AI ไม่ได้มาแทน SEO แต่ทำให้สายงาน Search สำคัญกว่าเดิม
สรุปบล็อกนี้
AI ไม่ได้มาแทนที่งาน SEO แต่กำลังทำให้สายงานที่เกี่ยวข้องขยายตัวเพิ่มขึ้น
ลองคิดดูว่า เมื่อ 5 ปีก่อน เราโฟกัสแค่การทำให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google บางคนอาจลอง Bing เพิ่มถ้ามีเวลา แต่วันนี้ หัวหน้ากลับถามว่าคลิปวิดีโอติดอันดับ YouTube หรือยัง มีคนพูดถึงแบรนด์ใน Reddit ไหม แล้วถ้ามีคนถาม ChatGPT จะเจอชื่อแบรนด์เราหรือเปล่า
ทั้งหมดนี้ยังคงเป็นหน้าที่ของ “สายงาน Search” อยู่ดี แค่มีช่องทางมากขึ้น แพลตฟอร์มมากขึ้น และต้องเก่งรอบด้านมากขึ้นเท่านั้นเอง
Table of Contents
Search ไม่เคยมีแค่ Google เท่านั้น
จากประสบการณ์ที่ทำงานกับหลายธุรกิจ สิ่งที่ผมสังเกตคือ คนทำ SEO เก่ง ๆ ไม่ใช่แค่พยายามเอาชนะระบบของ Google แต่พวกเขาเข้าใจสิ่งที่ใหญ่กว่านั้น คือ “พฤติกรรมการค้นหาของคน” ผู้คนหาข้อมูลอย่างไร ไปค้นหาคำตอบจากที่ไหน แล้วอะไรทำให้เขาเชื่อแหล่งข้อมูลนี้มากกว่าอีกแหล่งข้อมูลหนึ่ง ?
ดังนั้น เราจึงสามารถสรุปได้ว่า งานสาย Search ประกอบไปด้วยกุญแจสำคัญเหล่านี้
- การเข้าใจว่าผู้คนอยากรู้เรื่องอะไรจริง ๆ
- การสร้างคอนเทนต์ที่ตอบคำถามผู้ใช้ได้
- การสร้างความเชื่อใจให้กับกลุ่มเป้าหมาย
- การทำให้แบรนด์คุณถูกค้นพบในที่ที่กลุ่มเป้าหมายอยู่
- การวัดผลว่าวิธีไหนใช้ได้ผลจริง
อย่าลืมว่า แม้แพลตฟอร์มจะเปลี่ยนไป แต่งานที่เราทำยังคงเหมือนเดิม
คุณอาจกำลังทำสิ่งเหล่านี้อยู่ใช่ไหม
ลองเปิดดูรายงานการทำงานของคุณเมื่อเดือนที่แล้วสิ ผมเดาว่าคุณน่าจะเคยทำอะไรประมาณนี้มาแล้ว
- ตั้งชื่อวิดีโอและเขียนคำอธิบายสำหรับ YouTube
- หาทางให้แบรนด์ถูกพูดถึงในกระทู้ Reddit ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
- ทำให้แบรนด์มีผลลัพธ์จากคู่มือการค้นหาด้วยเสียง (Voice Search)
- สร้างคอนเทนต์ที่คนอยากแชร์บน LinkedIn
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Google จะค้นเจอชื่อแบรนด์ของคุณ
ทั้งหมดนี้คือ “การค้นหาแบบ Multi-Platform” หรือคุณอาจเรียกมันว่า “SEO และอื่น ๆ” ก็ได้ แต่ชื่อเรียกไม่สำคัญเท่ากับความจริงที่ว่า ขอบเขตของการค้นหากำลังขยายไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ
เหตุผลที่ทักษะการทำ SEO ของคุณ ยังคงใช้ได้ทุกแพลตฟอร์ม
คนในสายงาน SEO มักกังวลว่า ตัวเองต้องรีบเรียนรู้แพลตฟอร์มใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา แต่ความจริงแล้ว ทักษะสำคัญที่คุณมี สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งหมด
คุณรู้วิธีปรับตัวเวลา Google เปลี่ยนอัลกอริทึมในช่วงเวลาไม่กี่เดือน ถ้าอย่างนั้นการเรียนรู้ว่า ChatGPT เลือกแหล่งข้อมูลอย่างไร ก็ไม่ต่างกันมากนัก
คุณเคยลองผิดลองถูกเพื่อหาปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับดีขึ้น หลักการเดียวกันนี้ สามารถใช้ได้กับการวิเคราะห์ว่า Perplexity เลือกค้นหาข้อมูลคอนเทนต์แบบไหน
คุณเคยสร้างคอนเทนต์ให้ตรงกับ Search Intent แพลตฟอร์ม AI ก็ต้องการแบบเดียวกัน แค่เปลี่ยนฟอร์แมตให้เข้ากับระบบมันเท่านั้น
และนี่คือทักษะที่คนทำ SEO มักมีติดตัวโดยที่ไม่รู้ตัว
- การปรับตัวเข้ากับอัลกอริทึม
- การวิเคราะห์ระบบจากผลลัพธ์
- การวางกลยุทธ์เนื้อหา
- การแก้ปัญหาทางเทคนิค
- การวัดผลและประเมินประสิทธิภาพ
ทักษะเหล่านี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกแพลตฟอร์มที่มีการจัดอันดับหรือเลือกแสดงคอนเทนต์เลยทีเดียว
การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ช่องทางมากขึ้น = การทำงานหนักขึ้น
| สิ่งที่เคยทำ | สิ่งที่ต้องทำ |
| ติดอันดับบน Google | ติดอันดับบน Google + แพลตฟอร์ม AI + โซเชียลต่าง ๆ |
| การทำ Keyword Research | ค้นหา “คำถาม” ที่ผู้คนใช้ในแต่ละแพลตฟอร์ม |
| การทำ Backlink | สร้างความน่าเชื่อถือในทุกที่ที่คนค้นหา |
| วิเคราะห์ด้วย Google Analytics | ติดตามผลลัพธ์ด้วยเครื่องมือการค้นหาจากหลากหลายแพลตฟอร์ม |
| โฟกัสแค่ Search Engine เดียว | ครอบคลุมทุกช่องทางที่ผู้ใช้ค้นหาคำตอบและข้อมูล |
จำนวนแพลตฟอร์มที่เพิ่มขึ้น จึงมาพร้อมปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่น้อยลง
ทำไมแบรนด์จึงต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ?
โลกของการค้นหาข้อมูลซับซ้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ยังตามอัปเดตของ Google แทบไม่ทัน แล้วตอนนี้พวกเขาต้องเข้าใจเพิ่มอีกหลายเรื่อง อย่างการอ้างอิงของ ChatGPT, การติดอันดับใน Perplexity, การแสดงผลใน YouTube, การมองเห็นใน LinkedIn และแน่นอน ยังไม่รวมแพลตฟอร์มใหม่ ๆ ที่จะเปิดตัวในเดือนหน้า
พวกเขาไม่มีทางรับมือทั้งหมดนี้ได้คนเดียว แบรนด์จึงต้องการคนที่เข้าใจว่า แต่ละระบบทำงานอย่างไร และต้องปรับตัวอย่างไรให้เข้ากับระบบเหล่านั้นได้ทันเวลา
สิ่งที่ลูกค้ามักถามผมตอนนี้คือ
- เราควรโฟกัสที่การติดอันดับบน ChatGPT หรือยังเน้น Google ดี ?
- ทำไมคู่แข่งถึงติดในคำตอบของ AI แต่เราไม่ติดเลย ?
- จะวัดผลจากหลายแพลตฟอร์มพร้อมกันได้ยังไง ?
- ถ้าจะให้คนค้นเจอด้วยเสียง (Voice Search) ต้องทำคอนเทนต์แบบไหน ?
เมื่อ 3 ปีก่อน คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่ไม่เคยมีใครถาม แต่ตอนนี้ แทบทุกธุรกิจถามกันหมดแล้ว
ความจริงของตลาดในสายงานนี้
ผมเพิ่งเข้าไปดูเว็บไซต์หางานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตำแหน่งงานด้าน SEO เพิ่มขึ้นถึง 23% จากปีก่อน และเงินเดือนก็ขยับขึ้นตามด้วย
ตอนนี้บริษัทไม่ได้ลดบทบาทของสาย SEO ลง แต่กลับเพิ่มตำแหน่งใหม่ เพื่อรองรับสิ่งที่เปลี่ยนไปแทน
ตำแหน่งใหม่ ๆ ที่ผมเห็นบ่อยขึ้นช่วงนี้ ได้แก่
- ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้นหาหลายแพลตฟอร์ม (Multi-platform search specialists)
- นักวางกลยุทธ์คอนเทนต์สำหรับ AI (AI content strategists)
- ที่ปรึกษาด้าน Voice Search (Voice search consultants)
- ผู้จัดการวิเคราะห์ข้อมูลข้ามแพลตฟอร์ม (Cross-platform analytics managers)
ตำแหน่งเหล่านี้ไม่มีมาก่อนจนกระทั่งยุคที่ AI เข้ามา แล้วในวันนี้ พวกมันก็กลายเป็นโอกาสใหม่สำหรับคนทำงานสาย Search ไปเรียบร้อยแล้ว
ความกังวลทั่วไปเกี่ยวกับ AI
- ความกังวล: “ChatGPT จะมาแทนที่การค้นหาบน Google”
- ความจริง: คนยังใช้ Google ค้นหาข้อมูลกว่า 8.5 พันล้านครั้งต่อวัน AI แค่เติมพฤติกรรมการค้นหาให้หลากหลายขึ้นเท่านั้น ไม่ได้มาแทนแต่อย่างใด
- ความกังวล: “AI จะทำให้ทุกอย่างใน SEO กลายเป็นงานอัตโนมัติ”
- ความจริง: AI เพียงแค่เข้ามาช่วยในบางงาน เช่น การสร้างคอนเทนต์หรือวิเคราะห์ข้อมูล แต่มันยังไม่สามารถวางกลยุทธ์ หรือเข้าใจบริบทของธุรกิจได้ดีเท่ามนุษย์
- ความกังวล: “ต่อไปจะเหลือแค่สาย Technical SEO เท่านั้นที่อยู่รอด”
- ความจริง: การวางกลยุทธ์ในการทำคอนเทนต์และการสร้างความน่าเชื่อถือกำลังมีบทบาทมากขึ้น เพราะ AI เริ่มให้ความสำคัญกับการคัดกรองคอนเทนต์คุณภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ
บางทีผมอาจคิดผิดก็ได้ แต่ผมไม่คิดแบบนั้น เพราะทุกครั้งที่มีแพลตฟอร์มค้นหาใหม่ ๆ เกิดขึ้น มันก็ยิ่งสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับคนที่เข้าใจว่าต้องทำอย่างไรให้แบรนด์ถูกค้นเจอ
วิธีพัฒนาทักษะให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง
คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองใหม่หมด แค่ต่อยอดจากสิ่งที่คุณรู้ดีอยู่แล้วก็พอ
ค่อย ๆ เรียนรู้แพลตฟอร์มใหม่ทีละตัว : เริ่มจาก AI Engine แพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งก่อน ศึกษาว่ามันเลือกแหล่งข้อมูลอย่างไร ใช้กระบวนการทดลองและวัดผลแบบที่คุณเคยใช้กับ SEO ได้เลย เมื่อเข้าใจแล้ว ค่อยขยายไปยังแพลตฟอร์มอื่น
กลับมาโฟกัสเรื่องพื้นฐาน : ตอนนี้คอนเทนต์คุณภาพมีความสำคัญยิ่งกว่าที่เคย เพราะระบบ AI คัดกรองเนื้อหาเข้มงวดกว่า Google เสียอีก
คิดให้ใหญ่กว่าเดิม : หยุดคิดแบบแยกแพลตฟอร์ม เช่น ทำคอนเทนต์แค่ให้ติดบน Google แต่ให้เริ่มคิดถึงการสร้างความน่าเชื่อถือที่ใช้ได้ผลกับทุกช่องทาง
กระหายความรู้อยู่เสมอ : แพลตฟอร์มใหม่เกิดขึ้นแทบทุกเดือน ทักษะที่สำคัญที่สุดของคุณ จึงเป็นเรื่องความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวอยู่ตลอดเวลานั่นเอง
ผมมองโลกในแง่ดีเกินไปไหม ?
จากที่ผมเห็นตอนนี้ โลกของการค้นหาข้อมูลกำลังแตกออกเป็นหลายแพลตฟอร์ม และแต่ละแพลตฟอร์มก็ต้องการคนที่เข้าใจว่าจะทำอย่างไรให้คอนเทนต์ถูกค้นเจอ
ซึ่งนั่นแปลว่า มีโอกาสใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นเยอะมาก
ความต้องการในปัจจุบัน ได้แก่
- ธุรกิจยังจัดการกลยุทธ์หลายแพลตฟอร์มได้ไม่ดี
- คู่แข่งส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจวิธีทำงานของ AI Platform
- ลูกค้ายินดีจ่ายแพงขึ้น ถ้าเจอคนที่เข้าใจภาพรวมของโลก Search ทั้งระบบ
ส่วนโอกาสในอนาคตก็ยังมีอีกมากมาย เช่น
- แพลตฟอร์มใหม่ ๆ สำหรับการค้นหาจะยังคงเปิดตัวต่อไป
- มาตรฐานคุณภาพคอนเทนต์จะยิ่งสูงขึ้น
- ที่ปรึกษากลยุทธ์จะกลายเป็นตำแหน่งที่มีคุณค่าและสำคัญมากขึ้น
งานอาจซับซ้อนขึ้นก็จริง แต่งานที่ซับซ้อน ก็มักให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเสมอ
แล้วทั้งหมดนี้ส่งผลอย่างไรกับคุณ ?
เลิกกังวลว่า AI จะมาแย่งงานคุณ แต่เปลี่ยนมาเริ่มคิดได้แล้วว่า โอกาสใหม่ ๆ แบบไหนที่คุณอยากคว้าไว้
ถ้าคุณทำ SEO อยู่แล้ว : แปลว่าคุณมีทักษะที่ตรงจุดสำหรับการทำงานบนแพลตฟอร์ม AI อยู่ในมือ แค่ต้องค่อย ๆ เรียนรู้ทีละแพลตฟอร์ม และต่อยอดจากพื้นฐานที่คุณมีอยู่แล้วให้เติบโตขึ้นอย่างมั่นคง
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มสนใจงานด้าน Search : ถือว่าคุณมาถูกจังหวะ เพราะสนามนี้กำลังขยายตัวเร็วมาก และยังมีที่ว่างอีกมากสำหรับคนที่อยากเรียนรู้จริงจัง
ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ : คุณจะต้องการคนที่ช่วยวางกลยุทธ์การค้นหาแบบหลายแพลตฟอร์ม และการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง (DIY) จะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะคุณต้องเข้าใจทั้ง Google, ChatGPT, แพลตฟอร์มโซเชียล และ Voice Search ไปพร้อมกัน
งานด้าน Search จะไม่หายไปไหน แต่มันจะมีขอบข่ายที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
อนาคตเป็นของคนที่ “ช่วยให้แบรนด์ถูกค้นเจอ” ไม่ว่าลูกค้าจะมองหาคำตอบจากที่ไหนก็ตาม
ศึกษาแนวทางสร้างความสำเร็จบนทุกแพลตฟอร์มค้นหาได้ในคู่มือฉบับเต็มของเรา
Join the discussion - 0 Comment