ติดต่อทีมงาน
จอคอมพิวเตอร์สีขาวที่หน้าจอว่างเปล่าเรืองแสงสีฟ้าอมเขียวและชมพู มีแผ่นกระจกฝ้าว่างเปล่า 3 แผ่นสีฟ้าอมเขียว ชมพู และเหลืองลอยซ้อนกันอยู่ด้านหน้า สื่อว่า Schema Markup คือป้ายข้อมูลที่ติดให้หน้าเว็บ

โดย Methinee Sopaเผยแพร่: อัปเดต: อ่าน 13 นาที

Schema Markup คืออะไร ใช้แบบไหน และช่วย SEO ได้แค่ไหน

Schema Markup คือโค้ดที่ใส่ในหน้าเว็บเพื่อบอก Google และระบบ AI (Artificial Intelligence) ว่าข้อมูลแต่ละส่วนคืออะไร เช่น ชื่อร้าน ที่อยู่ เวลาเปิด หรือคะแนนรีวิว โดยใช้คำศัพท์กลางจาก Schema.org และนิยมเขียนเป็น JSON-LD (JavaScript Object Notation for Linked Data) โค้ดนี้ทำให้หน้ามีสิทธิ์แสดงเป็น Rich Result เช่น ดาวรีวิว แต่ Google ไม่รับประกันว่า Rich Result จะขึ้นแม้โค้ดถูกต้อง

ประเด็นสำคัญ

  • จากคีย์เวิร์ด 995 คำในข้อมูลการติดตามอันดับของ Primal สำหรับแบรนด์ลูกค้า 17 แบรนด์ หน้าผลการค้นหา 360 หน้า หรือราว 1 ใน 3 มีดาวรีวิวขึ้นใต้ผลการค้นหาอย่างน้อย 1 รายการ และ 859 หน้ามี AI Overview
  • Google หยุดแสดง Rich Result แบบ FAQ (Frequently Asked Questions) ตั้งแต่ 2026-05-07 และรายการฟีเจอร์ที่ Google Search รองรับมี 25 รายการ โดยไม่มี FAQ และ HowTo แล้ว
  • คู่มือ Review Snippet ของ Google ระบุว่าหน้าเว็บที่ใช้ Schema แบบ LocalBusiness หรือ Organization ไม่มีสิทธิ์ได้ดาวรีวิว เมื่อธุรกิจควบคุมรีวิวเกี่ยวกับตัวเอง รวมถึงรีวิวที่ดึงมาผ่านวิดเจ็ตของ Google หรือ Facebook
  • คู่มือของ Google ระบุว่าไม่ต้องใช้มาร์กอัปพิเศษเพื่อขึ้นในฟีเจอร์ AI ของ Google Search ส่วนทีม Microsoft Bing ระบุว่า Schema ช่วยให้เครื่องมือค้นหาและระบบ AI เข้าใจเนื้อหา
  • ใน 285, 098 คำตอบของ AI จาก 171 แบรนด์ที่ Elevate, Primal's AI Visibility Tracker เก็บในเดือนที่ผ่านมา เว็บไซต์ของแบรนด์เองถูกอ้างอิงราว 1 ใน 5 คำตอบ ข้อมูลบนโปรไฟล์และเว็บไซต์อื่นจึงควรตรงกับ Schema บนเว็บของคุณ

Schema Markup คืออะไร

Schema Markup คือโค้ดที่ติดป้ายให้ข้อมูลบนหน้าเว็บ เพื่อบอก Google และระบบ AI ว่าข้อความแต่ละส่วนคืออะไร คนอ่านเห็นตัวเลข 02-000-0000 ใต้ชื่อร้านแล้วรู้ทันทีว่าเป็นเบอร์โทร ระบบต้องตีความเอง Schema Markup บอกระบบตรง ๆ ว่าตัวเลขชุดนี้คือเบอร์โทรของร้านนี้

คำที่ใช้ติดป้ายมาจาก Schema.org ชุดคำศัพท์กลางที่ Google, Microsoft, Yahoo และ Yandex ร่วมกันก่อตั้ง เครื่องมือค้นหาหลายเจ้าจึงอ่านคำเดียวกันได้ เช่น LocalBusiness สำหรับร้านที่มีหน้าร้าน Product สำหรับสินค้า และ Article สำหรับบทความ

ข้อมูลของเราแสดงว่าป้ายเหล่านี้ยังมีผลกับหน้าตาของผลการค้นหา จากคีย์เวิร์ด 995 คำในข้อมูลการติดตามอันดับของ Primal สำหรับแบรนด์ลูกค้า 17 แบรนด์ หน้าผลการค้นหา Google 360 หน้า หรือราว 1 ใน 3 มีดาวรีวิวขึ้นใต้ผลการค้นหาอย่างน้อย 1 รายการ คู่มือ Review Snippet ของ Google ระบุว่า Google อาจแสดงดาวและคะแนนสรุปเมื่อพบ Schema ของรีวิวหรือคะแนนที่ถูกต้อง

กราฟด้านล่างแสดงว่าส่วนไหนขึ้นบนหน้าผลการค้นหาชุดเดียวกันบ่อยแค่ไหน ดาวรีวิวคือส่วนที่ Schema ช่วยได้โดยตรง

กราฟแท่งจากข้อมูลการติดตามอันดับของ Primal แสดงจำนวนคีย์เวิร์ดจาก 995 คำที่หน้าผลการค้นหา Google มี AI Overview 859 คำ People also ask 646 คำ ดาวรีวิว 360 คำ และวิดีโอ 236 คำ

ส่วนที่ขึ้นบ่อยที่สุดคือข้อมูลภาพรวมโดย AI (AI Overview) ซึ่งอยู่บน 859 หน้า ตามด้วยกล่อง People also ask บน 646 หน้า และวิดีโอบน 236 หน้า ดาวรีวิวต่างกันมากตามแบรนด์ ในบางแบรนด์ หน้าผลการค้นหาที่มีดาวมีเพียง 2 ใน 100 คีย์เวิร์ด ในบางแบรนด์มีถึง 95 ใน 100

AI Overview และแชตบอตอ่านหลายเว็บก่อนตอบ ใน 285,098 คำตอบของ AI จาก 171 แบรนด์ที่ Elevate, Primal’s AI Visibility Tracker เก็บในเดือนที่ผ่านมา เว็บไซต์ของแบรนด์เองถูกอ้างอิงราว 1 ใน 5 คำตอบ

งานของ Schema Markup จึงมี 2 ส่วน ส่วนแรกคือใส่ Schema ให้ข้อเท็จจริงบนหน้าเว็บของคุณ เพื่อให้หน้ามีสิทธิ์ได้ Rich Result ที่ Google ยังแสดงอยู่ ส่วนที่ 2 คือทำให้ชื่อ ที่อยู่ เวลาเปิด และช่องทางติดต่อชุดเดียวกันตรงกันบนโปรไฟล์และเว็บไซต์อื่นที่ AI อ่าน Schema ทำส่วนแรกได้เต็มที่ และช่วยส่วนที่ 2 ได้ด้วยการลิงก์ไปยังโปรไฟล์เหล่านั้น

Schema Markup กับ Structured Data ต่างกันอย่างไร

Structured Data คือข้อมูลที่เขียนเป็นโครงสร้างตามรูปแบบมาตรฐาน ส่วน Schema Markup คือโค้ดที่ใช้เขียน Structured Data ลงในหน้าเว็บด้วยคำศัพท์ของ Schema.org คำแรกเป็นชื่อของข้อมูล คำที่ 2 เป็นชื่อของโค้ด คนทำ SEO (Search Engine Optimisation) จึงใช้ 2 คำนี้แทนกันบ่อย

หน้าแนะนำ Structured Data ภาษาไทยของ Google อธิบายว่า Structured Data ช่วยจัดประเภทเนื้อหาของหน้า เช่น ส่วนผสม เวลา และอุณหภูมิในหน้าสูตรอาหาร

ข้อความทั่วไปบนหน้าเว็บเป็นข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Data) ประโยค “เปิดจันทร์ถึงศุกร์ 7 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น เสาร์อาทิตย์ 8 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม” คนอ่านเข้าใจทันที ระบบต้องแยกวันและเวลาเอง Structured Data เขียนข้อมูลชุดเดียวกันเป็นช่องวันที่เปิด เวลาเปิด และเวลาปิด ระบบจึงอ่านได้ตรงตามที่ร้านตั้งใจ

Schema Markup เขียนได้กี่รูปแบบ

Schema Markup เขียนได้ 3 รูปแบบ คือ JSON-LD, Microdata และ RDFa (Resource Description Framework in Attributes) หน้าแนะนำของ Google แนะนำ JSON-LD เพราะใส่และดูแลง่ายที่สุด และระบุว่าทั้ง 3 รูปแบบใช้ได้ดีเท่ากันเมื่อเขียนถูกต้อง

รูปแบบ อยู่ตรงไหนในหน้า เหมาะกับ
JSON-LD บล็อกโค้ดแยกจากเนื้อหา วางใน head หรือ body เว็บส่วนใหญ่ แก้ข้อมูลได้ในที่เดียว
Microdata แอตทริบิวต์ในแท็ก HTML (HyperText Markup Language) ที่ครอบเนื้อหา เว็บที่ธีมใส่ Microdata ไว้แล้ว
RDFa แอตทริบิวต์ในแท็ก HTML แบบเดียวกับ Microdata ระบบจัดการเนื้อหาที่ใช้ RDFa อยู่แล้ว

Schema Markup ช่วยให้ติดอันดับ Google ไหม

ผลของ Schema Markup ที่ Google อธิบายไว้คือสิทธิ์ในการแสดงเป็น Rich Result และความเข้าใจหน้า ประโยชน์ที่วัดได้จึงมักอยู่ที่การคลิก แนวทางทั่วไปเรื่อง Structured Data ของ Google ระบุว่า Google ไม่รับประกัน Rich Result แม้มาร์กอัปจะถูกต้อง

แนวทางฉบับเดียวกันอธิบายกรณีที่หน้าโดนบทลงโทษด้วยตนเอง (Manual Action) เรื่อง Structured Data ผลคือหน้าเสียสิทธิ์ในการแสดงเป็น Rich Result โดยอันดับบนผลการค้นหาเว็บไม่เปลี่ยน

Rich Result ใช้พื้นที่บนหน้าผลการค้นหามากกว่า และแสดงข้อมูลที่ผู้ค้นหาต้องการก่อนคลิก หน้าแนะนำ Structured Data ของ Google ยกกรณีของ Nestlé ซึ่งพบว่าหน้าที่แสดงเป็น Rich Result มีอัตราการคลิก CTR (Click-Through Rate) สูงกว่าหน้าที่แสดงแบบธรรมดา 82%

ผลกับเว็บของคุณเองวัดได้ด้วยการเทียบก่อนและหลัง ใส่ Schema กับหน้ากลุ่มหนึ่ง แล้วดู CTR ของหน้ากลุ่มนั้นใน Google Search Console เทียบกับช่วงก่อนใส่ และเทียบกับหน้ากลุ่มที่ยังไม่ได้ใส่

Rich Results แบบไหนที่ Google ยังแสดงอยู่

รายการฟีเจอร์ที่ Google Search รองรับ มี 25 รายการ เช่น สินค้า รีวิว ธุรกิจท้องถิ่น องค์กร บทความ เส้นทางหน้าเว็บ (Breadcrumb) กิจกรรม ตำแหน่งงาน สูตรอาหาร และวิดีโอ FAQ และ HowTo ไม่อยู่ในรายการแล้ว

บันทึกการอัปเดตเอกสารของ Google ระบุว่า Rich Result แบบ FAQ หยุดแสดงบน Google Search ตั้งแต่ 2026-05-07 บันทึกเดียวกันระบุว่าในปี 2025 Google เลิกแสดงอีกหลายแบบ เช่น Book Actions, ClaimReview, Estimated Salary และ Vehicle Listing และให้ Breadcrumb แสดงเฉพาะผลการค้นหาบนเดสก์ท็อป

ก่อนใส่ Schema ประเภทไหน ให้เปิดรายการนี้ดูก่อน ถ้าประเภทนั้นไม่อยู่ในรายการ Google จะไม่แสดง Rich Result ให้ แม้โค้ดจะถูกตาม Schema.org

ทำไมใส่ Schema รีวิวแล้วไม่ขึ้นดาว

สาเหตุแรกที่ควรตรวจคือรีวิวนั้นเป็นรีวิวที่ธุรกิจเก็บเองเกี่ยวกับตัวเอง คู่มือ Review Snippet ของ Google ระบุว่าเมื่อธุรกิจควบคุมรีวิวเกี่ยวกับตัวเอง หน้าที่ใช้ Schema แบบ LocalBusiness หรือ Organization ไม่มีสิทธิ์ได้ดาวรีวิว กฎนี้ครอบคลุมรีวิวที่ดึงมาแสดงผ่านวิดเจ็ตของ Google หรือ Facebook ด้วย

ร้านอาหารที่ใส่คะแนนจากวิดเจ็ตรีวิวไว้บนหน้าแรกของตัวเองจึงไม่ได้ดาว ดาวรีวิวยังใช้ได้กับหน้าที่รีวิวสิ่งที่ขายหรือเผยแพร่ เช่น หน้าสินค้า สูตรอาหาร หนังสือ ภาพยนตร์ และแอป และกับเว็บที่เก็บรีวิวของธุรกิจอื่น

คู่มือฉบับเดียวกันห้ามใส่รีวิวปลอมทั้งบนหน้าและใน Schema รวมถึงรีวิวที่ผู้เขียนได้เงิน ส่วนลด บัตรกำนัล หรือสินค้าแลกโดยไม่บอกผู้อ่านอย่างชัดเจน

ธุรกิจแต่ละแบบควรใช้ Schema ประเภทไหน

ทุกเว็บควรเริ่มจาก Organization ที่หน้าแรกหรือหน้าเกี่ยวกับเรา และ BreadcrumbList บนหน้าที่อยู่ในหมวด แล้วเพิ่มประเภทตามสิ่งที่แต่ละหน้าพูดถึง ตารางนี้จับคู่ธุรกิจกับ Schema และสิ่งที่ Google แสดงได้ตามรายการฟีเจอร์ของ Google

ธุรกิจ หน้า Schema ที่ใช้ สิ่งที่ Google แสดงได้
ทุกธุรกิจ หน้าแรกหรือหน้าเกี่ยวกับเรา Organization โลโก้ ชื่อ และข้อมูลติดต่อใน Knowledge Panel
ทุกธุรกิจ หน้าที่อยู่ในหมวด BreadcrumbList ตำแหน่งของหน้าในเว็บ บนเดสก์ท็อป
ร้านที่มีหน้าร้าน คลินิก โรงแรม หน้าสาขาหรือหน้าติดต่อ LocalBusiness หรือประเภทย่อย เช่น Restaurant, Dentist, Hotel เวลาเปิด ที่ตั้ง และการติดต่อ
ร้านค้าออนไลน์ หน้าสินค้า Product, Offer และ AggregateRating ราคา สถานะสินค้า และดาวรีวิว
บล็อกและสื่อ หน้าบทความ Article หรือ BlogPosting พร้อมผู้เขียน ชื่อบทความและรูปขนาดใหญ่
ผู้จัดงาน หน้ากิจกรรม Event วัน เวลา และสถานที่จัดงาน
บริษัทที่รับสมัครงาน หน้าตำแหน่งงาน JobPosting ตำแหน่งงานในระบบค้นหางานของ Google
เว็บที่มีวิดีโอ หน้าที่ฝังวิดีโอ VideoObject วิดีโอและช่วงสำคัญในวิดีโอ

บริษัทที่ขายบริการแบบธุรกิจต่อธุรกิจ B2B (Business to Business) มักมองหา Schema สำหรับหน้าบริการ Schema.org มีประเภท Service แต่รายการฟีเจอร์ของ Google ไม่มี Rich Result สำหรับประเภทนี้ หน้าบริการจึงได้ประโยชน์จาก Organization และ BreadcrumbList เป็นหลัก

ในการตรวจเว็บไซต์ก่อนเริ่มงาน ทีมของเราพบบ่อยว่าหน้าที่มีคนเข้ามากที่สุดของเว็บยังไม่มี Structured Data และเว็บของคลินิกหรือร้านที่มีหน้าร้านยังไม่มี LocalBusiness หน้าเหล่านี้จึงเป็นจุดเริ่มที่ใช้เวลาน้อยที่สุด

ตัวอย่าง Schema Markup แบบ JSON-LD สำหรับร้านค้า

ตัวอย่างนี้เป็นร้านกาแฟสมมุติชื่อบ้านกาแฟตัวอย่าง ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร พิกัด และลิงก์ทั้งหมดแต่งขึ้นเพื่อใช้อธิบาย ร้านเปิดจันทร์ถึงศุกร์ 07:00 ถึง 18:00 และเสาร์อาทิตย์ 08:00 ถึง 20:00 โค้ดวางไว้ใน head หรือ body ของหน้าติดต่อ

<script type="application/ld+json">
{
  "@context": "https://schema.org",
  "@type": "CafeOrCoffeeShop",
  "name": "บ้านกาแฟตัวอย่าง",
  "url": "https://www.example.com/",
  "image": "https://www.example.com/images/shopfront.jpg",
  "telephone": "+66-2-000-0000",
  "address": {
    "@type": "PostalAddress",
    "streetAddress": "99 ซอยตัวอย่าง ถนนสุขุมวิท",
    "addressLocality": "คลองเตย",
    "addressRegion": "กรุงเทพมหานคร",
    "postalCode": "10110",
    "addressCountry": "TH"
  },
  "geo": {
    "@type": "GeoCoordinates",
    "latitude": 13.7300,
    "longitude": 100.5690
  },
  "openingHoursSpecification": [
    {
      "@type": "OpeningHoursSpecification",
      "dayOfWeek": ["Monday", "Tuesday", "Wednesday", "Thursday", "Friday"],
      "opens": "07:00",
      "closes": "18:00"
    },
    {
      "@type": "OpeningHoursSpecification",
      "dayOfWeek": ["Saturday", "Sunday"],
      "opens": "08:00",
      "closes": "20:00"
    }
  ],
  "sameAs": [
    "https://www.facebook.com/example.coffee.th",
    "https://page.line.me/example"
  ]
}
</script>

แต่ละช่องทำหน้าที่ต่างกัน

  • @type บอกประเภทของธุรกิจ ร้านกาแฟใช้ CafeOrCoffeeShop ซึ่งเป็นประเภทย่อยของ LocalBusiness ร้านอาหารใช้ Restaurant และคลินิกทันตกรรมใช้ Dentist
  • address แยกถนน เขต จังหวัด และรหัสไปรษณีย์เป็นช่อง และใช้รหัสประเทศ TH
  • geo บอกพิกัดของร้าน ใช้ค่าจากหมุดของร้านบนแผนที่
  • openingHoursSpecification แยกเวลาวันธรรมดากับวันหยุดเป็น 2 ชุด
  • sameAs ลิงก์ไปยังโปรไฟล์ของร้านบนเว็บไซต์อื่น เช่น Facebook และ LINE Official Account เพื่อบอกว่าเป็นร้านเดียวกัน

โค้ดนี้ไม่มี AggregateRating เพราะคะแนนรีวิวที่ร้านเก็บเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้ดาว ทุกช่องต้องตรงกับสิ่งที่หน้าแสดง แนวทางทั่วไปของ Google ห้ามมาร์กอัปข้อมูลที่ผู้อ่านมองไม่เห็นบนหน้า

เราวางโค้ดนี้ใน Schema Markup Validator ของ Schema.org ที่ validator.schema.org ซึ่งมีหน้าจอภาษาไทย ผลคือข้อผิดพลาด 0 รายการและคำเตือน 0 รายการ

Schema Markup Validator หน้าจอภาษาไทย แสดงโค้ด JSON-LD ของร้านบ้านกาแฟตัวอย่างทางซ้าย และผลการตรวจ CafeOrCoffeeShop ทางขวาที่มีข้อผิดพลาด 0 รายการและคำเตือน 0 รายการ

Validator ตรวจว่าโค้ดถูกตามคำศัพท์ของ Schema.org แต่ไม่ได้บอกว่า Google จะแสดง Rich Result ไหม เรื่องนั้นต้องตรวจด้วย Rich Results Test ของ Google

วิธีตรวจสอบ Schema Markup

ตรวจ Schema Markup ได้ด้วยเครื่องมือ 3 อย่าง Rich Results Test บอกว่าหน้ามีสิทธิ์ได้ Rich Result แบบไหน Schema Markup Validator ตรวจโค้ดทุกประเภทของ Schema.org และ Google Search Console แสดงผลของทั้งเว็บหลังจาก Google เก็บข้อมูลหน้าแล้ว

  1. ทดสอบก่อนเผยแพร่ เปิด Rich Results Test ซึ่งมีหน้าจอภาษาไทย เลือกแท็บรหัสแล้ววางโค้ด หรือวาง URL (Uniform Resource Locator) ของหน้าที่เผยแพร่แล้ว เครื่องมืออาจขอให้เข้าสู่ระบบบัญชี Google ก่อนทดสอบ
  2. ตรวจประเภทที่ไม่มี Rich Result เช่น Service หรือช่อง sameAs ด้วย Schema Markup Validator เพราะ Rich Results Test แสดงเฉพาะประเภทที่ Google มี Rich Result
  3. ดูรายงานใน Search Console รายงาน Rich Result ของแต่ละประเภทแสดงหน้าที่ถูกต้องและหน้าที่มีข้อผิดพลาดทั้งเว็บ
  4. ตรวจซ้ำเมื่อเว็บเปลี่ยน ทุกครั้งที่เปลี่ยนธีม เทมเพลต หรือปลั๊กอิน ให้ทดสอบหน้าตัวอย่างของแต่ละประเภทใหม่

ภาพนี้คือ Rich Results Test หน้าจอภาษาไทยในแท็บรหัส ที่วางโค้ดของร้านตัวอย่างไว้ก่อนกดทดสอบโค้ด

Rich Results Test ของ Google หน้าจอภาษาไทย หัวข้อหน้าเว็บรองรับผลการค้นหาแบบริชมีเดียไหม แท็บรหัสที่วางโค้ด JSON-LD ของร้านบ้านกาแฟตัวอย่าง และปุ่มทดสอบโค้ด

เว็บที่มีหน้าสินค้าหรือหน้าสาขาจำนวนมากควรใส่ Schema ไว้ในเทมเพลตของหน้า ข้อมูลใน Schema จะดึงจากฐานข้อมูลเดียวกับที่หน้าแสดง จึงตรงกันทุกครั้งที่ราคาหรือเวลาเปิดเปลี่ยน งานนี้ทำร่วมกับทีมพัฒนาเว็บไซต์ที่ดูแลเทมเพลตของคุณ

Schema Markup ช่วยให้ AI อ้างอิงเว็บไซต์ไหม

Schema Markup ช่วยให้ระบบอ่านข้อเท็จจริงบนหน้าของคุณได้ถูก ส่วนการเลือกอ้างอิงขึ้นกับเนื้อหาของหน้าและแหล่งอื่นที่พูดถึงแบรนด์ด้วย แต่ละแพลตฟอร์มพูดถึงเรื่องนี้ต่างกัน

ฝั่ง Google คู่มือการปรับเว็บสำหรับฟีเจอร์ Generative AI ระบุว่าไม่ต้องสร้างไฟล์สำหรับ AI มาร์กอัปพิเศษ หรือ Markdown เพื่อขึ้นใน Google Search รวมถึงฟีเจอร์ AI เพราะ Google Search ไม่ได้ใช้สิ่งเหล่านั้น และแนะนำให้ใช้ Structured Data ต่อไปเพื่อสิทธิ์ในการแสดงเป็น Rich Result

ฝั่ง Microsoft บทความของ Krishna Madhavan ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Microsoft Bing ระบุว่า Schema เป็นโค้ดที่ช่วยให้เครื่องมือค้นหาและระบบ AI เข้าใจเนื้อหา และมักใส่เป็น JSON-LD

ข้อมูลคำตอบของ AI 285,098 คำตอบที่กล่าวไว้ข้างต้นแสดงว่าเว็บไซต์ของแบรนด์เป็นเพียง 1 ในหลายแหล่งที่ AI อ่าน รายละเอียดของข้อมูลชุดนี้อยู่ในบทความAI Search คืออะไร Schema ช่วยงานนี้ได้ด้วยการทำให้ข้อเท็จจริงของแบรนด์ชัดและตรงกัน ใส่ชื่อทางการ โลโก้ ที่อยู่ เบอร์โทร และ sameAs ที่ลิงก์ไปยังโปรไฟล์ของแบรนด์ แล้วแก้ข้อมูลบนโปรไฟล์เหล่านั้นให้ตรงกับหน้าเว็บ

งาน AI SEO จึงดูทั้งหน้าเว็บของคุณและแหล่งที่ AI อ้างอิงในหมวดของคุณไปพร้อมกัน Schema เป็นส่วนหนึ่งของงานฝั่งหน้าเว็บ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใส่ Schema Markup

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ Schema ไม่ได้ผลมักมาจากข้อมูลในโค้ดที่ไม่ตรงกับหน้า หรือจากการใส่ประเภทที่ Google ไม่แสดงแล้ว มี 5 แบบที่ควรตรวจก่อน

  • มาร์กอัปข้อมูลที่ไม่อยู่บนหน้า เช่น ใส่ราคาหรือคะแนนใน Schema แต่หน้าไม่แสดง แนวทางของ Google ระบุว่า Structured Data ต้องตรงกับเนื้อหาของหน้า
  • ข้อมูลเก่า ร้านเปลี่ยนเวลาเปิดหรือย้ายสาขาแล้ว แต่ Schema ยังเป็นข้อมูลเดิม
  • ใส่คะแนนรีวิวของธุรกิจตัวเองบนหน้าแรก หน้าแบบนี้ไม่มีสิทธิ์ได้ดาวตามคู่มือ Review Snippet
  • Schema 2 ชุดที่ขัดกัน ธีมและปลั๊กอินต่างใส่ Organization คนละชื่อหรือคนละโลโก้
  • ใส่ FAQPage หรือ HowTo เพื่อหวัง Rich Result ทั้ง 2 แบบไม่แสดงบน Google Search แล้ว

Mark McDowell ผู้ก่อตั้ง Primal มักพบว่าเว็บไซต์ธุรกิจที่เขาตรวจไม่มี Structured Data เลย เว็บไซต์ของผู้ผลิตรายหนึ่งที่ผมดูในปีนี้ หน้าที่มีทราฟฟิกมากที่สุดส่วนใหญ่ไม่มี Schema แม้แต่ชุดเดียว ปัญหาอีกแบบที่ผมเห็นคือ Schema ที่บอกสิ่งที่หน้าเว็บไม่ได้บอก บนเว็บไซต์เวอร์ชันก่อนของเราเอง ทีมเทคนิคพบปลั๊กอินที่ใส่ Schema แบบ Article พร้อมวันที่เผยแพร่เก่าและชื่อผู้เขียนไว้ในหน้าแรกและหน้าบริการ SEO ทั้งที่ทั้ง 2 หน้าไม่ใช่บทความ บางคนบอกว่า Structured Data ไม่สำคัญแล้ว แต่ AI อ่านข้อมูลนี้ เราจึงทำเป็นงานมาตรฐาน

ถ้าต้องการทีมที่ดูแลเรื่องนี้ร่วมกับงานค้นหาทั้งเว็บ บริการรับทำ SEOของ Primal รวม Structured Data ไว้ในงาน Technical SEO ร่วมกับความเร็วเว็บไซต์ การเก็บข้อมูลหน้าเว็บ และการจัดทำดัชนี ภายใต้ ElevateTECH™ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ElevateSEO™ ทีมของเราทำงานจากสำนักงานในกรุงเทพฯ กัวลาลัมเปอร์ และสิงคโปร์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Schema Markup

FAQ Schema ยังควรใส่ไว้ไหม

ไม่ต้องรีบลบ และไม่ควรเพิ่มเพื่อหวัง Rich Result Google หยุดแสดง Rich Result แบบ FAQ ตั้งแต่ 2026-05-07 บล็อก Google Search Central เคยระบุว่า Structured Data ที่ไม่ได้ใช้ไม่ก่อปัญหากับการค้นหา และก็ไม่มีผลที่มองเห็นได้ ส่วนคำถามและคำตอบที่เขียนเป็นข้อความบนหน้ายังตอบผู้อ่านได้เหมือนเดิม

ลูกค้ามักถามเราว่าถ้าแก้โค้ดหน้าเว็บเองไม่ได้ จะใส่ Schema Markup ได้ไหม

ได้ เอกสารของ Google ระบุว่าใส่ Structured Data ผ่าน Google Tag Manager หรือ JavaScript ได้ และ Google อ่าน Structured Data ที่อยู่ในหน้าหลังโหลดเสร็จ วิธีนี้เหมาะกับเว็บที่บริษัทแม่หรือแพลตฟอร์มคุมเทมเพลต หลังติดตั้งให้ทดสอบ URL จริงด้วย Rich Results Test เพราะโค้ดจะอยู่ในหน้าเมื่อ Tag Manager ทำงานแล้วเท่านั้น

ใช้ปลั๊กอิน WordPress แทนการเขียนโค้ดได้ไหม

ได้ ปลั๊กอิน SEO อย่าง Yoast SEO และ Rank Math ใส่ Schema พื้นฐานให้ทุกหน้า เช่น Organization และ Article และมีช่องให้เลือกประเภทอื่นในแต่ละหน้า หลังติดตั้งให้ตรวจว่าธีมไม่ได้ใส่ Schema ประเภทเดียวกันซ้ำ แล้วทดสอบหน้าตัวอย่างด้วย Rich Results Test

ต้องตรวจ Schema Markup บ่อยแค่ไหน

ตรวจทุกครั้งที่เปลี่ยนธีม เทมเพลต หรือปลั๊กอิน และทุกครั้งที่ข้อมูลธุรกิจเปลี่ยน เช่น ย้ายสาขา เปลี่ยนเบอร์โทร หรือเปลี่ยนเวลาเปิด ระหว่างนั้นเปิดดูรายงาน Rich Result ใน Search Console ทุกเดือน

ใส่ Schema แล้วนานแค่ไหนกว่า Rich Result จะขึ้น

ไม่มีระยะเวลาตายตัว Google ต้องเก็บข้อมูลหน้าใหม่ก่อน แล้วจึงพิจารณาว่าจะแสดง Rich Result ไหม ขอให้ Google เก็บข้อมูลหน้าใหม่ได้ด้วยเครื่องมือตรวจสอบ URL ใน Search Console และแม้โค้ดจะถูกต้อง Google ก็ไม่รับประกันว่า Rich Result จะขึ้น

Methinee Sopa

Methinee Sopa

Content Writer

Methinee Sopa เป็นนักเขียนคอนเทนต์ของ Primal ที่เขียนคอนเทนต์ SEO (Search Engine Optimisation) สำหรับ Google Search และ AI Search ตั้งแต่ร่วมงานกับ Primal ในปี 2023 เธอดูแลงานตั้งแต่ Keyword Research และโครงร่างบทความ ไปจนถึงบทความบล็อกและหน้า Landing Page

เกี่ยวกับผู้เขียน

ร่วมกับผู้นำธุรกิจกว่า 20,000 คนที่รับข่าวสาร มุมมอง และเทคนิคการตลาดล่าสุดในยุค AI

คุยกัน 30 นาที

คุยกับเรา

นัดคุยสั้น ๆ เพื่อดูว่าเราช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างไร โดยไม่ต้องเปลี่ยนเอเจนซี่ไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องรอให้ถึงปีที่ดีกว่า และไม่ต้องจ้างทีมภายในที่มีค่าใช้จ่ายสูง

  • เราทำความเข้าใจธุรกิจและเป้าหมายของคุณ
  • เราหาว่าการเติบโตของคุณมาจากช่องทางไหนได้บ้าง
  • คุณจะเห็นขั้นตอนถัดไป คือการประชุมวางกลยุทธ์ แล้วจึงเริ่มดำเนินงาน
4.9ลูกค้าของ Primal 4 ท่านที่เขียนรีวิว
บน Google

ติดต่อทีมงาน

กรอกแบบฟอร์มนี้ แล้วผู้เชี่ยวชาญของ Primal จะติดต่อกลับเพื่อทำความเข้าใจแบรนด์และเป้าหมายของคุณ

ทีมของเราจะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง (ในวันทำการ)