Digital Agency เจ้าไหนดี? 9 วิธีเลือกเอเจนซีแบบไม่ให้ผิดหวัง

เมื่อการทำการตลาดออนไลน์เป็นเรื่องที่วงการธุรกิจขาดไม่ได้ในปัจจุบัน เนื่องจากช่องทางออนไลน์ช่วยเพิ่มการมองเห็นของธุรกิจให้มากขึ้น ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเข้าถึงธุรกิจของเราได้เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการทำ Digital Marketing เข้ามาช่วยเหลือ เพื่อให้ธุรกิจตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น และสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ดี การใช้บริการ Digital Agency นั้นต้องมีค่าใช้จ่ายจำนวนหนึ่งในการลงทุน การจะเสียเวลาลองผิดลองถูกไปกับเอเจนซีหลาย ๆ เจ้าคงไม่ดีเท่าไรนัก แต่คำถามที่ผู้ประกอบการหลายคนอาจสงสัยก็คือ แล้วควรเลือก Digital Agency เจ้าไหนดีจึงจะเหมาะสมกับธุรกิจของตัวเองและคุ้มค่ากับการลงทุน บทความนี้จึงจะมาชี้ “9 วิธีเลือก Digital Agency แบบไม่ให้ผิดหวัง” เพราะถ้าเราเลือกเอเจนซีได้ดีแล้ว การทำธุรกิจของเราก็จะราบรื่นและประหยัดเวลามากขึ้น ทำให้ธุรกิจของเราเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

เลือก Digital Agency อย่างไร

1. ดูผลงานและลูกค้าที่ผ่านมา

Digital Agency แต่ละแห่งอาจมีบริการที่หลากหลายแตกต่างกันไป บางบริษัทเน้นเรื่องการเขียนคอนเทนต์ (Content) ในการดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย บางบริษัทเน้นเรื่องการทำ SEO (Search Engine Optimization) เพื่อให้หน้าเว็บไซต์ของแบรนด์ Ranking เป็นอันดับแรก ๆ บนหน้าการค้นหา โดยผลงานที่ผ่านมาของเอเจนซีจะสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางและคุณภาพของการทำงานรวมไปถึงความน่าเชื่อถือของเอเจนซีนั้น ๆ ด้วย ผู้ประกอบการจึงต้องดูว่าเอเจนซีที่ตนเองมอง ๆ อยู่นั้นเคยทำงานให้แก่องค์กรใดมาบ้าง ผลงานเป็นอย่างไร และองค์กรเหล่านั้นได้ผลตอบรับทางการตลาดที่ดีหรือไม่ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยการันตีผลงานของเอเจนซีได้ 

ส่วนในเรื่องของสไตล์ อาจขึ้นอยู่กับปัจเจกว่าชอบแบบใดหรือแบบไหนที่ดูเหมาะสมกับธุรกิจของตนเองมากที่สุด แต่ปัจจัยนี้ก็ควรเป็นสิ่งแรก ๆ ที่ต้องคำนึงถึงในการเลือก Digital Marketing Agency

ตัวอย่างลูกค้าของ Primal Digital Marketing Agency

Primal Digital Agency ชั้นนำของไทย

จากลิสต์รายชื่อลูกค้าที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า Primal เป็น Digital Marketing Agency ที่มีบริการทางการตลาดหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำกลยุทธ์ด้านดิจิทัล การทำ SEO การตลาดเชิงผลประกอบการ การตลาดเพื่อ E-commerce โซเชียลมีเดีย ตลอดจนการวิเคราะห์แผนธุรกิจให้แก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น ไปจนถึงขนาดกลาง และธุรกิจชั้นนำขนาดใหญ่

 

2. ดูจากชื่อเสียงและการยอมรับในวงการการตลาด

ชื่อเสียงและการได้รับการยอมรับ คืออีกปัจจัยหนึ่งที่เป็นตัวบ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือของเอเจนซีได้ดี โดยข้อมูลในส่วนนี้สามารถดูได้ไม่ยาก เนื่องจากเอเจนซีชั้นนำส่วนใหญ่มักจะรวบรวมรีวิวจากลูกค้าเก่า ๆ เอาไว้บนเว็บไซต์ หากเข้าไปดูแล้วพบว่าเอเจนซีดังกล่าวมีกระแสตอบรับที่ดี และเป็นรีวิวจากคนจริง ๆ ไม่ใช่บอท (วิธีสังเกตคือ บอทมักมีการใช้คำผิดหรือภาษาแปลก ๆ) ก็แสดงว่าเอเจนซีนั้นได้รับการยอมรับในระดับหนึ่ง

 

3. ดูจากหน้าเว็บไซต์ของเอเจนซี

หน้าเว็บไซต์เองก็เป็นตัวที่บ่งชี้ถึงสไตล์การทำงานของเอเจนซีได้เช่นกัน เพราะการออกแบบหน้าเว็บไซต์ทำได้หลายแบบ ผู้ประกอบการจึงต้องดูว่าหน้าเว็บไซต์ของเอเจนซีที่ตนเองหมายตานั้นมีความสร้างสรรค์และดึงดูดใจมากน้อยเพียงใด เพราะถ้าหากเว็บไซต์ขององค์กรยังทำได้ไม่ดีพอหรือใช้งานยาก ก็เป็นไปได้ว่าคุณอาจไม่ถูกใจการทำงานของเอเจนซีเหล่านั้น หน้าเว็บไซต์จึงเป็นเหมือนหน้าด่านที่จะช่วยคุณคัดกรองว่าสไตล์ของเอเจนซีนั้น ๆ เหมาะสมกับสไตล์ของธุรกิจของคุณหรือไม่

 

4. ดูว่าสามารถติดต่อได้ง่ายหรือไม่

การติดต่อคือขั้นตอนสำคัญในการใช้บริการเอเจนซีหนึ่ง ๆ ดังนั้น เหล่าเอเจนซีจะต้องมีวิธีการติดต่อที่ง่ายและสะดวกสบาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่เข้ามาใช้บริการมากที่สุด ถ้าเพียงแค่การติดต่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้นยังเต็มไปด้วยความยุ่งยาก ก็อาจสะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาหลังร่วมงานกันจริง ๆ ว่าจะเป็นอย่างไร

 

5. ดูว่าโฆษณาเกินจริงหรือไม่

ในส่วนนี้อาจต้องมีการหาข้อมูลเกี่ยวกับการตลาดเบื้องต้นไว้บ้างเล็กน้อย เพื่อป้องกันการถูกหลอกจากโฆษณาที่เกินจริง เช่น เอเจนซีที่เคลมว่าจะทำให้เว็บไซต์ของลูกค้าติดอันดับ SEO ได้ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน ก็ต้องมาดูว่าระยะเวลาที่เอเจนซีกล่าวมานั้นเป็นระยะเวลาที่สามารถเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะการทำ SEO ให้เห็นผลนั้นจะต้องใช้เวลา 3-6 เดือน เป็นต้น

 

6. ดูข้อมูลหรือประสบการณ์ของบุคลากรในองค์กร

Digital Marketing Agency ชั้นนำส่วนมากจะมีการลงข้อมูลเกี่ยวกับบุคลากรในองค์กรเอาไว้ด้วย โดยมักจะระบุถึงความชำนาญของบุคลากรว่ามีความเชี่ยวชาญในด้านใดบ้าง ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเข้าไปดูได้ว่าเอเจนซีนั้น ๆ มีทีมงานที่จะสามารถตอบสนองเป้าหมายของธุรกิจคุณได้หรือไม่

 

7. ดูจากพันธกิจขององค์กรว่า Digital Marketing Agency เหล่านั้นให้คุณค่ากับสิ่งใด

อีกเทคนิคหนึ่งที่จะช่วยให้เราเลือกเอเจนซีที่ดีได้ คือการดูจากพันธกิจขององค์กรว่าเอเจนซีนั้น ๆ ให้คุณค่ากับสิ่งใด และสิ่งนั้นสอดคล้องกับปณิธานของเรามากน้อยแค่ไหน บางเอเจนซีอาจจะมีผลงานที่น่าสนใจ แต่หากไม่มีพันธกิจองค์กรที่ชัดเจนหรือวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่สอดคล้องกับธุรกิจของลูกค้า ก็อาจจะทำให้พิจารณาได้ยากว่าเมื่อร่วมงานกันจะเป็นเช่นไร ฉะนั้น เพื่อให้แน่ใจว่าทั้งสองฝ่ายจะตอบสนองกันและกันได้เป็นอย่างดี จึงควรดูจากพันธกิจขององค์กรด้วย

ตัวอย่างคุณค่าที่ Primal Digital Marketing Agency ให้ความสำคัญ

Primal Digital Agency Values I

Primal Digital Agency Values II

8. ดูว่า Digital Marketing Agency เหล่านั้นเป็นการให้บริการแบบเพื่อนที่ปรึกษา หรือผู้จ้าง-ผู้ถูกจ้าง

หากเลือกเอเจนซีที่เปรียบเสมือนเพื่อนคู่คิดที่คอยให้คำปรึกษา ย่อมจะทำให้ธุรกิจเติบโตได้มากกว่า เพราะทั้งสองฝ่ายจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในฐานะพาร์ตเนอร์ เพื่อให้ได้แผนการตลาดที่เหมาะสมกับธุรกิจที่สุด โดย Digital Marketing Agency ที่มีคุณภาพ มักจะมีการศึกษาธุรกิจของลูกค้าให้ดีก่อนทำ Digital Marketing เสมอ ผู้ประกอบการจึงควรมองหาเอเจนซีที่ให้ความสำคัญกับธุรกิจของตนเอง และพร้อมที่จะลงมือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไปด้วยกันมากกว่าแค่เป็นผู้จ้าง-ผู้ถูกจ้าง หรือบอกให้ถูกคือ หา Digital Marketing Agency ให้เหมือนหาเพื่อนคู่คิดนั่นเอง

 

9. เข้าใจความต้องการของตัวเอง

ที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดคือ ผู้ประกอบการจะต้องเข้าใจว่าตนเองกำลังมองหาบริการแบบใด เพราะ Digital Marketing Agency แต่ละแห่งอาจให้บริการที่แตกต่างกัน เช่น ถ้าอยากทำ SEO ที่ Primal ของเราก็เป็นเอเจนซีชั้นนำด้านนี้ในไทย ที่สามารถเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ของลูกค้าด้วยกลยุทธ์ที่พิสูจน์มาแล้วว่าได้ผลจริง หรือถ้าหากยังไม่แน่ใจว่าธุรกิจของตนเองเหมาะกับการทำการตลาดแบบใด ก็สามารถพูดคุยกับทีมงานของทางเอเจนซีก่อนได้เพื่อกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกัน เพราะนอกจากทำ SEO แล้ว Primal ก็ยังมีบริการอื่น ๆ อีกมากมายที่พร้อมจะขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้ดีขึ้นกว่าเดิม

 

สรุป

ดังนั้น หากถามว่าจะใช้บริการ Digital Marketing Agency เจ้าไหนดี คำตอบอยู่ที่ 9 เทคนิคข้างต้นนี้ที่จะช่วยประกอบการพิจารณา หากดูแล้วพบว่าสไตล์และผลงานของเอเจนซีนั้น ๆ ตรงตามแบบที่ต้องการ ก็มีโอกาสที่ธุรกิจจะเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ในทางตรงกันข้าม หากเลือกเอเจนซีผิด ชีวิตอาจเปลี่ยน เพราะนอกจากจะเสียเงินฟรีแล้วยังเสียเวลาในการพัฒนาธุรกิจให้ดีขึ้นอีกด้วย

ถ้าหากคุณกำลังมองหา Digital Agency ชั้นนำที่มีบริการหลากหลาย ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณและพร้อมจะให้คำแนะนำสำหรับการทำการตลาดที่เหมาะสมที่สุด ทาง Primal เองก็เป็นเอเจนซีที่รวบรวมทีมนักการตลาดดิจิทัลระดับ⁠ท็อปของไทยที่ใส่ใจลูกค้าและมุ่งสู่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด!