Agentic AI พาร์ตเนอร์ที่คิด วางแผน และบริหารงานได้อัตโนมัติ

สรุปบล็อกนี้

Key Takeaways

Agentic AI คือ ระบบปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงที่ทำงานเป็นอิสระ สามารถคิดวิเคราะห์ ใช้เหตุผล ตัดสินใจ และลงมือทำงานอัตโนมัติได้เองตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ โดยไม่ต้องรอการป้อนคำสั่งทีละขั้นตอนจากมนุษย์ ทำให้ Agentic AI เป็นพาร์ตเนอร์ที่ช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรได้อย่างมหาศาล


Agentic AI คือ ระบบปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงที่ลงมือตามเป้าหมายที่กำหนด

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับ AI ในรูปแบบของ Chatbot หรือ Generative AI ที่จะแนะนำและตอบคำถามเมื่อป้อนคำสั่งไปเท่านั้น แต่ที่จริงแล้ว ยังมีการพัฒนา AI ไปไกลกว่านั้น นั่นก็คือ Agentic AI ที่สามารถปฏิบัติงานให้สำเร็จโดยไม่จำเป็นต้องรอคำสั่งทีละขั้นตอน ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในบทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับ Agentic AI ว่าคืออะไร และทำไมจึงกลายเป็นพาร์ตเนอร์ที่ช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรได้จำนวนมหาศาล

Agentic AI คืออะไร ?

Agentic AI คือ ระบบปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงที่ออกแบบมาให้มีความสามารถในการตัดสินใจ และลงมือทำงานได้เองตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยอาศัยเทคโนโลยี Machine Learning (ML) และ Natural Language Processing (NLP) ในการประมวลผล ระบบนี้ AI สามารถคิด วิเคราะห์ และดำเนินงานได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องอาศัยการป้อนคำสั่ง (Prompts) จากมนุษย์ในทุกขั้นตอน

Agentic AI แตกต่างจาก AI แบบดั้งเดิมอย่างไร ?

แม้ว่าจะเป็น AI เหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างจาก AI ทั่วไป โดยมีการทำงานและความสามารถที่แตกต่างกันดังต่อไปนี้

หัวข้อ Traditional AI Agentic AI
ลักษณะการทำงาน ทำงานตามคำสั่งหรือกฎที่ตั้งไว้เท่านั้น คาดการณ์สิ่งที่จำเป็นและเสนอแนะแนวทางได้เอง
ความเป็นอิสระในการทำงาน ต้องมีมนุษย์คอยสั่งการหรือป้อนคำสั่ง (Prompt) ทีละขั้นตอน ตัดสินใจและดำเนินการตามเป้าหมายหลักได้เองโดยไม่ต้องรอคำสั่งย่อย
กระบวนการคิด ประมวลผลตามอัลกอริทึมและข้อมูลที่มีโครงสร้างชัดเจน มีการใช้เหตุผล ชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย และตัดสินใจตามบริบท
การเรียนรู้ ทำงานในขอบเขตที่โปรแกรมไว้ ไม่สามารถเปลี่ยนวิธีทำงานเองได้ เรียนรู้จากการปฏิสัมพันธ์และประสบการณ์ใหม่เพื่อปรับปรุงการทำงาน
บทบาทต่อผู้ใช้ เป็นเครื่องมือที่ช่วยทำงานให้สำเร็จ เป็นพาร์ตเนอร์หรือเพื่อนร่วมงานที่ช่วยบริหารจัดการงาน
ตัวอย่างการใช้งาน การจดจำใบหน้า, การแปลภาษา, การคัดแยกอีเมลขยะ การวางแผนวิจัยและสรุปผล, การกู้คืนระบบอัตโนมัติ, การจัดการแคมเปญการตลาดครบวงจร

นวัตกรรมที่ขับเคลื่อน Agentic AI

ระบบ Agentic AI ได้ก้าวข้ามขีดจำกัด จาก AI ที่รับคำสั่ง มาเป็นการทำงานอย่างเป็นระบบเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยใช้เทคโนโลยีที่สำคัญ ดังนี้

  • Large Language Models (LLMs) เป็นหัวใจสำคัญที่เปรียบเสมือนระบบความคิดของ Agentic AI นวัตกรรมนี้ช่วยให้ระบบไม่เพียงแค่จำคำศัพท์ได้ แต่สามารถเข้าใจ Intent และความต้องการที่ซับซ้อนของมนุษย์ได้ผ่านการประมวลผลทางภาษาที่ละเอียดอ่อน
  • Scalable Computing Power สามารถคิดและคำนวณได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยการใช้ระบบคลาวด์และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ระดับสูง
  • Very Large Datasets มีชุดข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data ที่ครอบคลุมทุกสาขาและทุกมิติของข้อมูล และยังสามารถใช้นวัตกรรมด้าน Deep Learning ช่วยหารูปแบบและความสัมพันธ์ของข้อมูลที่คนอาจมองไม่เห็น
  • System Interconnectivity สามารถเชื่อมต่อและโต้ตอบกับซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ หรือระบบฐานข้อมูลอื่น ๆ (APIs Integration) ได้อย่างลื่นไหล

คุณสมบัติเด่นของ Agentic AI

Agentic AI มีความสามารถโดดเด่นจาก AI ทั่วไป ด้วยคุณสมบัติที่สำคัญ 4 ประการดังต่อไปนี้

Autonomy ทำงานเป็นอิสระไม่พึ่งพิงคำสั่งทีละขั้นตอน

Agentic AI แตกต่างจากซอฟต์แวร์หรือ Generative AI ทั่วไปที่ต้องรอ Prompt ทุกครั้ง ที่ต้องการผลลัพธ์ ตัวอย่างเช่น หากเป็น AI ทั่วไปจะต้องสั่งทีละขั้นตอนตั้งแต่ร่างอีเมล ส่งอีเมล และช่วยบันทึกชื่อลงตาราง แต่ Agentic AI จะรับโจทย์เพียงครั้งเดียวว่า “ช่วยจัดการนัดหมายกับลูกค้ากลุ่มนี้ให้สำเร็จ” จากนั้นระบบจะดำเนินการติดต่อ ประสานงาน และสรุปผลด้วยตัวเองจนจบกระบวนการ

Reasoning การใช้เหตุผลและตัดสินใจตามบริบท

สามารถชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสีย และตัดสินใจตามบริบทของสถานการณ์ ไม่มีสูตรสำเร็จในการตัดสินใจที่ตายตัว ในขณะที่ AI ทั่วไปทำงานแบบ If-Then แต่ Agentic AI จะมีการจัดลำดับความสำคัญของลูกค้าจากประวัติและผลกำไรที่ผ่านมา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Natural Language Understanding สามารถเข้าใจเจตนาที่ซ่อนอยู่ได้

สามารถตีความหมายและเข้าใจเจตนาหรือ Intent ที่ซับซ้อนได้ ไม่ต้องสั่งคำสั่งตรง ๆ โดยสามารถบอกได้เลยว่าต้องการอะไร เช่น ไม่ต้องบอกว่า “จงวิเคราะห์ข้อมูล A, B, C” แต่สามารถบอกได้ว่า “ช่วงนี้ยอดขายตก ให้วิเคราะห์สาเหตุและทางแก้ไข” ระบบจะสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องและทรงประสิทธิภาพ

Workflow Optimisation จัดการขั้นตอนงานอย่างมีประสิทธิภาพ

สามารถเคลื่อนย้ายงานระหว่างงานย่อยหรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพจนจบกระบวนการ เช่น สามารถเปิดโปรแกรมบัญชีแล้วสลับไปทำกราฟสรุปได้

ประเภทของ Agentic AI

เราสามารถแบ่งประเภทของ Agentic AI ได้ตามประเภทการใช้งานหลัก ๆ ได้ดังต่อไปนี้

Proactive

ระบบจะคาดการณ์ความต้องการ ระบุรูปแบบที่เกิดขึ้นใหม่ และเริ่มลงมือแก้ไขปัญหาตั้งแต่เนิ่น ๆ เช่น ในระบบซัปพลายเชน ระบบสามารถตรวจเช็กสภาพอากาศและคาดการณ์ความล่าช้าของการขนส่ง พร้อมสั่งเปลี่ยนเส้นทางได้ทันทีเพื่อลดระยะเวลาหยุดชะงัก

Adaptable

สามารถปรับตัวได้เข้ากับสภาพแวดล้อมเฉพาะทางได้ อย่างเช่น ในธุรกิจสุขภาพและความงาม จะสามารถเข้าใจคำศัพท์ทางการแพทย์และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทำให้ตอบสนองได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น

Collaborative

ออกแบบให้สามารถทำงานร่วมกับคนและ AI อื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การรวบรวมข้อมูลจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและครบถ้วนได้

Specialized

มีระบบการทำงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในระดับสูงทำงานประสานกัน ทำให้การทำงานต่าง ๆ มีความแม่นยำ ได้ผลลัพธ์ที่ละเอียดและครอบคลุมในทุกด้าน

Agentic AI ผู้ช่วยที่ลงมือทำงานโดยที่ไม่ต้องป้อนคำสั่งย่อย

การทำ Agentic AI ไปใช้งานจริง

ปัจจุบันได้มีการนำ Agentic AI มาใช้ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อลดขั้นตอน เพิ่มความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

  • สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&D) ช่วยลดขั้นตอน Manual ในการรวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูล AI สามารถดึงผลงานวิจัยจากแหล่งที่น่าเชื่อถือมาสรุปผลและวางแผนการทดสอบขั้นต่อไป ช่วยประหยัดเวลาและต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
  • แปลงโค้ดและการย้ายระบบ (Code Transformation) ช่วยลดความยุ่งยากในการ Migration ข้อมูลหรืออัปเดตแอปพลิเคชันรุ่นเก่าให้ทันสมัยขึ้น จากที่เคยใช้เวลาหลายเดือนเหลือเพียงไม่กี่นาที
  • การตอบสนองต่อเหตุการณ์อัตโนมัติ (Incident Response) เมื่อเกิดข้อผิดพลาดหรือความเสี่ยงด้านความปลอดภัย AI สามารถจัดการแก้ไขเบื้องต้น จัดทำรายงาน และแจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องได้ทันที พร้อมวิเคราะห์สาเหตุเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ
  • การบริการลูกค้า (Customer Service) AI สามารถค้นหาคำตอบจากฐานข้อมูลบริษัทเพื่อช่วยเหลือลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากพบปัญหาที่ซับซ้อนเกินไปจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดและส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ที่เป็นมนุษย์ดูแลต่อได้อย่างไร้รอยต่อ

เลือก Primal เป็นพาร์ตเนอร์ขับเคลื่อนธุรกิจ

เพิ่มพลังธุรกิจด้วย AI ไปกับ Primal บริษัทรับทำการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพราะเราไม่เพียงใช้เครื่องมือ AI ทั่วไป แต่เราเชี่ยวชาญด้านการตลาดอย่างแท้จริง สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืน

  • ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริง เรามีประสบการณ์บริหารงบโฆษณาและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจมาแล้วกว่า 600 แบรนด์ทั่วภูมิภาค
  • ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำ SEO ขั้นสูงที่รองรับการค้นหาบน AI Search, การวิเคราะห์ Data เชิงลึก หรือการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบอัตโนมัติ
  • เทคโนโลยีล้ำสมัย ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ระดับสากลและนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เพื่อให้ทุกการลงทุนของคุณคุ้มค่าและเปลี่ยนเป็นผลกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ติดต่อ Primal วันนี้ เพื่อรับแผนกลยุทธ์การตลาดที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Agentic AI. สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 จาก https://www.endava.com/glossary/agentic-ai
  2. What Is Agentic AI? . สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 จาก https://aws.amazon.com/what-is/agentic-ai/

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Agentic AI (FAQs)

คำถาม (Questions) คำตอบ (Answers)
Agentic AI ทำงานด้วยเทคโนโลยีอะไรเป็นหลัก ? Agentic AI ทำงานโดยมี Large Language Models (LLMs) เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ระบบเข้าใจ Intent ที่ซับซ้อน และใช้ร่วมกับเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น Scalable Computing Power, Very Large Datasets, และ System Interconnectivity ในการดำเนินงาน
Agentic AI มีความเป็นอิสระในการตัดสินใจ แล้วใครเป็นผู้ควบคุมผลลัพธ์สุดท้าย ? แม้จะมี Autonomy ในการทำงาน แต่ Agentic AI ถูกตั้งเป้าหมายโดยมนุษย์ และมนุษย์ยังคงมีบทบาทในการกำหนดขอบเขต ตรวจสอบผลลัพธ์ และประเมินประสิทธิภาพในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อให้มั่นใจว่าผลลัพธ์ตรงตามกลยุทธ์และจริยธรรมของธุรกิจ
Agentic AI จะเข้ามาทดแทนตำแหน่งงานของนักการตลาดที่เป็นมนุษย์หรือไม่ ? Agentic AI ออกแบบมาให้เป็นพาร์ตเนอร์หรือเพื่อนร่วมงานมากกว่าการเข้ามาทดแทนทั้งหมด ระบบจะช่วยจัดการงานที่ซ้ำซ้อนและต้องใช้เวลามาก เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การจัดลำดับความสำคัญ ช่วยให้นักการตลาดที่เป็นมนุษย์สามารถมุ่งเน้นไปที่งานซึ่งต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ การวางกลยุทธ์ และการตัดสินใจที่ซับซ้อนกว่าได้