Cat Marketing Strategy การตลาดที่ใช้ “น้องแมว” ดึงดูดลูกค้า
สรุปบล็อกนี้
Key takeaway
Cat Marketing คือการใช้เสน่ห์และความน่ารักของแมวเพื่อดึงดูดความสนใจผู้บริโภค เพิ่มการมีส่วนร่วม และสร้างการจดจำแบรนด์ โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น โฆษณา คอนเทนต์โซเชียล อินฟลูเอนเซอร์ หรือสินค้าเฉพาะธีม ทั้งนี้ควรใช้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับภาพลักษณ์แบรนด์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด
เคยไหมที่เลื่อนฟีดโซเชียลอยู่ดี ๆ ก็ต้องหยุดนิ้วให้กับความน่ารักของ “น้องแมว”? ในยุคที่คอนเทนต์มีอยู่ล้นหลาม การจะดึงดูดสายตาผู้บริโภคให้หยุดดูได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ความน่ารัก ขี้อ้อน และซุกซนของสัตว์เลี้ยงตัวน้อยเหล่านี้กลับทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ความจริงแล้ว สิ่งที่เราเห็นผ่านสื่อบ่อย ๆ ไม่ใช่แค่ความบังเอิญ แต่คือความตั้งใจของแบรนด์ในการใช้ความน่ารักมาเป็นตัวกลางสื่อสารกับลูกค้า ซึ่งกลยุทธ์นี้เรียกว่า “Cat Marketing” (การตลาดแมว) วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกกันว่า ทำไมสิ่งมีชีวิตที่เรียกตัวเองว่า “เจ้านาย” ถึงช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ได้อย่างมหาศาล และมีกลยุทธ์อะไรบ้างที่เราสามารถนำไปปรับใช้ได้ !
เพราะความน่ารักมันต้านทานไม่ไหว! รู้จัก “Cat Marketing Strategy” กลยุทธ์ตกหัวใจลูกค้าด้วยน้องแมว
Table of Contents
Cat Marketing คืออะไร
มีงานวิจัยยืนยันว่า สัตว์เลี้ยงสามารถช่วยให้ยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) บนโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นถึง 63% ซึ่งสูงกว่าโพสต์อื่น ๆ ในหมวดธุรกิจ ทั้งยังมีหลายการศึกษาพบอีกว่า สัตว์เลี้ยงสามารถช่วยคลายความเหงาและปรับอารมณ์ของผู้ชมให้ดีขึ้นได้ จึงไม่แปลกที่ Cat Marketing ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน
Cat Marketing คือ การตลาดแมว หรือการสร้างแคมเปญการตลาดทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยการใช้แมวมาเป็นตัวกลางในการสื่อสารไปยังผู้บริโภค สามารถทำได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอินโฟกราฟิก รูปภาพ วิดีโอ หรือแม้แต่การสร้างตัวตนให้แมวเป็นอินฟลูเอนเซอร์ด้วยการมีบัญชีโซเชียลมีเดีย ซึ่งที่ได้รับความนิยมมากจะเป็น Instagram หรือการทำสินค้าคอลเลกชันพิเศษที่มีแมวเป็นองค์ประกอบสำคัญ เป็นต้น
ยิ่งในปัจจุบันที่มีเทรนด์ “Petsumer” (Pet + Consumer) หรือพฤติกรรมที่ผู้บริโภคมองสัตว์เลี้ยงเป็นเสมือนหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว (Pet Humanization) ด้วยแล้ว การใช้ Cat Marketing จึงยิ่งทรงพลัง เพราะสามารถเชื่อมโยงความรู้สึกผูกพันและดึงอารมณ์ร่วมจากผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น
รูปแบบและกลยุทธ์ Cat Marketing ที่แบรนด์นิยมใช้
เมื่อเข้าใจแล้วว่า Cat Marketing นั้นทรงพลังแค่ไหน ทีนี้เรามาดูกันว่าแบรนด์ต่าง ๆ นิยมนำเจ้านายสี่ขามาประยุกต์ใช้ในการตลาดรูปแบบไหนกันบ้าง
1. Cat as Hero: ใช้แมวเป็นตัวเอกในโฆษณา
เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเห็นโฆษณาที่ใช้แมวเป็นตัวดำเนินเรื่องมาบ้าง ทั้งที่เป็นสินค้าที่เกี่ยวกับแมวและที่ไม่เกี่ยวเลย แต่การใช้แมวมาเป็นตัวละครหลักก็สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้ชมได้อย่างง่ายดาย เพราะความน่ารักน่าเอ็นดูของเหล่าน้อง ๆ ที่เราเห็นผ่านโฆษณานั่นเอง โดยโฆษณานี้สามารถเป็นได้ทั้งวิดีโอ รูปภาพบนโซเชียลมีเดีย ตลอดจนโฆษณาโทรทัศน์และภาพในนิตยสารก็ได้เช่นกัน เหมาะกับแบรนด์ที่อยากได้ภาพลักษณ์เป็นกันเองและเข้าถึงง่าย
2. Cat Content on Social: คอนเทนต์แมวบนโซเชียล
เพราะการตลาดยุคปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยคอนเทนต์ การทำคอนเทนต์สไตล์แมว ๆ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการดึง Engagement โดยสามารถทำได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำวิดีโอสั้นบน TikTok, Instagram Reels, YouTube Shorts หรือการทำมีม (Meme) ตลก ๆ ที่แฝงปัญหา (Pain Point) ของผู้บริโภคผ่านมุมมองของแมว แต่ก่อนจะเผยแพร่คอนเทนต์ใด ๆ ต้องรู้ว่ากลุ่มผู้ชมของเราคือใครและต้องการดูอะไร หรืออาจให้ agency โฆษณา เข้ามาช่วยวางแผนกลยุทธ์ให้ตอบโจทย์ รับรองว่าไม่ว่าใครก็ต้องหยุดเลื่อนฟีดแล้วแวะมาดูคอนเทนต์ของเราอย่างแน่นอน
3. Cat Merch & Collaboration: สินค้าและคอลเลกชันแมว
เปลี่ยนจากการใช้พรีเซนเตอร์มนุษย์ มาเป็นการใช้คาแรกเตอร์แมวบนตัวสินค้าแทน แค่ใส่ความเป็น “แมว” ลงไปในสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่น ก็สามารถดึงดูดทาสแมวได้ไม่ยาก เช่น สินค้าคอลเลกชันพิเศษลายแมว แพ็กเกจจิงรูปหน้าแมว หรือใช้แมวเป็นมาสคอตร่วมกับสินค้าเดิมของแบรนด์ เพื่อสื่อสารว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างไร
4. Cat Café / Cat Experience: ประสบการณ์แบบออฟไลน์
คาเฟ่แมวถือเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับแบรนด์ทั่วไปที่ไม่ได้ทำคาเฟ่ ก็สามารถประยุกต์ใช้กลยุทธ์ “การสร้างประสบการณ์ร่วม” (Offline Experience) ได้ เช่น การจัดอีเวนต์พิเศษร่วมกับคาเฟ่แมว หรือการจัดพื้นที่กิจกรรมในร้าน อย่างร้านกาแฟ หรือโคเวิร์กกิงสเปซ โดยมีน้องแมวมาร่วมสร้างบรรยากาศชั่วคราว เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์จริงที่หน้าร้าน
5. Cat + Gamification: เกมหรือแคมเปญที่ใช้แมวเป็นตัวละคร
เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยดึงให้คนมีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้นานขึ้น เช่น การสร้างมินิเกมบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ใช้แมวเป็นตัวเดินเรื่อง เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาเล่นสะสมแต้ม แจกคูปอง หรือลุ้นรับของรางวัลธีมแมว ซึ่งนอกจากจะได้ Engagement แล้ว แบรนด์ยังสามารถเก็บข้อมูลของลูกค้าไปต่อยอดได้ด้วย
6. Cat Influencer: ใช้อินฟลูเอนเซอร์แมว
สมัยนี้ใคร ๆ ก็ผันตัวเป็นอินฟลูเอนเซอร์ได้ ไม่เว้นแม้แต่แมว! แบรนด์สามารถเลือกใช้น้องแมวจากเพจดังที่มีแฟนคลับติดตามหลักแสนหลักล้าน มาช่วยรีวิวสินค้าหรือโปรโมตแคมเปญให้ เพราะแฟนคลับของน้องแมวเหล่านี้พร้อมที่จะกดไลก์ กดแชร์ และสนับสนุนอยู่เสมอ ซึ่งเหมาะมากกับสินค้าไลฟ์สไตล์หรือแบรนด์ที่ต้องการเจาะกลุ่มทาสแมวโดยตรง
สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นเส้นทางสายอินฟลูเอนเซอร์ ถ้าไม่อยากนำเสนอตัวเอง ก็นำเสนอน้องแมวของตัวเองได้นะ ! เพียงแค่ถ่ายรูปน่ารัก ๆ มุมสวย ๆ ลงโซเชียลมีเดีย เหล่าคนรักแมวก็พร้อมเข้ามากดติดตามและมีปฏิสัมพันธ์กับเราแล้ว
Cat Marketing มีประโยชน์อย่างไร
Cat Marketing มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของคนดู
เพราะสัตว์เลี้ยงคือสิ่งมีชีวิตที่ช่วยเยียวยาจิตใจมนุษย์ได้ ไม่ใช่แค่กับผู้เลี้ยงเท่านั้น แต่ผู้ที่ชมผ่านจอก็จะรู้สึกมีความสุขไปด้วย ดังนั้น Cat Marketing จึงเป็นการนำหลักจิตวิทยามาใช้ กล่าวคือ กระตุ้นให้ผู้บริโภคมีอารมณ์ร่วมไปกับโฆษณาที่มีแมวเป็นสื่อกลางในการนำเสนอ โดยผลสำรวจพบว่า แบรนด์ที่ใช้กลยุทธ์ Cat Marketing นั้นมียอดขายเพิ่มสูงขึ้นกว่าตอนที่ทำแคมเปญแบบไม่ใช้กลยุทธ์ Cat Marketing ด้วย
Cat Marketing ช่วยทำให้คอนเทนต์ดูสร้างสรรค์มากขึ้น
การออกแบบคอนเทนต์ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายนั้น นอกจากจะต้องเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคและรู้ช่องทางที่เหมาะสมในการนำเสนอแล้ว เรายังต้องมีความคิดสร้างสรรค์ในการผลิตคอนเทนต์ออกมาให้ดูน่าสนใจ ไม่ซ้ำซากจำเจ และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนดูได้ ซึ่งการนำแมวมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักของคอนเทนต์ก็เป็นเทคนิคที่น่าสนใจ เพราะแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่เป็นที่นิยม ใคร ๆ ต่างก็ให้ความเอ็นดู เมื่อคนรักแมวที่เลื่อนฟีดผ่านไปผ่านมา แล้วเห็นคอนเทนต์เกี่ยวกับแมวของเราก็ต้องหยุดดูโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเคยรู้จักแบรนด์ของเรามาก่อนหรือไม่ก็ตาม
Cat Marketing ช่วยสร้างการมีส่วนร่วม
สมัยนี้ หากทำคอนเทนต์ดี ๆ ถูกใจผู้ชมก็สามารถเป็นไวรัลได้ง่ายในชั่วข้ามคืน ยิ่งถ้าหากเป็นคอนเทนต์น่ารัก ๆ อย่างการใช้แมวเข้ามาเป็นตัวกลางในการสื่อสารแล้วละก็ ยิ่งสามารถเพิ่มโอกาสในการมีส่วนร่วม (Engagement) ไม่ว่าจะเป็นการกดไลก์ กดแชร์ และกดติดตามได้มากกว่าคอนเทนต์ทั่ว ๆ ไปเสียอีก ดังนั้น หมั่นวางแผนการตลาดแล้วทำ Cat Marketing ให้ออกมาในรูปแบบเลิศ ๆ เข้าไว้ รับรองว่าหนทางการสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน
ข้อควรระวังในการทำ Cat Marketing
แม้ว่าการตลาดแมวจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีจุดที่แบรนด์ควรระวังเพื่อให้แคมเปญออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ได้แก่
- ความสอดคล้องกับแบรนด์ (Brand Fit): ควรประเมินว่าภาพลักษณ์ของแบรนด์เหมาะกับการใช้แมวหรือไม่ หากแบรนด์มีความเป็นทางการสูงมาก การฝืนใช้แมวแบบยัดเยียดอาจทำให้ผู้บริโภคสับสนและไม่อินกับคอนเทนต์ได้
- สวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare): หากแคมเปญนั้นจำเป็นต้องใช้แมวจริงในการถ่ายทำ แบรนด์และทีมโปรดักชันต้องให้ความสำคัญกับเรื่องแสง เสียง และความเครียดของสัตว์เป็นอันดับหนึ่ง เพื่อป้องกันประเด็นดราม่าที่อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์
ดังนั้น Cat Marketing หรือ Catvertising คือกลยุทธ์ธุรกิจยุคใหม่ไม่ควรพลาด หากพบว่าสินค้าหรือบริการของตนเองสามารถนำมาเชื่อมโยงกับน้องแมวได้ แนะนำว่าให้รีบวางแผนกลยุทธ์การโปรโมตแบรนด์เลยวันนี้ เพื่อที่จะได้ไม่ล้าหลังคู่แข่ง แถมยังถูกมองว่าเป็นคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์ ช่วยฮีลใจผู้ชมได้อีกด้วย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือทำแล้วต้องวัดผลได้จริง อย่าลืมดูตัวชี้วัดทั้ง Engagement บนโซเชียล และยอดคลิกหรือยอดขายที่ตามมาด้วย เพื่อให้รู้ว่ากลยุทธ์แมวที่เราใช้นั้นคุ้มค่าการลงทุน
หากใครสนใจอยากทำ Content Marketing เพื่อโปรโมตแบรนด์ แต่คิดไม่ออกว่าจะทำแบบไหนดี หรือต้องการเพิ่มโอกาสให้แบรนด์ถูกค้นพบได้ง่ายขึ้นอย่างยั่งยืนบนหน้าแรกของ Google ผ่านบริการรับทำ SEO สามารถติดต่อ Primal Digital Agency บริษัทให้บริการด้านการตลาดชั้นนำ พร้อมผู้เชี่ยวชาญกว่า 150 คนที่จะช่วยคุณทำการตลาดแบบครบวงจร ตั้งแต่การทำคอนเทนต์ไปจนถึงการบรรลุเป้าหมายที่คุณต้องการ
ติดต่อ Primal วันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาและแผนการตลาดที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกลยุทธ์การตลาดแมว (Cat Marketing Strategy) (FAQs)
| Question | Answer |
|---|---|
| Cat Marketing ได้ผลจริงไหม ? | ได้ผล โดยเฉพาะในช่องทางโซเชียลมีเดีย เพราะคอนเทนต์แมวช่วยดึงดูดสายตาและกระตุ้นการมีส่วนร่วม เช่น การกดไลก์ แชร์ และคอมเมนต์ |
| ทำไมคนถึงชอบดูคอนเทนต์แมวมาก ? | เพราะแมวให้ความรู้สึกผ่อนคลาย น่ารัก และสร้างอารมณ์เชิงบวก ทำให้ผู้ชมอยากเสพคอนเทนต์ซ้ำและแชร์ต่อ |
| Cat Marketing เหมาะกับธุรกิจแบบไหน ? | เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์เป็นมิตร เข้าถึงง่าย เช่น ไลฟ์สไตล์ อาหาร แฟชั่น หรือแบรนด์ที่เน้นโซเชียลมีเดีย |
| ใช้แมวในการตลาดมากเกินไปมีข้อเสียไหม ? | มี หากใช้โดยไม่เกี่ยวข้องกับแบรนด์หรือใช้บ่อยเกินไป อาจทำให้คอนเทนต์ดูไม่น่าเชื่อถือหรือขาดเอกลักษณ์ |
Join the discussion - 0 Comment