบคำถามผู้บริโภคด้วย ขณะที่ SEO แบบเดิมเน้นการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับและดึงคนเข้ามายังหน้าเว็บ แต่ AI Search จะเกี่ยวข้องกับภาพรวมของข้อมูลแบรนด์บนหลายช่องทาง ทั้งเว็บไซต์ของแบรนด์ แพลตฟอร์มรีวิว โซเชียลมีเดีย สื่อออนไลน์ และแหล่งข้อมูลภายนอกอื่น ๆ |
| Q : ธุรกิจขนาดเล็กสามารถทำ AI Search ได้หรือไม่ ? | ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเริ่มทำ AI Search ได้เช่นกัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูงตั้งแต่แรก สิ่งสำคัญคือการทำให้ข้อมูลของแบรนด์ชัดเจน สม่ำเสมอ และน่าเชื่อถือในช่องทางที่เกี่ยวข้องกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เช่น เว็บไซต์ Google Business Profile โซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มรีวิว หรือเว็บไซต์ที่ลูกค้าใช้ค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ หากเริ่มจัดการข้อมูลตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็มีโอกาสสร้างความได้เปรียบในระยะยาว |
| Q : ต้องทำคอนเทนต์แบบไหนเพื่อให้ AI เข้าใจแบรนด์ได้ดีขึ้น ? | คอนเทนต์ที่ช่วยให้ AI เข้าใจแบรนด์ได้ดีควรเป็นคอนเทนต์ที่ตอบคำถามชัดเจน มีข้อมูลครบ และอธิบายจุดเด่นของแบรนด์อย่างตรงไปตรงมา เช่น บทความให้ความรู้ คู่มือการเลือกสินค้า คำถามที่พบบ่อย รีวิวจากผู้ใช้งานจริง วิดีโออธิบายบริการ หรือคอนเทนต์เปรียบเทียบที่ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจง่ายขึ้น ยิ่งข้อมูลมีโครงสร้างดีและใช้ภาษาที่ชัดเจน AI ก็ยิ่งมีโอกาสเข้าใจบริบทของแบรนด์ได้แม่นยำขึ้น |
| Q : ถ้าข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์บนอินเทอร์เน็ตไม่ถูกต้อง ควรทำอย่างไร ? | แบรนด์ควรเริ่มจากการตรวจสอบว่าข้อมูลที่ไม่ถูกต้องปรากฏอยู่บนช่องทางใดบ้าง จากนั้นจึงปรับแก้ข้อมูลในช่องทางที่แบรนด์ควบคุมได้ก่อน เช่น เว็บไซต์ โปรไฟล์ธุรกิจ โซเชียลมีเดีย และ Marketplace ส่วนแหล่งข้อมูลภายนอก เช่น เว็บไซต์รีวิว บทความข่าว หรือแพลตฟอร์มชุมชน อาจต้องใช้วิธีติดต่อแก้ไขข้อมูล สร้างคอนเทนต์ที่ถูกต้องเพิ่มเติม หรือทำ Digital PR เพื่อเพิ่มแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือให้ AI ใช้อ้างอิงในอนาคต |
| Q : ควรเริ่มวัดผล AI Search จากตัวชี้วัดอะไรบ้าง ? | ตัวชี้วัดของ AI Search ไม่ควรดูแค่จำนวนคลิกหรืออันดับเว็บไซต์เท่านั้น แต่ควรดูว่า AI พูดถึงแบรนด์บ่อยแค่ไหน พูดถึงในบริบทเชิงบวกหรือไม่ เปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่างไร อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งใด และคำตอบที่ AI ให้เกี่ยวกับแบรนด์ถูกต้องหรือไม่ การวัดผลเหล่านี้จะช่วยให้แบรนด์เห็นช่องว่างของตัวเอง และวางแผนปรับข้อมูล คอนเทนต์ และ Brand Presence ได้ตรงจุดมากขึ้น |
Join the discussion - 0 Comment