Canva คืออะไร เครื่องมือสร้างสรรค์งานออกแบบที่แบรนด์ต้องรู้

สรุปบล็อกนี้

Key Takeaways

Canva คือแพลตฟอร์มออกแบบกราฟิกและผลิตคอนเทนต์ออนไลน์ที่เข้ามาช่วยทลายข้อจำกัดด้านทักษะการออกแบบและงบประมาณของธุรกิจ ด้วยระบบลากวาง (Drag-and-Drop) ซึ่งมีเทมเพลตสำเร็จรูปนับแสนแบบให้เลือกใช้ ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยี AI (Magic Studio) ที่ช่วยย่นระยะเวลาการทำงาน ที่สำคัญแพลตฟอร์มนี้ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่งานโซเชียลมีเดีย สื่อสิ่งพิมพ์ ไปจนถึงการตัดต่อวิดีโอ พร้อมฟังก์ชัน Brand Kit ที่เอื้อต่อการทำงานร่วมกันเป็นทีม แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องการนำไปจดลิขสิทธิ์และการปรับแต่งกราฟิกความละเอียดสูง แต่สำหรับผู้ประกอบการและนักการตลาดแล้ว Canva คือผู้ช่วยคนสำคัญที่ช่วยจบงานได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับช่วยลดต้นทุน และเมื่อนำมาผสานเข้ากับกลยุทธ์การตลาดที่แม่นยำยังรองรับการขยายสเกลธุรกิจให้เติบโตในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ในยุคที่ธุรกิจต้องแข่งขันกันด้วยความเร็วในการผลิตคอนเทนต์ ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว การออกแบบสื่อกราฟิกและวิดีโอให้ดึงดูดสายตามักตามมาด้วยข้อจำกัดด้านทักษะเฉพาะทางและงบประมาณในการจ้างนักออกแบบมืออาชีพ ปัญหานี้ทำให้หลายแบรนด์ไม่สามารถผลิตสื่อการตลาดได้ทันความต้องการ และพลาดโอกาสในการทำกำไรไปอย่างน่าเสียดาย นี่จึงเป็นจุดที่โปรแกรม Canva เข้ามาพลิกโฉมโลกการทำงานไปได้อย่างสิ้นเชิง

โปรแกรม Canva คืออะไร ?

Canva คือแพลตฟอร์มออกแบบกราฟิกและผลิตคอนเทนต์ออนไลน์แบบสำเร็จรูปที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทลายข้อจำกัดด้านทักษะการออกแบบ เพราะใช้งานได้ง่าย โดยมีจุดเด่นคือระบบการทำงานแบบลากแล้ววาง (Drag-and-Drop) พร้อมเทมเพลตสำเร็จรูปนับแสนแบบที่รองรับตั้งแต่การทำรูปภาพบนโซเชียลมีเดีย งานนำเสนอ (Presentation) สื่อสิ่งพิมพ์ ไปจนถึงการตัดต่อวิดีโอ

โปรแกรม Canva ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานกราฟิกดีไซน์สามารถผลิตชิ้นงานคุณภาพสูงได้ด้วยตัวเอง แต่ปัจจุบันยังได้ผสานเทคโนโลยี Generative AI (Magic Studio) เข้ามาช่วยย่นระยะเวลาการทำงาน ทำให้แพลตฟอร์มนี้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจและทีมการตลาด ที่ต้องการสเกลการผลิตชิ้นงานจำนวนมากให้ทันต่อการแข่งขันบนโลกออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงต้องการวางกลยุทธ์คอนเทนต์ให้ไวรัล

Canva คืออะไร

Canva ทําอะไรได้บ้าง ครอบคลุมงานกราฟิกแค่ไหน ?

หลายคนมักเข้าใจว่าแพลตฟอร์มนี้เอาไว้ทำแค่ภาพโพสต์ลง Facebook หรือ Instagram เท่านั้น แต่ความจริงแล้วระบบถูกพัฒนามาเพื่อรองรับงานขององค์กรแทบทุกภาคส่วน ซึ่งหากพูดถึงประโยชน์ของ Canva เพื่อใช้ในการทำงาน สามารถสรุปได้ ดังนี้

สร้างสรรค์งานออกแบบที่หลากหลายและครอบคลุม

ระบบโปรแกรมของ Canva ถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมกับงานออกแบบทุกประเภท อีกทั้งยังมีขนาดของภาพที่เหมาะสมกับงานออกแบบต่าง ๆ ให้คุณกดเลือก โดยไม่ต้องเสียเวลามาตั้งค่าเองอีกด้วย เช่น

  • งานโซเชียลมีเดียและโฆษณา : ระบบมีขนาดภาพมาตรฐานของทุกแพลตฟอร์มเตรียมไว้ให้พร้อม ช่วยลดระยะเวลาในการเตรียมชิ้นงานโฆษณา
  • งานนำเสนอระดับมืออาชีพ : สามารถสร้างสไลด์ที่สวยงาม มีลูกเล่นการนำเสนอ และแชร์ลิงก์ให้ทีมงานเข้ามาแก้ไขพร้อมกันได้แบบเรียลไทม์
  • การทำอินโฟกราฟิก : มีเทมเพลต แผนภูมิ และไอคอนกราฟิกที่ช่วยแปลงข้อมูลหรือสถิติที่ซับซ้อน ให้กลายเป็นภาพที่อ่านง่ายและน่าสนใจ เหมาะสำหรับการทำคอนเทนต์ให้ความรู้หรือสรุปรายงาน สามารถอ่านเรื่องอินโฟกราฟิกคืออะไร เพื่อการนำไปใช้ที่ตอบโจทย์กับแบรนด์เพิ่มเติมได้เลย
  • งานพิมพ์และสื่อออฟไลน์ : รองรับการออกแบบนามบัตร โปสเตอร์ โบรชัวร์ ไปจนถึงแพ็กเกจจิง โดยสามารถตั้งค่าสีสำหรับงานพิมพ์ (CMYK) ได้เพื่อความแม่นยำของสี
  • ตัดต่อวิดีโอแบบรวดเร็ว : มีฟังก์ชันตัดต่อวิดีโอสั้นหรือ Reels ที่ใช้งานง่าย พร้อมคลังเพลงและเอฟเฟกต์เสียงที่ถูกลิขสิทธิ์
  • การคุมโทนแบรนด์ : ธุรกิจสามารถอัปโหลดโลโก้ ฟอนต์ประจำองค์กร และชุดสีของแบรนด์เก็บไว้ในระบบ เพื่อให้ทีมงานทุกคนผลิตชิ้นงานออกมาในทิศทางเดียวกันและรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์ไว้ได้

เทมเพลตฟรีกว่า 250,000 เทมเพลต

นอกจากจะมีขนาดของภาพเพื่องานออกแบบที่เหมาะสมแล้ว Canva ยังมีเทมเพลตสำเร็จรูปให้คุณเลือกใช้และนำมาปรับเปลี่ยนแก้ไขให้เป็นสไตล์ของคุณกว่า 250,000 เทมเพลต อีกทั้งคุณยังสามารถเสิร์ชหาธีมหรือคอนเซปต์ หรือแม้แต่เทมเพลตที่เหมาะสมกับเทศกาลต่าง ๆ ที่ต้องการได้อย่างอิสระ

การแก้ไขรูปภาพ

Canva มีเครื่องมือสำหรับการแก้ไขรูปภาพมากมายให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขพื้นฐานอย่างการปรับเปลี่ยนขนาดรูป การปรับแต่งภาพให้มีสีสันอย่างที่ต้องการ หรือแม้แต่เครื่องมืออย่างการลบพื้นหลังและการสร้าง Smart mock up ต่าง ๆ

ภาพสต็อค, เวกเตอร์, ฟอนต์และเครื่องมือฟรีอื่น ๆ

ในแพลตฟอร์ม Canva ยังมีภาพสต็อค ภาพเวกเตอร์ ฟอนต์หรือกราฟิกต่าง ๆ รวมไปถึงวิดีโอและเสียงประกอบให้คุณนำมาใช้ในงานออกแบบได้มากมายและครบครันในที่เดียว ไม่ต้องทำการเซฟและนำมาใช้ เพราะคุณสามารถกดเลือกเครื่องมือที่ต้องการได้เลย เรียกได้ว่าหมดทุกปัญหาด้านการจัดเก็บไปเลย

ยกระดับการออกแบบด้วย Canva AI (Magic Studio)

อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้แพลตฟอร์มนี้ทิ้งห่างคู่แข่ง คือการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยย่นระยะเวลาการทำงาน (Generative AI) ผ่านชุดเครื่องมือที่เรียกว่า Magic Studio ซึ่งช่วยแก้ปัญหาคนคิดคอนเทนต์ไม่ออกหรือไม่มีเวลาแต่งภาพได้อย่างตรงจุด

ฟีเจอร์เด่นอย่าง Magic Design ช่วยให้คุณพิมพ์ข้อความอธิบายสิ่งที่ต้องการ ระบบ AI ก็จะสร้างดีไซน์ทั้งรูปภาพและเลย์เอาต์ออกมาให้เลือกใช้งานทันที หรือเครื่องมืออย่าง Magic Write ที่ช่วยร่างข้อความโฆษณา แคปชัน และจัดหน้าเอกสารให้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์พื้นฐานที่ทรงพลังอย่างการลบพื้นหลัง (Background Remover) ภายในคลิกเดียว ทำให้ทีมการตลาดสามารถสเกลการผลิตคอนเทนต์ได้รวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่าตัว

โปรแกรม Canva ใช้งานบนอุปกรณ์ไหนได้บ้าง ?

แพลตฟอร์ม Canva ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้คุณสามารถใช้งานได้ทั้งบนเว็บไซต์และในรูปแบบของแอปพลิเคชัน ซึ่งในแอปพลิเคชันมีเครื่องมือต่าง ๆ ให้ครบครันเหมือนกับการใช้งานบนเว็บไซต์ รูปภาพและงานออกแบบต่าง ๆ ยังถูกซิงค์ให้เชื่อมกันในทุกอุปกรณ์ ช่วยให้คุณสามารถเริ่มต้นออกแบบได้ผ่านแอปฯ Canva ขณะกำลังเดินทางกลับบ้าน และสามารถกลับไปทำต่อบนเว็บไซต์ได้แบบไม่สะดุด

โปรแกรม Canva บนสมาร์ตโฟน

ค่าใช้จ่ายในการใช้งาน Canva

สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งาน มักมีคำถามว่า Canva ใช้ฟรีไหม คำตอบคือมีทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน สำหรับการใช้งานแบบเริ่มต้น คุณสามารถใช้งานฟีเจอร์หลัก ๆ ได้ฟรี พร้อมพื้นที่ในการจัดเก็บบนคลาวด์ 5 GB ซึ่งจะเพียงพอสำหรับการใช้งานส่วนตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ

อัปเดตราคา Canva Pro 2026

หากคุณต้องการใช้งาน Canva Pro แบบเต็มรูปแบบที่มีเครื่องมือและฟีเจอร์แบบจัดเต็ม มีเทมเพลตให้เลือกใช้กว่า 2,000,000 แบบ รูปภาพ วิดีโอ เสียง กราฟิกและฟอนต์ต่าง ๆ เพิ่มให้อีกกว่า 140 ล้านรายการ มีพื้นที่จัดเก็บบนคลาวด์ถึง 100 GB และสามารถใช้ทำงานร่วมกันได้สูงสุดถึง 5 คน โดยมีค่าบริการอยู่ที่ 230 บาท/เดือน หรือ 1,850 บาท/ปี และยังมีแพ็กเกจสำหรับองค์กรที่เข้าใช้งานได้สูงสุด 100 คน ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 320 บาท/เดือน หรือ 3,200 บาท/ปี แต่หากคุณเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรหรือโรงเรียนและหน่วยงานการศึกษา ทาง Canva ก็มีแพ็กเกจให้คุณสมัครใช้งานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

แพ็กเกจ (Plan) ราคา (Price) เหมาะสำหรับ พื้นที่จัดเก็บ ฟีเจอร์เด่น
Canva Free 0 บาท / เดือน บุคคลทั่วไปที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งาน 5 GB เครื่องมือแต่งภาพพื้นฐาน
เทมเพลตฟรี 1.6 ล้าน+ รายการ
คลังภาพ/กราฟิก/วิดีโอ 4.7 ล้าน+ รายการ
Brand Kit 1 ชุด (เลือกได้ 3 สี)
สิทธิ์ใช้งาน AI พื้นฐาน (จำกัดจำนวน)
Canva Pro 230 บาท / เดือน / คน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ใช้งานที่ต้องการเครื่องมือพรีเมียม 100 GB เครื่องมือพรีเมียมครบครัน (ลบพื้นหลัง, รีไซส์ภาพอัตโนมัติ, แปลภาษา)
คลังสื่อและเทมเพลตพรีเมียม 141 ล้าน+ รายการ
Brand Kit 5 ชุด
ตั้งเวลาโพสต์โซเชียลมีเดียล่วงหน้าได้
โควตาใช้งาน AI เพิ่มขึ้น 10 เท่า
Canva Business 320 บาท / เดือน / คน ทีมการตลาด และธุรกิจที่ต้องการสเกลงาน 500 GB ฟีเจอร์ทำงานร่วมกันเป็นทีม และเครื่องมือ Admin ควบคุมสิทธิ์
Brand Kit 100 ชุด พร้อมระบบส่งอนุมัติงาน
ส่วนลด 10% สำหรับการสั่งพิมพ์งาน (Print Orders)
โควตาใช้งาน AI เพิ่มขึ้น 20 เท่า
Canva Enterprise ติดต่อฝ่ายขาย องค์กรขนาดใหญ่ (รองรับผู้ใช้จำนวนมาก) 1 TB ระบบความปลอดภัยขั้นสูงระดับองค์กร (SSO & SCIM)
Brand Kit 1,000 ชุด รองรับการบริหารจัดการหลายทีม
ระบบอนุมัติงานแบบลำดับขั้น (Tiered Approvals)
ผู้ดูแลเฉพาะส่วนบุคคล (Dedicated Manager) และ Priority Support

ค่าใช้จ่ายในการใช้งานโปรแกรม Canva

ข้อดีและข้อจำกัดของ Canva

ข้อดี

  • ใช้งานง่าย ไม่ต้องมีพื้นฐานการออกแบบก็ใช้ได้
  • มีเทมเพลตสำเร็จรูปให้เลือกเยอะ
  • มีรูปภาพ, วิดีโอ, เสียง, กราฟิกให้ใช้งานมากมาย
  • มีระบบคลาวด์ที่ช่วยให้ประหยัดพื้นที่จัดเก็บบนอุปกรณ์ของคุณ
  • สามารถใช้ได้ทั้งบนเว็บไซต์ผ่านคอมพิวเตอร์และแอปพลิเคชันผ่านแท็บเล็ตและมือถือ

ข้อจำกัด

  • หากเลือกใช้เทมเพลตสำเร็จรูปโดยไม่ได้ปรับแต่งเพิ่มเติม ดีไซน์ที่ออกมาอาจดูคล้ายคลึงกับคู่แข่งในตลาดได้ง่าย
  • แพลตฟอร์มไม่อนุญาตให้นำเทมเพลตสำเร็จรูปไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (โลโก้แบรนด์) ได้
  • ไม่เหมาะกับงานที่ต้องการวาดเส้นเวกเตอร์หรือการรีทัชภาพระดับสูง

เมื่อมองในมุมของการบริหารจัดการ ข้อดีของ Canva ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่คือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อีกทั้งประโยชน์ของ Canva ที่องค์กรจะได้รับยังรวมถึงเรื่องการประหยัดต้นทุนในการซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ราคาแพง และลดภาระงานของทีมกราฟิกดีไซเนอร์ โดยสามารถกระจายงานพื้นฐานให้กับทีมอื่น ๆ เช่น การทำภาพโปรโมชันรายวัน หรือการทำสไลด์เพื่อนำเสนองาน ที่ทีมการตลาดหรือทีมขายสามารถทำเองได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ระบบคลาวด์ของตัวแพลตฟอร์มยังช่วยให้ทุกไฟล์งานถูกบันทึกอย่างอัตโนมัติ หมดปัญหาไฟล์หาย หรือการต้องส่งไฟล์แก้ไปมาหลายเวอร์ชัน เพราะทุกคนสามารถล็อกอินเข้ามาแก้ไขงานชิ้นเดียวกันได้จากทุกที่บนโลก

โปรแกรม Canva เหมาะกับใครบ้าง ?

Canva คือแพลตฟอร์มในการออกแบบ ที่มีเครื่องมือหลากหลายและสามารถใช้งานได้ง่าย โดยไม่ต้องมีทักษะพื้นฐานอะไรมากมาย รวมถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ ก็ยังไม่ได้ครอบคลุมเท่ากับโปรแกรมออกแบบตัดต่อเฉพาะทาง ดังนั้น Canva จึงเหมาะกับการใช้งานส่วนบุคคล ซึ่งอาจจะเป็นการทำภาพหรือวิดีโอที่ไม่ได้มีการออกแบบอะไรที่ซับซ้อนมากนัก หรือการทำสไลด์และเอกสารเพื่อการเรียนรู้ และสำหรับคนที่ทำธุรกิจ Canva คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์กับธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง ที่ยังไม่มีงบประมาณในการจ้างนักออกแบบมืออาชีพ หรือความต้องการในการใช้งานที่ซับซ้อนและหลากหลายนั่นเอง

การผลิตคอนเทนต์คุณภาพสูงอย่างสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญของการตลาดออนไลน์ โปรแกรม Canva จึงเปรียบเสมือนอาวุธที่ช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถสร้างการรับรู้และทำการตลาดได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เครื่องมือเป็นเพียงส่วนช่วยในการผลิตชิ้นงาน แต่กลยุทธ์ในการสื่อสารว่าคุณควรนำเสนอภาพอย่างไร และส่งข้อความนั้น ๆ ไปหาใครถึงจะทำให้เกิดยอดขาย ยังคงต้องอาศัยการวางแผนการตลาดที่แม่นยำ หากองค์กรของคุณสามารถผสานเครื่องมือที่รวดเร็วเข้ากับกลยุทธ์การตลาดที่เฉียบคมได้ การเติบโตของธุรกิจในโลกดิจิทัลก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

หากคุณอยากเปลี่ยนคอนเทนต์ให้กลายเป็นยอดขายจริง และกำลังมองหาพาร์ตเนอร์เพื่อสเกลการเติบโตแบบก้าวกระโดด Primal ดิจิทัลเอเจนซีชั้นนำ ยินดีให้คำปรึกษาและดูแลแบรนด์ของคุณด้วยบริการรับทำการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร ไปจนถึงบริการเจาะลึกอย่างการรับทำ AI Search ที่จะช่วยดันธุรกิจของคุณให้โดดเด่นและพร้อมแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดในระบบค้นหายุคใหม่ เปลี่ยนชิ้นงานโฆษณาให้กลายเป็นผลกำไรที่จับต้องได้ ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อรับคำปรึกษาและวางแผนกลยุทธ์ได้ฟรีวันนี้ !

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Introducing Magic Studio: the power of AI, all in one place. สืบค้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 จาก https://www.canva.com/newsroom/news/magic-studio/

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้โปรแกรม Canva (FAQs)

คำถาม คำตอบ
สามารถนำผลงานที่ออกแบบจาก Canva นี้ไปขายต่อเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่ ? สามารถทำได้ หากคุณนำองค์ประกอบต่าง ๆ มาประยุกต์และจัดวางใหม่จนเกิดเป็นดีไซน์และผลงานของคุณเอง แต่ทางแพลตฟอร์มจะไม่อนุญาตให้นำเทมเพลตสำเร็จรูป รูปภาพ หรือกราฟิกเดี่ยว ๆ จากในระบบไปขายต่อโดยตรง (Resell) อย่างเด็ดขาด
หากยกเลิกแพ็กเกจ Canva Pro แล้ว ชิ้นงานที่เคยออกแบบไว้จะหายไปไหม ? ชิ้นงานทั้งหมดจะยังคงถูกจัดเก็บไว้ในระบบคลาวด์และไม่สูญหาย แต่หากชิ้นงานนั้นมีการใช้ฟอนต์ รูปภาพ หรือองค์ประกอบกราฟิกที่เป็นพรีเมียม จะมีลายน้ำปรากฏขึ้นมาทับบนรูปเมื่อกดดาวน์โหลด หรือคุณอาจไม่สามารถแก้ไของค์ประกอบพรีเมียมนั้นได้จนกว่าจะกลับมาต่ออายุสมาชิก
ใช้งาน Canva แบบออฟไลน์ได้หรือไม่ ? ปัจจุบันยังไม่สามารถใช้งานแบบออฟไลน์ได้ เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่ทำงานบนระบบคลาวด์ คุณจำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทุกครั้ง เพื่อให้ระบบสามารถบันทึกข้อมูลแบบเรียลไทม์และซิงค์การทำงานข้ามอุปกรณ์ได้อย่างสมบูรณ์
ไฟล์ที่ดาวน์โหลดออกมารองรับนามสกุลอะไรบ้าง ? ระบบรองรับการดาวน์โหลดไฟล์ที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่งานออนไลน์ไปจนถึงงานพิมพ์ เช่น JPG, PNG, PDF (แบบมาตรฐานและแบบสำหรับการพิมพ์), MP4 สำหรับไฟล์วิดีโอ, GIF สำหรับภาพเคลื่อนไหว รวมถึงไฟล์ SVG (สำหรับกราฟิกเวกเตอร์ ซึ่งจะใช้งานได้เฉพาะในแพ็กเกจ Pro เท่านั้น)
สามารถเปิดไฟล์จากโปรแกรมกราฟิกอื่น เช่น PSD (Photoshop) หรือ AI (Illustrator) ได้หรือไม่ ? ไม่สามารถเปิดไฟล์นามสกุล PSD หรือ AI ได้โดยตรง หากต้องการนำกราฟิกจากโปรแกรมเหล่านั้นมาใช้งานต่อ แนะนำให้บันทึกไฟล์เป็นนามสกุล SVG, PDF หรือแปลงอาร์ตเวิร์กเป็นภาพ PNG แบบไม่มีพื้นหลังเสียก่อน แล้วจึงอัปโหลดเข้ามาเพื่อจัดวางเลย์เอาต์ต่อในระบบ
หากต้องการอัปโหลดฟอนต์ภาษาไทยของแบรนด์ตัวเอง ต้องทำอย่างไร ? หากต้องการอัปโหลดฟอนต์เฉพาะของแบรนด์ (Custom Fonts) เข้าไปในระบบ คุณจำเป็นต้องสมัครใช้งานแพ็กเกจ Canva Pro หรือ Canva for Business ขึ้นไปเท่านั้น โดยสามารถเข้าไปตั้งค่าอัปโหลดไฟล์ฟอนต์ได้ที่เมนู Brand Kit เพื่อให้ทีมงานทุกคนสามารถดึงฟอนต์ของบริษัทมาใช้งานได้ทันที