Link Building คืออะไร ทำอย่างไรให้เว็บไซต์ติดอันดับ SEO

ในการทำ SEO (Search Engine Optimization) ให้ประสบความสำเร็จได้นั้น อาจประกอบไปด้วยหลากหลายปัจจัยที่ต้องปฏิบัติ โดยหลัก ๆ คงหนีไม่พ้นการปรับแต่งโครงสร้างเว็บไซต์ให้เป็นมิตรกับทั้งผู้ใช้งานและอัลกอริทึมของ Google ที่จะเข้ามาตรวจสอบเพื่อนำไปพิจารณาในการจัดอันดับ ซึ่งในการปรับแต่งหน้าเว็บไซต์นั้น มีองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด นั่นก็คือการทำ Link Buildingหนึ่งในเทคนิคการทำ Off-Page SEO ที่ช่วยให้เว็บไซต์ของเราดูน่าเชื่อถือมากขึ้น รวมถึงได้จำนวนคนเข้าเว็บไซต์ (Traffic) เพิ่มขึ้นด้วย

ดังนั้น บทความนี้จะพาไปดูกันว่า Link Building คืออะไร ทำอย่างไร และมีความสำคัญต่อ SEO อย่างไรบ้าง แต่ก่อนอื่น เรามาทวนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ SEO เบื้องต้นกันก่อนดีกว่า

รูปวาดตัวอย่างของ 3 เว็บไซต์ หรือ 3 หน้า ที่ถูกเชื่อมโยงกันด้วย hyperlink ในกระบวนการ Link Building

ทำความเข้าใจ SEO เบื้องต้น ก่อนจะไปรู้จัก Link Building

โดยทั่วไป การปรับแต่งโครงสร้างเว็บไซต์ตามหลัก SEO นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ การปรับแต่งภายในเว็บไซต์ (On-Page SEO) และการปรับแต่งภายนอกเว็บไซต์ (Off-Page SEO) ซึ่งทั้งสองรูปแบบนี้จะทำงานร่วมกันในการผลักดันให้เว็บไซต์ติดอันดับบนหน้าแรกของการค้นหา โดยมีวิธีการ ดังนี้

  • On-Page SEO สามารถทำได้โดยการเขียนเนื้อหาจากคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา และเป็นคีย์เวิร์ดที่ผ่านการทำ Keyword Research มาแล้วว่าเป็นคำที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ใช้ค้นหาเกี่ยวกับธุรกิจของเราจริง แล้วยังมีการทำ Internal Link เพื่อเชื่อมโยงไปยังหน้าเพจอื่น ๆ บนเว็บไซต์เรา ตลอดจนการปรับแต่งโครงสร้างภายในเว็บไซต์ให้เป็นระเบียบ เพื่อให้ง่ายต่อการที่บอตของ Google จะเข้ามาเก็บข้อมูล
  • Off-Page SEO ในส่วนของการปรับแต่งภายนอกเว็บไซต์ จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ เพราะนอกจากเราจะต้องทำเนื้อหาภายในเว็บไซต์ให้ดีแล้ว เนื้อหานั้น ๆ ยังควรต้องได้รับการยอมรับจากเว็บไซต์อื่นด้วย อัลกอริทึมจึงจะเชื่อว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพจริง ซึ่งส่วนนี้เองที่เป็นที่มาของความสำคัญในการทำ Link Building อันเป็นหัวใจหลักของ Off-Page SEO

 

Link Building คืออะไร

Link Building คือ กลยุทธ์ในการทำให้เว็บไซต์อื่นลิงก์มายังเว็บไซต์ของเรา หรือที่มักรู้จักกันในชื่อ “Backlink” นั่นเอง โดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่เว็บไซต์ ซึ่งความน่าเชื่อถือก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ Google ให้ความสำคัญในการจัดอันดับ SEO เช่นกัน ทั้งนี้ เราต้องอาศัยการวางกลยุทธ์เพื่อให้ได้มาซึ่ง Backlink ที่เชื่อมกลับมายังเว็บไซต์ของเรา เช่น

  • การสร้างสรรค์เนื้อหาที่มีคุณภาพลงบนเว็บไซต์ของตนเอง เพื่อให้เว็บไซต์อื่น ๆ สามารถนำไปเป็นแหล่งอ้างอิงได้
  • การเขียนบทความที่มีประโยชน์ลงเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการค้นเจอและนำไปแชร์บนอินเทอร์เน็ต (อาจมีการใส่ลิงก์ของเราในท้ายบทความเพื่อให้เป็นแหล่งอ้างอิงในบทความนั้น ๆ ด้วย)
  • การแชร์บทความที่มีประโยชน์บนโซเชียลมีเดีย
  • การสร้างลิงก์ที่เสียไปแล้วเช่น การหา Broken Link และติดต่อไปเสนอเขียนบทความให้ฟรี จากนั้นก็ลิงก์กลับมาที่หน้าเว็บไซต์ของเรา
  • การทำ Outreach เช่น อีเมล อินฟลูเอนเซอร์ โซเชียลมีเดีย พีอาร์ เป็นต้น

 

Link Building สำคัญต่อการทำ SEO อย่างไร

อย่างที่บอกไปว่า การสร้าง Link Building จากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพนั้น เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ Google นำมาใช้พิจารณาในการจัดอันดับ เพราะการได้รับ Backlink จะบ่งบอกถึงคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และชื่อเสียงของเว็บไซต์เรา (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Search Engine Guideline ของ Google ได้ที่นี่) ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนส่งผลต่ออันดับบนหน้าผลการค้นหาและโอกาสที่ผู้ใช้งานจะเจอเว็บไซต์ของเราจากการเซิร์ชทั้งสิ้น

ตัวอย่างเช่น มีเว็บไซต์หนึ่งทำคอนเทนต์เกี่ยวกับการตลาด แล้วส่ง Backlink กลับมาหา Primal เพราะต้องการอ้างอิง หรือเห็นว่า Primal เป็นเอเจนซีด้านการตลาดที่มีคุณภาพ เลยอยากแนะนำให้ผู้ติดตามรู้จัก เมื่อนั้น Google ก็จะมองว่า Primal เป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลให้อันดับบนหน้าผลการค้นหาของ Primal ดีขึ้น

ดังนั้น ยิ่งเว็บไซต์ของเรามีลิงก์ที่อ้างอิงกลับมามากเท่าไร ก็จะยิ่งส่งผลให้ Google ระบุว่าเราเป็นเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพได้ง่ายขึ้น เพราะ Google จะสามารถเข้าใจเนื้อหาภายในเว็บไซต์ได้จากการเข้ามาเก็บข้อมูลจากลิงก์ที่เชื่อมโยงมาหาเรา แต่ทั้งนี้ เว็บไซต์ของเราก็จะต้องมีจำนวนบทความที่มากพอให้บอตของ Google สามารถวิ่งตามเก็บข้อมูลได้ด้วย

 

รูปหน้า Homepage ของเว็บไซต์ต่างๆ หลายๆเว็บ รวมไว้ด้วยกัน เช่น รูปหน้าเว็บข่าว เว็บไลฟ์สไตล์

กลยุทธ์การทำ Link Building ด้วยการหา Backlink

ในการสร้าง Link Building นั้น เราจะให้ความสำคัญกับการหา Backlink เป็นหลัก เนื่องจากถ้าเว็บไซต์ได้ Backlink กลับมาเยอะ ๆ ก็จะช่วยให้มีอันดับ SEO ที่ดีขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น ก็ใช่ว่าเราจะทำ Backlink จากเว็บไซต์ไหนก็ได้ เพราะไม่ใช่ทุกลิงก์ที่จะมีคุณภาพและส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อเว็บไซต์ของเรา

แล้ว Backlink แบบไหนล่ะถึงจะเรียกว่ามีคุณภาพ

Backlink ที่มีคุณภาพ คือ เว็บไซต์ที่ลิงก์กลับมาแล้วทำให้ Google เข้าใจเว็บไซต์ของเราดีขึ้น มองว่ามีความน่าเชื่อถือ โดยส่วนมากจะเป็นลิงก์จากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ เพราะถ้าหาก Backlink มาจากเว็บไซต์ที่เป็นสแปม เช่น เว็บฯ พนัน ก็จะทำให้ Google ประเมินคะแนน SEO ของเราต่ำลงด้วยเช่นกัน

เราสามารถวัดคุณภาพของ Backlink ด้วยเกณฑ์พื้นฐานดังต่อไปนี้

  • Backlink จากเว็บไซต์ที่มี Authority สูง – ยิ่งเว็บไซต์ที่ลิงก์มายังเว็บฯ ของเรามีพลัง Domain Authority สูงเท่าไร เว็บไซต์เราก็จะยิ่งน่าเชื่อถือในสายตาของ Google มากเท่านั้น (เช็ก Authority เว็บไซต์ได้ที่นี่)
  • Backlink ที่มีความเกี่ยวข้อง (Relevant) – เว็บไซต์ที่ลิงก์มา ควรเป็นเว็บฯ ที่มีความเกี่ยวข้องกับเว็บฯ ของเราด้วย ไม่ใช่ว่าเป็นเว็บฯ อะไรก็ได้ เช่น เว็บไซต์ที่จะลิงก์มาที่ Primal ได้ ก็ต้องเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการตลาด เพราะจะได้ทำให้ Google เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าเว็บไซต์ของเราเกี่ยวกับอะไร
  • เป็นลิงก์ที่มีคนใช้งานจริง – การที่เว็บไซต์มีคนใช้งานจริง จะช่วยยืนยันได้ว่าเว็บฯ นั้นต้องมี Authority ที่ดีในระดับหนึ่ง และในอีกทางหนึ่ง ก็จะช่วยเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ให้เราจาก Backlink ที่ส่งมาด้วย

ส่วนเทคนิคการทำ Link Building ด้วยการหา Backlink สามารถทำได้โดย

สร้างคอนเทนต์คุณภาพเพื่อรับ Natural Editorial Link

Natural Editorial Link คือ Backlink ที่เราได้รับจากการสร้างคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ต่อคนอ่าน จนถูกนำไปใช้เป็นแหล่งอ้างอิงโดยเว็บไซต์อื่น ๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมธุรกิจเดียวกัน หรือก็คือการนำข้อมูลของเราไปใช้ แล้วอ้างอิงด้วยการแปะลิงก์บทความของเรานั่นเอง

การทำ Natural Editorial Link ถือเป็นการสร้าง Backlink ที่มีคุณภาพสูง เพราะนอกจากจะสร้างความน่าเชื่อถือในสายตาอัลกอริทึมได้แล้ว ยังได้จำนวนคนเข้าเว็บไซต์จากเว็บไซต์ที่นำคอนเทนต์ของเราไปอ้างอิงอีกด้วย

โพสต์บทความลงเว็บไซต์อื่น (Guest Blogging)

การทำ Guest Blogging คือ การที่เราเขียนโพสต์หรือแชร์บทความลงในเว็บไซต์อื่น แล้วแปะลิงก์กลับมายังเว็บไซต์เรา เพื่อส่งต่อความน่าเชื่อถือกลับมา โดยการจะเลือกเว็บไซต์ในการทำ Guest Blogging นั้น จะต้องเป็นเว็บไซต์ที่มีค่า Domain Authority สูง และเนื้อหาเว็บไซต์ต้องเชื่อมโยงกันด้วย เพื่อให้เข้าเกณฑ์การจัดอันดับของอัลกอริทึมมากที่สุด

ทั้งนี้ ในการทำ Guest Blogging เราสามารถทำได้โดยการอาสาเขียนบทความให้เว็บไซต์อื่นฟรี โดยขอให้เขาส่ง Backlink กลับมาผ่านบทความที่เราเขียน หรือส่งลิงก์ผ่านประวัติส่วนตัวของผู้เขียน เป็นต้น

ใช้เทคนิค Skyscraper

Skyscraper คือ เทคนิคในการเปลี่ยนคอนเทนต์คุณภาพของคนอื่น ให้กลายเป็นกุญแจในการส่ง Backlink กลับมายังเว็บไซต์ของเรา โดยมีวิธีการ ดังนี้

  • ค้นหาอินฟลูเอนเซอร์ – ก่อนอื่น ให้มองหาอินฟลูเอนเซอร์ที่มีอิทธิพลในแวดวงธุรกิจที่เราทำอยู่ หรือมีความเชื่อมโยงกับคอนเทนต์ของเรา โดยหากเป็นเว็บไซต์ จะต้องเป็นเว็บไซต์ที่มีค่า Domain Authority สูงด้วย เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือแก่เว็บไซต์ของเรา
  • สำรวจคู่แข่ง – สำรวจดูว่ามีคอนเทนต์ใดบ้างที่ได้รับ Backlink จำนวนมาก หรือเป็นคอนเทนต์ที่อินฟลูเอนเซอร์เคยส่ง Backlink ไปให้
  • ตรวจสอบคอนเทนต์ – ตรวจสอบดูว่าคอนเทนต์เหล่านั้นมีจุดบกพร่องตรงไหนที่เราสามารถแก้ไขได้ เช่น หากเป็นเนื้อหาเก่าที่เขียนไว้หลายปีแล้ว เราก็สามารถอัปเดตให้เป็นปีปัจจุบันได้ เป็นต้น
  • ติดต่ออินฟลูเอนเซอร์ – จากนั้น ติดต่อและส่งคอนเทนต์ให้อินฟลูเอนเซอร์อ่าน รวมถึงขอให้เขาส่ง Backlink กลับมา หากคอนเทนต์เราเป็นประโยชน์ต่ออินฟลูเอนเซอร์และผู้ติดตามอินฟลูฯ คนดังกล่าว เราก็มีโอกาสได้รับทั้ง Backlink และ Traffic ในเวลาเดียวกัน

 

ทำ Link Building มีต้นทุนหรือไม่

แม้ในการเขียนบทความต่าง ๆ เราอาจจะสามารถทำได้ด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่จะเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการทำ Link Building ก็คือ “ค่าฝากลงบทความ” ซึ่งอันที่จริง เรามีทางเลือกมากมายในการนำคอนเทนต์ที่ใส่ Backlink เอาไว้ไปลง เช่น ฟอรัม เว็บบอร์ด หรือโซเชียลมีเดีย

กระนั้น ข้อจำกัดของการใช้ฟอรัมหรือเว็บบอร์ดต่าง ๆ ก็คือเจ้าของบอร์ดนั้น ๆ มีสิทธิ์จะทำลายลิงก์ หรือลบบทความของเราไปเลยได้ตลอดเวลา หรือแม้แต่ทำลิงก์ของเราให้เป็น Nofollow เพื่อไม่ให้ Google เข้าไปติดตามลิงก์นั้น ๆ ได้ ดังนั้น หลังจากทำแล้ว เราจึงอาจต้องเข้าไปตรวจสอบอยู่เสมอ ๆ ว่าบทความกับลิงก์ของเรายังสมบูรณ์อยู่หรือไม่

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ธุรกิจปัจจุบันเริ่มเลือกพื้นที่ลงบทความเป็นเว็บไซต์มีเดียต่าง ๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายก็ขึ้นอยู่กับชื่อเสียง Traffic ของเว็บไซต์นั้น ๆ ว่าได้รับความนิยมมากเพียงใด ยิ่งมากก็ยิ่งแพง ซึ่งราคาอาจมีตั้งแต่หลักพันต้น ๆ ไปจนถึงหลักแสนต่อหนึ่งบทความเลยก็ได้ แม้ว่าบทความที่เราทำไปนั้นจะไม่ใช่บทความโฆษณา (Advertorial Content) ก็ตาม แต่เมื่อแลกกับผลตอบแทนที่จะได้กลับมา คือการที่เว็บไซต์ติดอันดับหน้าแรกของ Google ก็ถือว่าค่อนข้างคุ้มค่าทีเดียว

 

สรุป

เรียกได้ว่า ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน การทำ Link Building ก็ถือเป็นที่นิยมมาก ๆ ในหมู่คนทำ SEO เพราะนอกจากจะทำให้ได้ Backlink ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในเกณฑ์ที่อัลกอริทึมของ Google ใช้วัดผลในการจัดอันดับแล้ว ยังทำให้มีคนเข้ามาที่เว็บไซต์ของเราเยอะขึ้น และนำไปสู่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นได้ด้วย

หากใครกำลังมีปัญหาในการทำ SEO คอนเทนต์ไม่มีคนอ่าน สร้างลิงก์เท่าไรอันดับก็ไม่ขึ้น ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ไม่ติดหน้าแรกสักที Primal Digital Agency เป็นบริษัทรับทำ SEO ชั้นนำของไทยที่พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการทุกราย ติดต่อเราเพื่อรับแผนการตลาดฟรีได้เลยวันนี้